TBL Clinic

ร้อยไหม PDO คืออะไร ต่างจากไหมชนิดอื่นยังไง เลือกร้อยไหมแบบไหนดีให้เหมาะกับใบหน้าคุณ

ร้อยไหม pdo

หัวข้อ

เมื่ออายุเริ่มเข้าเลขสาม หลายคนเริ่มรู้สึกว่าหน้าไม่เป๊ะเหมือนเดิม ผิวที่เคยแน่นก็เริ่มหย่อนลงเล็กน้อย โดยเฉพาะช่วงแก้มและกรอบหน้า แต่ยังไม่อยากศัลยกรรม เพราะกลัวดูเปลี่ยนไปมากเกิน ความนิยมของ ร้อยไหม PDO จึงพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็วในกลุ่มคนรุ่นใหม่ เพราะให้ผลลัพธ์ใกล้เคียงการยกหน้าแบบธรรมชาติ เหมือนได้ฟิลเตอร์คืนความเฟิร์มให้ผิวจริงๆ ไม่ต้องผ่านมีดหมอ

ร้อยไหม PDO คือเทคนิคการสอดไหมละลายเข้าใต้ผิว เพื่อยกกระชับใบหน้าและกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ ผิวจึงแน่นและเรียวขึ้นเรื่อย ๆ อย่างเป็นธรรมชาติ เหมาะกับคนที่อยากยกหน้าโดยไม่ต้องพักฟื้น เพราะบางครั้ง ไหมเล็กๆ เส้นเดียว ก็สามารถเปลี่ยนกรอบหน้าให้กลับมาคมชัดได้อีกครั้ง

ทำไมร้อยไหม PDO ถึงได้รับความนิยมมากในปี 2026

ปี 2026 เทรนด์ความงามทั่วโลกกำลังขยับเข้าสู่ยุค No-Surgery Lift หรือการยกกระชับหน้าโดยไม่ต้องศัลยกรรม ซึ่งตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ที่ต้องการเห็นผลไว ฟื้นตัวเร็ว และยังคงความเป็นธรรมชาติไว้ครบ ร้อยไหม PDO (Polydioxanone) จึงกลายเป็นทางเลือกยอดนิยม 

เพราะไหมชนิดนี้สามารถละลายได้เองในร่างกาย ปลอดภัย และช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนให้ผิวแน่นขึ้นเรื่อยๆ หลังทำ ผิวจะดูเรียว ยกกระชับ และเฟิร์มขึ้นอย่างชัดเจนโดยไม่ต้องพักฟื้นยาว เหมาะกับคนที่ต้องการยกหน้าให้ดูสดใสขึ้นในเวลาอันสั้น และอยากได้ผลลัพธ์ที่ดูเป็นตัวเองในเวอร์ชันผิวดีขึ้น มากกว่าหน้าเปลี่ยน

ร้อยไหม PDO คืออะไร และทำงานอย่างไรในชั้นผิว

ร้อยไหม PDO (Polydioxanone) คือเทคนิคการยกกระชับใบหน้าโดยใช้ไหมละลายทางการแพทย์ที่ปลอดภัยและได้รับการรับรองจากอย. ไหม PDO จะถูกสอดเข้าไปในชั้นผิวระดับ SMAS หรือชั้นกล้ามเนื้อใต้ผิว ซึ่งเป็นชั้นเดียวกับที่ใช้ในการผ่าตัดดึงหน้า เพื่อช่วยพยุง ผิวที่หย่อนคล้อยและกระตุ้นให้ร่างกายสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินใหม่ตามแนวเส้นไหม ผลลัพธ์คือผิวดูแน่น เรียบ และยกขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ เหมาะกับคนที่ต้องการยกหน้าให้เฟิร์มโดยไม่ต้องพักฟื้น ไหมจะค่อยๆ สลายภายใน 6–8 เดือน แต่คอลลาเจนที่สร้างขึ้นจะช่วยคงความกระชับต่อเนื่องไปได้อีกหลายเดือน ผิวจึงดูอ่อนกว่าวัยและสุขภาพดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

โครงสร้างของ ไหม PDO (Polydioxanone) 

ไหม PDO (Polydioxanone) เป็นไหมละลายทางการแพทย์ที่ถูกพัฒนาให้มีความยืดหยุ่นสูงและปลอดภัยต่อร่างกาย 100% วัสดุชนิดนี้จะค่อย ๆ สลายไปเองภายใน 6–8 เดือน ผ่านกระบวนการ hydrolysis โดยไม่ทิ้งสารตกค้าง ผิวไม่เกิดพังผืดหรืออาการแพ้ เมื่อร้อยไหมเข้าไปในชั้นผิว เส้นไหมจะทำหน้าที่เหมือนโครงสร้างเสริม ที่ช่วยพยุงผิวให้กระชับขึ้น พร้อมกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินรอบๆ เส้นไหมอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ผิวแน่นขึ้น ใบหน้าดูเรียวขึ้น และมีความยืดหยุ่นมากกว่าเดิม เหมาะกับคนที่ต้องการยกกระชับใบหน้าแบบเป็นธรรมชาติและคงผลลัพธ์ได้นานโดยไม่ต้องผ่าตัด

กลไกการยกกระชับของการทำ ร้อยไหม pdo

กลไกของการ ร้อยไหม PDO จะทำงานในสองช่วงหลัก ๆ ครับ ช่วงแรกหลังทำทันที เส้นไหมจะทำหน้าที่เป็น แรงพยุงทางกล (Mechanical Lift) ช่วยดึงและยกผิวที่หย่อนคล้อยให้กลับมาตึงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด จากนั้นในช่วง 1–3 เดือนต่อมา ร่างกายจะเริ่มตอบสนองโดยสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินรอบแนวเส้นไหม ทำให้ผิวแน่นและเรียบเนียนขึ้นตามธรรมชาติ 

กระบวนการนี้เรียกว่า biostimulation effect ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการร้อยไหม เพราะช่วยให้ผลลัพธ์อยู่ได้นานและผิวดูสุขภาพดีขึ้นเรื่อย ๆ โดยไม่แข็งตึง เหมาะกับคนที่อยากให้ใบหน้าดูเฟิร์มขึ้นแบบค่อยเป็นค่อยไปและเป็นธรรมชาติ

ร้อยไหมมีกี่ชนิด และไหม PDO ต่างจากไหมแบบอื่นยังไง ? 

การร้อยไหมในปัจจุบันมีหลายชนิดให้เลือกตามจุดประสงค์ของการยกกระชับและระยะเวลาที่ต้องการให้ผลอยู่ โดยไหมแต่ละแบบจะมีโครงสร้างและคุณสมบัติแตกต่างกัน เช่น ไหม PDO ที่เน้นยกกระชับทันที, ไหม PLLA ที่ช่วยกระตุ้นคอลลาเจนได้ดี และ ไหม PCL ที่คงผลลัพธ์ได้นานที่สุด การเลือกไหมที่เหมาะกับผิวจึงสำคัญต่อผลลัพธ์และความเป็นธรรมชาติ

ไหม PDO 

ไหม PDO (Polydioxanone) เป็นไหมละลายทางการแพทย์ที่ได้รับความนิยมสูงสุดในกลุ่มคนที่ต้องการยกกระชับหน้าแบบเห็นผลเร็ว ไหมชนิดนี้มีคุณสมบัติพิเศษคือช่วย “พยุงผิว” ให้ยกขึ้นทันทีหลังทำ พร้อมกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินในระยะยาว ทำให้ผิวแน่นและเฟิร์มขึ้นเรื่อย ๆ โดยไม่แข็งตึง ผลลัพธ์ของไหม PDO จะอยู่ได้ประมาณ 6–8 เดือน ก่อนที่ไหมจะค่อย ๆ สลายไปตามธรรมชาติ แต่คอลลาเจนที่ถูกสร้างใหม่จะยังคงช่วยค้ำผิวให้กระชับต่อเนื่อง เหมาะกับผู้ที่เริ่มมีผิวหย่อนคล้อยเล็กน้อยถึงปานกลาง และต้องการเห็นความเปลี่ยนแปลงทันทีโดยไม่ต้องพักฟื้น

ไหม PLLA

ไหม PLLA (Poly-L-Lactic Acid) เป็นไหมละลายทางการแพทย์ที่ออกแบบมาเพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในระยะยาวมากกว่าไหมชนิดอื่น โครงสร้างของไหมจะค่อย ๆ กระตุ้นให้ผิวสร้างเส้นใยคอลลาเจนใหม่รอบแนวเส้นไหม ทำให้ผิวค่อย ๆ แน่นขึ้นและดูอ่อนเยาว์ขึ้นเรื่อย ๆ ภายใน 2–3 เดือนหลังทำ ผลลัพธ์ของไหม PLLA อยู่ได้ประมาณ 12 เดือน ก่อนที่ไหมจะสลายตามธรรมชาติ เหมาะกับผู้ที่ต้องการฟื้นฟูสภาพผิวโดยรวม เช่น ผิวบาง ริ้วรอยชัด หรือเริ่มมีความหย่อนคล้อยระดับปานกลาง โดยผลลัพธ์จะค่อย ๆ ดูเป็นธรรมชาติ เหมือนได้รีเฟรชผิวจากภายในอย่างต่อเนื่อง

ไหม PCL 

ไหม PCL (Polycaprolactone) เป็นไหมละลายที่มีคุณสมบัติยืดหยุ่นสูงและสลายช้าที่สุดในกลุ่มไหมละลายทางการแพทย์ อยู่ได้นานประมาณ 18–24 เดือน จึงเหมาะกับคนที่ต้องการผลลัพธ์ยาวนานโดยไม่ต้องทำซ้ำบ่อย โครงสร้างของไหม PCL จะช่วยพยุงชั้นผิวได้ดี พร้อมกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนอย่างต่อเนื่องในระยะยาว ทำให้ผิวแน่น เรียบ และดูฟูขึ้นจากภายใน จุดเด่นคือเนื้อไหมมีความอ่อนตัวสูง ไม่แข็งตึงหรือดึงผิวจนดูไม่ธรรมชาติ เหมาะกับผู้ที่มีผิวหย่อนคล้อยระดับมาก หรืออยากยกหน้าให้เห็นผลชัดแบบคงรูปนาน โดยผลลัพธ์จะค่อยๆ ดีขึ้นเรื่อยๆ ในช่วง 1–3 เดือนหลังทำ

บทความแนะนำ : ร้อยไหมมีกี่แบบ ? เจาะลึกทุกชนิดไหม พร้อมวิธีเลือกให้เหมาะกับคุณ

ร้อยไหม PDO มีกี่แบบ และแต่ละแบบเหมาะกับใครบ้าง

การร้อยไหม PDO มีหลายแบบ แต่ละชนิดถูกออกแบบให้แก้ปัญหาผิวแตกต่างกัน ทั้งด้านการยก และ การฟื้นฟู เช่น ไหมก้างปลาที่ช่วยดึงผิวหย่อนชัด ไหมเรียบที่เน้นกระตุ้นคอลลาเจนทั่วหน้า และไหมสกรูที่เพิ่มความอิ่มฟูเฉพาะจุด การเลือกไหมที่เหมาะกับปัญหาผิวคือหัวใจสำคัญของผลลัพธ์ที่ยกได้ชัดและอยู่ได้นานกว่าเดิม

ไหมก้างปลา / ไหมเงี่ยง

ไหมก้างปลา หรือไหมเงี่ยง (Barbed Thread) เป็นไหมที่ออกแบบให้มีเงี่ยงเล็ก ๆ รอบเส้น ช่วย “เกี่ยวและยกผิว” ที่หย่อนคล้อยให้ตึงขึ้นทันทีหลังทำ เหมาะกับคนที่มีความหย่อนคล้อยชัด เช่น บริเวณแก้มล่าง เหนียง หรือกรอบหน้าที่เริ่มไม่ชัดเจน ไหมชนิดนี้จะทำงานสองทาง ทั้งช่วยพยุงผิวให้ยกขึ้นทางกล และกระตุ้นให้ร่างกายสร้างคอลลาเจนรอบแนวเส้นไหมในระยะยาว ทำให้ผิวแน่นและยืดหยุ่นมากขึ้นเรื่อย ๆ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการผลลัพธ์ชัดเจนในระยะเวลาอันสั้น โดยไม่ต้องพักฟื้นนาน หลังทำสามารถเห็นความเปลี่ยนแปลงได้ทันที และจะยิ่งชัดขึ้นภายใน 1–3 เดือน ผิวจึงดูยกเรียวและกระชับขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ

ไหมเรียบ

ไหมเรียบ (Mono Thread) เป็นไหมเส้นตรงขนาดเล็กที่ไม่มีเงี่ยง เหมาะสำหรับการกระตุ้นคอลลาเจนทั่วใบหน้า มากกว่าการยกผิวโดยตรง เมื่อร้อยไหมชนิดนี้เข้าไปในชั้นผิว ร่างกายจะตอบสนองด้วยการสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินใหม่รอบแนวเส้นไหม ทำให้ผิวแน่น กระจ่างใส และเรียบเนียนขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป เหมาะกับคนที่ผิวเริ่มอ่อนล้า ขาดความยืดหยุ่น หรือมีรูขุมขนกว้าง ไหมเรียบมักใช้ร่วมกับเทคนิคอื่น เช่น HIFU หรือเมโสหน้าใส เพื่อเสริมความแข็งแรงของผิวจากภายใน ผลลัพธ์จะค่อย ๆ ชัดใน 1–3 เดือน ผิวจะดูเนียนละเอียดและเฟิร์มขึ้นโดยไม่ต้องพักฟื้น

ไหมสกรู / ไหมเกลียว

ไหมสกรู หรือไหมเกลียว (Screw / Tornado Thread) เป็นไหมละลายที่ถูกพันเป็นเกลียวรอบแกน ทำให้มีแรงดันและแรงพยุงผิวมากกว่าไหมเรียบ เหมาะกับคนที่ต้องการเพิ่มความอิ่มฟูเฉพาะจุด เช่น ขมับ แก้มล่าง มุมปาก หรือร่องน้ำหมาก เมื่อร้อยเข้าไปใต้ผิว เส้นไหมจะช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและเติมเต็มผิวจากภายใน ทำให้ผิวบริเวณนั้นดูแน่น เด้ง และมีวอลลุ่มมากขึ้นตามธรรมชาติ ไหมสกรูจึงมักถูกนำมาใช้ร่วมกับไหมยกกระชับ เพื่อช่วยให้ผิวดูเฟิร์มและอิ่มในเวลาเดียวกัน ผลลัพธ์จะค่อย ๆ เห็นชัดขึ้นภายใน 1–2 เดือน เหมาะกับคนที่อยากให้ใบหน้าดูสดใสขึ้นโดยไม่ต้องพึ่งฟิลเลอร์

ขั้นตอนการร้อยไหม PDO ต้องเตรียมตัวยังไง

ก่อนตัดสินใจ ร้อยไหม PDO หลายคนอาจกังวลเรื่องความเจ็บหรือขั้นตอนระหว่างทำจริง ๆ แล้วการร้อยไหมเป็นหัตถการที่ไม่ซับซ้อนและใช้เวลาไม่นาน หากเตรียมตัวให้พร้อมและปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างถูกวิธี ทั้งก่อน ระหว่าง และหลังทำ ก็จะช่วยให้ผลลัพธ์ออกมาสวยเป็นธรรมชาติและฟื้นตัวไว หมอจะแนะนำขั้นตอนทั้งหมดตั้งแต่การเตรียมตัวไปจนถึงการดูแลหลังทำ เพื่อให้เข้าใจและมั่นใจก่อนเริ่มร้อยไหมจริง

ก่อนทำร้อยไหม PDO

การเตรียมตัวก่อน ร้อยไหม PDO ถือเป็นขั้นตอนสำคัญที่ช่วยลดโอกาสช้ำ บวม และทำให้ผลลัพธ์ยกกระชับออกมาดูเป็นธรรมชาติยิ่งขึ้น หมอแนะนำว่าควรเริ่มดูแลตัวเองล่วงหน้าประมาณ 5–7 วันก่อนทำ โดยมีสิ่งที่ควรหลีกเลี่ยงและเตรียมตัวดังนี้

สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยงก่อนร้อยไหม PDO

  • งดวิตามิน E, น้ำมันปลา, โสม, Ginkgo (แปะก๊วย) – สารเหล่านี้มีฤทธิ์ทำให้เลือดแข็งตัวช้า เพิ่มโอกาสช้ำหลังทำ
  • งดยาในกลุ่มลดการแข็งตัวของเลือด (Aspirin, Ibuprofen, Warfarin) – หากจำเป็นต้องใช้ ควรปรึกษาแพทย์ก่อนทุกครั้ง
  • งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และคาเฟอีนเข้มข้น – เพราะอาจกระตุ้นการไหลเวียนเลือดและเพิ่มอาการบวมได้
  • งดการขัดหน้า ผลัดเซลล์ผิว หรือเลเซอร์แรงๆ ก่อนทำ – เพื่อให้ผิวแข็งแรงพร้อมรับไหม

คำแนะนำเพิ่มเติมจากหมอ: ควรพักผ่อนให้เพียงพอ ดื่มน้ำมากๆ และมาพบแพทย์โดยไม่แต่งหน้าในวันทำ เพื่อประเมินรูปหน้าและวางแผนแนวไหมอย่างแม่นยำที่สุด

ขั้นตอนการทำร้อยไหม PDO

ขั้นตอนของการ ร้อยไหม PDO ถูกออกแบบให้ปลอดภัยและใช้เวลาไม่นาน โดยปกติจะอยู่ที่ประมาณ 30–60 นาที ขึ้นอยู่กับจำนวนเส้นไหมและบริเวณที่ทำ กระบวนการทั้งหมดควรอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อให้แนวไหมถูกต้องและผลลัพธ์ออกมาสมดุลกับรูปหน้า

ขั้นตอนการร้อยไหม PDO มีดังนี้

  1. ประเมินและออกแบบแนวไหม แพทย์จะวิเคราะห์โครงหน้า จุดหย่อนคล้อย และกำหนดทิศทางการวางไหมให้เหมาะกับการยกกระชับสูงสุด
  2. ทำความสะอาดและฉีดยาชาเฉพาะที่ ก่อนเริ่มทำจะมีการฆ่าเชื้อผิวและใช้ยาชาเฉพาะจุด เพื่อให้ผู้ทำรู้สึกสบายระหว่างร้อยไหม
  3. สอดไหมเข้าสู่ชั้นผิว SMAS แพทย์จะใช้เข็มปลายทู่ (Cannula) ค่อย ๆ สอดไหมตามแนวที่ออกแบบไว้ เพื่อให้เกิดแรงยกอย่างเป็นธรรมชาติ
  4. ปรับแนวไหมและตัดปลายไหมส่วนเกิน เมื่อไหมอยู่ในตำแหน่งที่ต้องการแล้ว แพทย์จะจัดรูปหน้าให้ได้องศายกที่เหมาะสม ก่อนตัดไหมและทำความสะอาดผิวอีกครั้ง

หลังทำร้อยไหม PDO ควรดูแลตัวเองอย่างไร 

หลังทำ ร้อยไหม PDO ผิวต้องการเวลาในการฟื้นตัวและกระตุ้นคอลลาเจนอย่างเต็มที่ การดูแลตัวเองให้ถูกวิธีในช่วง 3–7 วันแรกจะช่วยให้ผลลัพธ์ยกกระชับคงอยู่ได้นานและดูเป็นธรรมชาติมากขึ้น หมอสรุปแนวทางดูแลหลังทำไว้ดังนี้

สิ่งที่ควรทำหลังร้อยไหม PDO

  • ประคบเย็นในช่วง 24 ชั่วโมงแรก เพื่อลดบวมและช้ำ
  • นอนศีรษะสูง หลีกเลี่ยงการนอนตะแคงในช่วง 3 วันแรก เพื่อไม่ให้แนวไหมเคลื่อน
  • รับประทานอาหารอ่อน ๆ และงดเคี้ยวของแข็งช่วง 2–3 วันแรก เพื่อลดแรงกดบนใบหน้า
  • ดื่มน้ำมาก ๆ เพื่อช่วยให้ผิวชุ่มชื้นและกระบวนการสร้างคอลลาเจนทำงานได้ดีขึ้น

สิ่งที่ควรงดชั่วคราวหลังร้อยไหม

  • งดนวดหน้า ออกกำลังกายหนัก หรือทำทรีตเมนต์ร้อน เช่น ซาวน่า และเลเซอร์ ประมาณ 1 สัปดาห์
  • หลีกเลี่ยงการแต่งหน้าหรือทาครีมแรง ๆ ในช่วง 3–5 วัน

ร้อยไหม PDO ใช้กี่เส้น ?

จำนวนเส้นไหมที่ใช้ในการ ร้อยไหม PDO ขึ้นอยู่กับปัญหาผิวและเป้าหมายของแต่ละคน โดยทั่วไปถ้าเป็นการยกกระชับทั่วหน้า มักใช้ประมาณ 6–12 เส้นต่อข้าง แต่หากต้องการผลที่ชัดเจนขึ้น เช่น เก็บกรอบหน้า แก้ม หรือเหนียง อาจใช้มากกว่า 20–40 เส้น ขึ้นอยู่กับเทคนิคและชนิดไหมที่ใช้ เช่น ไหมก้างปลาใช้จำนวนน้อยกว่าไหมเรียบ เพราะให้แรงยกมากกว่า ทั้งนี้แพทย์จะเป็นผู้ประเมินแนวไหมและจำนวนที่เหมาะกับรูปหน้าของแต่ละคน เพื่อให้ผลออกมาดูยกสวยเป็นธรรมชาติ โดยไม่ต้องใช้ไหมเกินความจำเป็น

ร้อยไหม PDO เหมาะกับใคร – ไม่เหมาะกับใครบ้าง

การ ร้อยไหม PDO เหมาะกับคนที่เริ่มมีสัญญาณผิวหย่อนคล้อย แต่ยังไม่อยากทำศัลยกรรม เป็นหัตถการที่ช่วยยกกระชับผิวให้แน่นขึ้นโดยไม่ต้องพักฟื้นนาน หมอสรุปคุณสมบัติของคนที่เหมาะกับการทำ และกรณีที่ควรหลีกเลี่ยงไว้ดังนี้

ร้อยไหม PDO เหมาะกับใคร

  • ผู้ที่มีผิวหย่อนคล้อยเล็กน้อยถึงปานกลาง โดยเฉพาะบริเวณกรอบหน้า แก้มล่าง หรือเหนียง
  • ผู้ที่ต้องการเห็นผลยกทันทีหลังทำ แต่ยังอยากได้ลุคธรรมชาติ
  • คนที่ผิวบางหรือเริ่มสูญเสียคอลลาเจนจากอายุที่เพิ่มขึ้น
  • ผู้ที่เคยทำ HIFU หรือ Thermage แล้วอยากเพิ่มแรงยกเพิ่มเติม

ร้อยไหม PDO ไม่เหมาะกับใคร

  • ผู้ที่ตั้งครรภ์หรืออยู่ในช่วงให้นมบุตร
  • ผู้ที่มีภาวะเลือดออกง่าย หรือใช้ยาละลายลิ่มเลือดต่อเนื่อง
  • ผู้ที่มีโรคผิวหนังอักเสบหรือติดเชื้อในบริเวณที่จะทำ
  • ผู้ที่คาดหวังผลเหมือนการผ่าตัดดึงหน้า

ร้อยไหม PDO อยู่ได้นานแค่ไหน และผลลัพธ์เห็นเมื่อไหร่ 

ผลลัพธ์ของการ ร้อยไหม PDO จะเริ่มเห็นทันทีหลังทำประมาณ 20–30% และจะค่อยๆ ชัดขึ้นในช่วง 1–3 เดือน เมื่อคอลลาเจนใหม่เริ่มสร้างรอบแนวเส้นไหม ผิวจึงค่อยๆ แน่น ยก และเรียวขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ โดยทั่วไปไหม PDO จะคงอยู่ในผิวประมาณ 6–8 เดือน ก่อนละลายไปตามกลไกร่างกาย แต่สิ่งที่ยังอยู่ต่อคือคอลลาเจน ที่ถูกกระตุ้นให้สร้างขึ้น ทำให้ผิวยังดูเฟิร์มและกระชับต่อเนื่องได้อีกหลายเดือนหลังจากนั้น หากดูแลผิวดีและมีการทำซ้ำปีละ 1 ครั้ง จะช่วยรักษาผิวให้อ่อนเยาว์และชะลอความหย่อนคล้อยได้อย่างต่อเนื่อง

ร้อยไหม PDO บวมกี่วัน ?

หลังทำ ร้อยไหม PDO โดยทั่วไปอาจมีอาการบวมเล็กน้อยในช่วง 2–5 วันแรก ซึ่งถือเป็นการตอบสนองตามธรรมชาติของผิวหลังได้รับการกระตุ้น เส้นไหมที่สอดเข้าไปจะทำให้เกิดแรงยกในชั้นผิว ส่งผลให้มีอาการตึงหรือระบมเล็กน้อยในบางจุด โดยเฉพาะบริเวณแก้มและกรอบหน้า อาการเหล่านี้จะค่อย ๆ ลดลงเมื่อผิวเริ่มปรับตัว ควรหลีกเลี่ยงการนวดหน้า การออกกำลังกายหนัก และการโดนความร้อน เช่น ซาวน่าหรือเลเซอร์ ในช่วง 5–7 วัน เพื่อให้ไหมเซตตัวได้ดีและผิวฟื้นตัวไวขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ

ราคาและจุดที่นิยมร้อยไหม PDO

ราคาการ ร้อยไหม PDO ในคลินิกทั่วไปจะอยู่ที่ประมาณ 9,000–35,000 บาท ขึ้นอยู่กับชนิดไหมที่ใช้ (ไหมก้างปลา, ไหมเรียบ, ไหมเกลียว) และจำนวนเส้นที่ต้องร้อยต่อเคส โดยแพทย์จะประเมินจากระดับความหย่อนคล้อยของผิวและจุดที่ต้องการยกกระชับ ซึ่งมักจะเป็นบริเวณที่เห็นความเปลี่ยนแปลงได้ชัดเจนที่สุด เช่น

  • กรอบหน้าและแก้มล่าง – ช่วยเก็บแนวหน้าให้คมชัดขึ้น
  • เหนียงและลำคอ – ลดความหย่อนคล้อยและยกกระชับแนวกรอบคาง
  • ร่องแก้มและมุมปาก – ปรับให้ใบหน้าดูอ่อนโยนและยกมุมขึ้น

เทรนด์ปี 2026 คนรุ่นใหม่มักเลือกทำร้อยไหมแบบผสม คือใช้ไหมหลายชนิดร่วมกัน เพื่อให้ได้ทั้งแรงยกและการกระตุ้นคอลลาเจนในจุดเดียวกัน เห็นผลเร็วและคงอยู่ได้นานโดยไม่ต้องพักฟื้น

สรุป ร้อยไหม PDO ดีจริงไหม

ร้อยไหม PDO ถือเป็นเทคนิคยกกระชับที่ตอบโจทย์ยุคใหม่ เพราะให้ผลลัพธ์เห็นชัด ผิวแน่นขึ้นโดยไม่ต้องผ่าตัด และฟื้นตัวเร็ว เหมาะกับคนที่ต้องการปรับรูปหน้าให้ดูอ่อนเยาว์ขึ้นแบบธรรมชาติ จุดเด่นคือไหมจะช่วยพยุงผิวทันที พร้อมกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนต่อเนื่อง 

ทำให้ผิวแข็งแรงและยกกระชับขึ้นเรื่อยๆ แม้ไหมละลายไปแล้ว เพราะความอ่อนเยาว์เริ่มได้ตั้งแต่วันนี้ แค่เลือกดูแลกับทีมแพทย์ที่เข้าใจใบหน้าคุณจริงๆ หากอยากรู้ว่าร้อยไหมแบบไหนเหมาะกับโครงหน้าและสภาพผิวของคุณที่สุด แนะนำให้ปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์เฉพาะด้าน เพื่อให้ผลลัพธ์ออกมาสวย ดูเป็นธรรมชาติ และมั่นใจได้ในทุกมุมของใบหน้า

อยากยกกระชับหน้าให้เห็นผลชัดและปลอดภัยในครั้งเดียว ที่ TBL Clinic เราเลือกใช้เฉพาะ ไหมมิ้น (MINT Lift) จากเกาหลี ซึ่งได้รับมาตรฐานอย.ไทย ยกจริง อยู่ได้นาน และให้ผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติ

ปรึกษาแพทย์เพื่อวางแผนร้อยไหมที่เหมาะกับโครงหน้าและผิวของคุณ จองคิวได้เลยวันนี้ผ่าน Line Official หรือ Inbox Facebook

FAQ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ ร้อยไหม pdo

Q1: ร้อยไหม PDO อยู่ได้นานกี่เดือน
A1: ผลลัพธ์ของการร้อยไหม PDO อยู่ได้ประมาณ 6–8 เดือน ขึ้นอยู่กับชนิดไหมและการดูแลผิวหลังทำ แต่คอลลาเจนที่สร้างขึ้นจะช่วยให้ผิวกระชับต่อเนื่องได้อีกหลายเดือน

Q2: หลังร้อยไหมควรงดอะไรบ้าง
A2: ควรงดนวดหน้า ออกกำลังกายหนัก ดื่มแอลกอฮอล์ และทำทรีตเมนต์ร้อน เช่น ซาวน่า หรือเลเซอร์ ในช่วง 5–7 วันแรก เพื่อให้ไหมเซตตัวสมบูรณ์

Q3: ร้อยไหมเจ็บไหม และต้องพักฟื้นไหม
A3: ระหว่างทำจะใช้ยาชาเฉพาะที่ จึงรู้สึกเพียงตึงหรือระบมเล็กน้อย หลังทำสามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ทันที

Q4: ร้อยไหม PDO กับไหม PCL ต่างกันยังไง
A4: ไหม PDO อยู่ได้ 6–8 เดือน เหมาะกับการยกทันที ส่วนไหม PCL อยู่ได้นานกว่า 18–24 เดือน และให้ผลกระตุ้นคอลลาเจนระยะยาว

Q5: ร้อยไหมช่วยลดเหนียงได้ไหม
A5: ช่วยได้ครับ โดยเฉพาะไหมก้างปลาหรือไหมมิ้น ที่สามารถยกกระชับผิวใต้คางและแนวกรอบหน้าให้ชัดขึ้นทันทีหลังทำ