TBL Clinic

ร้อยไหมคอลลาเจน คืออะไร ช่วยยกกระชับผิว ทำให้หน้าเด็กลงเห็นผลจริงไหม

ร้อยไหมคอลลาเจน

หัวข้อ

เมื่อถึงช่วงที่กระจกเริ่มไม่ใจดีเท่าเดิม เห็นแก้มตก เหนียงมา หรือกรอบหน้าหาย หลายคนอยากให้ใบหน้ากลับมาฟูตึงอีกครั้ง แต่ก็ยังไม่อยากศัลยกรรมใหญ่ๆ นี่แหละครับคือเหตุผลที่ร้อยไหมคอลลาเจน กลายเป็นคำตอบที่หลายคนเลือก เพราะมันช่วย ยกกระชับผิวให้กลับมาแน่น เต่งตึง ดูเด็กลงแบบธรรมชาติ โดยไม่ต้องพักฟื้น

จริงๆแล้ว ร้อยไหมคอลลาเจน คือการใช้ไหมละลายชนิดพิเศษฝังลงใต้ผิว เพื่อกระตุ้นให้ร่างกายสร้างคอลลาเจนใหม่ขึ้นมาล้อมรอบเส้นไหม ทำให้โครงสร้างผิวแข็งแรงขึ้น ผิวดูฟูแน่น และริ้วรอยลดลงไปพร้อมกัน เหมือนคืนความยืดหยุ่นให้ผิวได้เองจากภายใน

หมออยากให้มองว่าเทคนิคนี้ไม่ใช่แค่ดึงหน้า แต่เป็นการรีเซ็ตผิว ให้กลับมาทำงานได้เหมือนตอนวัย 20 อีกครั้ง เหมาะกับคนที่เริ่มมีปัญหาผิวหย่อน ร่องแก้มลึก หรืออยากให้หน้าดูสดใสขึ้นโดยไม่ต้องผ่าตัด เพราะสุดท้ายแล้ว ผิวไม่เคยโกหก และร้อยไหมคอลลาเจนคือทางลัดที่ช่วยคืนความมั่นใจให้คุณได้จริง ๆ

ทำไมคอลลาเจนสำคัญกับผิว และทำไมถึงต้อง ร้อยไหมคอลลาเจน 

คอลลาเจนคือโปรตีนสำคัญที่เป็นเหมือนโครงสร้างหลักของผิว ทำหน้าที่พยุงให้ผิวแน่น ยืดหยุ่น และมีความชุ่มชื้นตามธรรมชาติ แต่เมื่ออายุมากขึ้น ร่างกายจะผลิตคอลลาเจนน้อยลงประมาณปีละ 1–2% ตั้งแต่อายุ 25 ปีขึ้นไป ส่งผลให้ผิวเริ่มบางลง เกิดร่องลึกและหย่อนคล้อยง่าย โดยเฉพาะบริเวณแก้ม คาง และกรอบหน้า

ในทางการแพทย์ การร้อยไหมคอลลาเจนช่วยกระตุ้นให้ร่างกายสร้างคอลลาเจนใหม่ได้อย่างเป็นธรรมชาติ เหมือนรีบูตระบบฟื้นฟูผิวจากภายใน เหมาะกับคนที่อยากให้ผิวกลับมามีความเฟิร์มโดยไม่ต้องพักฟื้นนาน เพราะความจริงคือ ยิ่งอายุมาก คอลลาเจนยิ่งลด แต่เราสามารถกระตุ้นให้กลับมาได้

คอลลาเจน คืออะไร ?

คอลลาเจนคือโปรตีนชนิดหนึ่งที่อยู่ในชั้นหนังแท้ (Dermis) ทำหน้าที่เป็นเส้นใยโครงสร้างคอยพยุงผิวให้แข็งแรงและยืดหยุ่น เหมือนโครงตาข่ายใต้ผิวที่คอยค้ำจุนให้ผิวดูเต่งตึงและมีความแน่นฟูตามธรรมชาติ ร่างกายเราผลิตคอลลาเจนได้เองจากกรดอะมิโน เช่น ไกลซีน โพรลีน และไฮดรอกซีโปรลีน ซึ่งทำงานร่วมกับอีลาสตินและกรดไฮยาลูโรนิกเพื่อคงความยืดหยุ่นและความชุ่มชื้นของผิว

เมื่อคอลลาเจนเริ่มลดลงตามวัย ผิวจะเริ่มบาง ร่องแก้มลึก และกรอบหน้าไม่ชัดเหมือนเดิม การเติมคอลลาเจนกลับเข้าสู่ผิวจึงเป็นแนวทางที่ช่วยให้ผิวกลับมาดูอิ่มฟู ดูสุขภาพดีขึ้นอีกครั้ง เหมือนรีเฟรชผิวให้สดใหม่กว่าเดิมแบบเป็นธรรมชาติ

ปัจจัยที่ทำให้คอลลาเจนในผิวลดลง

คอลลาเจนในร่างกายไม่ได้ลดลงแค่เพราะอายุครับ แต่ยังมีหลายปัจจัยที่เรามักมองข้ามไป ซึ่งล้วนส่งผลให้ผิวเริ่มหย่อนคล้อยเร็วกว่าที่ควรจะเป็น หมอสรุปให้เข้าใจง่ายๆ ดังนี้

  • อายุที่เพิ่มขึ้น — ร่างกายผลิตคอลลาเจนลดลงเรื่อยๆ หลังอายุ 25 ปี ทำให้เส้นใยผิวเริ่มบางและขาดความยืดหยุ่น
  • แสงแดด (รังสี UV) — ตัวร้ายที่ทำลายโครงสร้างคอลลาเจนโดยตรง ส่งผลให้ผิวแห้ง หยาบ และเกิดริ้วรอยไวขึ้น
  • พฤติกรรมในชีวิตประจำวัน — การนอนดึก ดื่มแอลกอฮอล์ หรือสูบบุหรี่ ล้วนทำให้เซลล์ฟื้นฟูตัวเองได้ช้าลง
  • ความเครียดสะสม — เมื่อร่างกายหลั่งฮอร์โมนคอร์ติซอลมากเกินไป จะไปรบกวนการสร้างคอลลาเจน ทำให้ผิวดูโทรมและขาดความสดใส
  • โภชนาการไม่สมดุล — การขาดโปรตีนหรือวิตามินซี ซึ่งเป็นวัตถุดิบสำคัญในการสร้างคอลลาเจน ส่งผลให้ผิวอ่อนแอ

ร้อยไหมคอลลาเจนช่วยฟื้นฟูโครงสร้างผิวอย่างไร ?

การร้อยไหมคอลลาเจนเป็นเทคนิคที่ช่วยกระตุ้นการฟื้นฟูผิวจากใต้ชั้นผิวจริง ๆ โดยเส้นไหมที่สอดเข้าไปจะกระตุ้นให้ร่างกายเกิดการอักเสบในระดับจุลภาค (Micro Inflammation) ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินใหม่อย่างต่อเนื่อง ผลลัพธ์คือผิวแน่นขึ้น ยืดหยุ่นดีขึ้น และโครงสร้างผิวได้รับการจัดเรียงใหม่อย่างเป็นธรรมชาติ

เส้นไหมจะค่อยๆ สลายไปเองภายใน 6–8 เดือน แต่ระหว่างนั้นผิวยังผลิตคอลลาเจนต่อเนื่องอีกหลายเดือน ทำให้ผลลัพธ์อยู่ได้นานและดูเป็นธรรมชาติ เหมือนรีเซ็ตระบบฟื้นฟูผิวให้กลับมาทำงานได้เต็มประสิทธิภาพอีกครั้ง โดยไม่ต้องพึ่งการผ่าตัดหรือพักฟื้นนาน

ร้อยไหมคอลลาเจน คืออะไร และทำงานอย่างไรในชั้นผิว

ร้อยไหมคอลลาเจนคือเทคนิคทางการแพทย์ที่ใช้ไหมละลายชนิดพิเศษ ฝังไว้ใต้ชั้นผิวหนังแท้ (Dermis) เพื่อกระตุ้นให้ร่างกายสร้างคอลลาเจนใหม่รอบเส้นไหมอย่างต่อเนื่อง เส้นไหมจะทำหน้าที่เป็นโครงสร้างชั่วคราว ช่วยพยุงผิวที่หย่อนคล้อยให้กลับมาแน่นขึ้นในทันที และเมื่อเวลาผ่านไป เส้นไหมจะค่อย ๆ สลายไปตามธรรมชาติ ทิ้งไว้เพียงโครงสร้างคอลลาเจนที่ผิวสร้างขึ้นเอง

ผลลัพธ์คือผิวดูฟูแน่นขึ้น ริ้วรอยจางลง และกรอบหน้าดูชัดขึ้นโดยไม่ต้องศัลยกรรม กลไกนี้ถือเป็นการ “รีบูตระบบผิว” ให้กลับมาทำงานได้ดีอีกครั้ง เหมาะกับคนที่อยากยกกระชับและฟื้นฟูผิวแบบธรรมชาติ ไม่ต้องพักฟื้นนานแต่เห็นการเปลี่ยนแปลงชัดเจน

ลักษณะของไหมคอลลาเจน

ไหมคอลลาเจนเป็นไหมละลายทางการแพทย์ที่ถูกออกแบบมาให้ทำงานร่วมกับผิวได้อย่างปลอดภัย วัสดุที่ใช้ส่วนใหญ่คือ PDO (Polydioxanone) หรือ PCL (Polycaprolactone) ซึ่งเป็นสารที่ใช้ในวงการศัลยกรรมมานาน มีคุณสมบัติละลายได้เองในร่างกายโดยไม่ทิ้งสารตกค้าง และไม่ก่อให้เกิดอาการแพ้ เส้นไหมบางรุ่นจะมีการ เคลือบคอลลาเจนธรรมชาติ เพื่อช่วยเสริมการกระตุ้นเซลล์ไฟโบรบลาสต์ (Fibroblast) ให้สร้างคอลลาเจนและอีลาสตินได้ดียิ่งขึ้น ทำให้ผิวแน่นขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ

ลักษณะของไหมจะมีทั้งแบบเรียบ (Smooth Thread) และแบบมีเงี่ยง (Cog Thread) ซึ่งแพทย์จะเลือกใช้ตามปัญหาผิว เช่น ยกกระชับ แก้มตก หรือปรับรูปหน้า การเลือกไหมที่เหมาะกับโครงสร้างผิวแต่ละคน จึงเป็นหัวใจสำคัญของผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติและคงอยู่ได้นาน

กลไกการกระตุ้นคอลลาเจน

ไหมคอลลาเจนทำหน้าที่เสมือนเส้นพยุงผิว ที่ช่วยพยุงโครงสร้างใต้ชั้นหนังแท้ให้กลับมาตึงกระชับทันทีหลังร้อยเข้าไป ขณะเดียวกัน ร่างกายจะรับรู้ว่าเกิดการกระตุ้นเล็กน้อยในบริเวณนั้น จึงส่งสัญญาณให้เซลล์ไฟโบรบลาสต์ (Fibroblast) เข้ามาซ่อมแซมและสร้างคอลลาเจนใหม่รอบแนวไหมอย่างต่อเนื่อง

ช่วง 2–3 เดือนหลังทำ ถือเป็นช่วงที่ผิวเริ่มฟื้นตัวและคอลลาเจนใหม่เริ่มก่อตัวอย่างชัดเจน ผิวจะค่อย ๆ แน่นขึ้น ริ้วรอยจางลง และใบหน้าดูยกกระชับขึ้นตามธรรมชาติ เส้นไหมจะละลายหายไปเอง แต่โครงสร้างคอลลาเจนที่ร่างกายสร้างไว้จะยังคงอยู่ ช่วยให้ผิวดูอ่อนเยาว์ได้ยาวนาน เหมือนเปิดระบบซ่อมผิวจากภายในโดยไม่ต้องผ่าตัด

ร้อยไหมคอลลาเจน ต่างจากไหมชนิดอื่นยังไง

แม้ไหมละลาย จะมีหลายประเภท แต่ละชนิดมีคุณสมบัติและกลไกการกระตุ้นผิวต่างกัน ซึ่งหมออยากให้เข้าใจง่ายๆ ว่าไหมแต่ละแบบเหมาะกับจุดประสงค์ไม่เหมือนกัน บางชนิดเน้นยกทันที บางชนิดเน้นฟื้นฟูผิวในระยะยาว ส่วนไหมคอลลาเจนคือการรวมข้อดีของทั้งสองด้านเข้าด้วยกัน

เปรียบเทียบไหมแต่ละประเภท

  • ไหม PDO (Polydioxanone)
    เป็นไหมละลายพื้นฐานที่ใช้กันมายาวนาน ช่วยยกกระชับได้ดีในระยะสั้น และกระตุ้นคอลลาเจนได้ระดับหนึ่ง อยู่ในผิวประมาณ 6–8 เดือน เหมาะกับคนที่เพิ่งเริ่มทำหรืออยากปรับกรอบหน้าแบบเห็นผลเร็ว
  • ไหม PLLA (Poly-L-Lactic Acid)
    กระตุ้นคอลลาเจนได้ลึกกว่า PDO แต่ละลายช้ากว่า อยู่ได้ราว 12–18 เดือน เหมาะกับคนที่ต้องการผลลัพธ์ยาวนานขึ้นและเน้นการฟื้นฟูผิว
  • ไหม PCL (Polycaprolactone)
    มีความยืดหยุ่นสูงและคงรูปได้ดี อยู่ในผิวได้นานถึง 18–24 เดือน ให้ผลทั้งยกกระชับและกระตุ้นคอลลาเจน เหมาะกับผิวที่เริ่มมีความหย่อนชัดเจน
  • ไหมคอลลาเจน (Collagen Thread)
    แตกต่างจากไหมทั่วไปตรงที่เคลือบด้วยคอลลาเจนธรรมชาติ และออกแบบให้กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนรอบแนวไหมได้ดีกว่า จึงได้ผลลัพธ์ที่ดูอิ่มฟู ผิวแน่นขึ้นโดยไม่แข็งตึง เหมาะกับคนที่อยากยกหน้าแบบนุ่มนวลและดูเป็นธรรมชาติ

บทความแนะนำ : ร้อยไหมมีกี่แบบ ? เจาะลึกทุกชนิดไหม พร้อมวิธีเลือกให้เหมาะกับคุณ

ร้อยไหมคอลลาเจน เหมาะกับใครบ้าง

ร้อยไหมคอลลาเจนถือเป็นเทคนิคที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์คนที่อยาก ยกกระชับแบบธรรมชาติ ไม่ต้องพักฟื้นยาว และยังช่วยให้ผิวฟูแน่นขึ้นอย่างต่อเนื่อง หมออยากให้ลองเช็กดูว่า ถ้าเข้าข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ คุณอาจเหมาะกับการทำร้อยไหมคอลลาเจนครับ

  • วัยทำงาน (25–45 ปี) — ผิวเริ่มสูญเสียคอลลาเจนตามวัย มีความหย่อนเล็กน้อยบริเวณแก้ม มุมปาก หรือใต้คาง
  • คนที่กรอบหน้าเริ่มไม่ชัด — โครงหน้าดูไม่เฟิร์มเหมือนเดิม รู้สึกว่าถ่ายรูปแล้วหน้าไม่เป๊ะเหมือนก่อน
  • ผู้ที่ไม่อยากศัลยกรรมหรือพักฟื้นนาน — อยากให้ผิวแน่นขึ้นแต่ยังต้องทำงาน ใช้ชีวิตได้ตามปกติ
  • คนที่มีร่องแก้ม ร่องน้ำหมาก หรือผิวเริ่มไม่ยกตัว — ต้องการให้ผิวดูเรียบและฟื้นฟูได้จริงจากภายใน
  • ผู้ที่ต้องการกระตุ้นคอลลาเจนให้ผิวกลับมามีชีวิตชีวา — เหมาะกับคนที่ผิวบาง เหนื่อยล้า หรือพักผ่อนน้อย

การเตรียมตัวก่อนทำ ร้อยไหมคอลลาเจน

การร้อยไหมคอลลาเจนเป็นหัตถการที่แม้ไม่ต้องผ่าตัด แต่ก็ต้องเตรียมตัวให้พร้อมเพื่อให้ผิวอยู่ในสภาพดีที่สุดและลดความเสี่ยงเรื่องรอยช้ำ หมอสรุปขั้นตอนที่ควรรู้ไว้ให้แบบเข้าใจง่ายครับ

  • งดวิตามิน E และน้ำมันปลา — ควรงดอย่างน้อย 5–7 วันก่อนทำ เพราะมีฤทธิ์ต้านการแข็งตัวของเลือด อาจทำให้เกิดรอยช้ำหรือเลือดออกง่าย
  • งดยาละลายลิ่มเลือด — เช่น แอสไพริน หรือยาในกลุ่ม NSAIDs หากต้องใช้ยาประจำ ควรแจ้งแพทย์ก่อนทุกครั้งเพื่อความปลอดภัย
  • งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ — อย่างน้อย 24 ชั่วโมงก่อนทำ เพราะส่งผลต่อการไหลเวียนเลือดและอาจเพิ่มโอกาสการบวม
  • นอนพักผ่อนให้เพียงพอ — เพื่อให้ร่างกายฟื้นตัวได้เร็วและลดโอกาสการอักเสบหลังทำ
  • ดื่มน้ำมาก ๆ และหลีกเลี่ยงการแต่งหน้าหนาในวันทำ — ช่วยให้ผิวสะอาดและพร้อมสำหรับขั้นตอนร้อยไหม

ขั้นตอนการทำร้อยไหมคอลลาเจน

ขั้นตอนการร้อยไหมคอลลาเจนถือเป็นหัตถการที่ใช้เวลาไม่นาน แต่ต้องอาศัยความละเอียดและเทคนิคเฉพาะของแพทย์ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ยกกระชับและดูเป็นธรรมชาติที่สุด โดยทั่วไปขั้นตอนจะเป็นไปตามลำดับดังนี้ครับ

  1. ประเมินรูปหน้าและวางแผนการร้อยไหม แพทย์จะตรวจสภาพผิว วิเคราะห์โครงหน้า และออกแบบแนวการวางไหมให้เหมาะกับปัญหาของแต่ละคน เช่น แก้มตก เหนียง หรือกรอบหน้าไม่ชัด
  2. ทำความสะอาดผิวและทายาชาเฉพาะจุด ใช้เวลาประมาณ 20–30 นาที เพื่อให้ผิวชาและลดความรู้สึกเจ็บระหว่างทำ
  3. ร้อยไหมคอลลาเจนเข้าสู่ชั้นหนังแท้ (Dermis Layer) ใช้เทคนิคเฉพาะช่วยให้ไหมวางตัวได้อย่างแม่นยำ โดยใช้เวลาประมาณ 30–45 นาที ขึ้นอยู่กับจำนวนไหมและบริเวณที่ทำ
  4. ประคบเย็นและให้คำแนะนำหลังทำ หลังร้อยไหมจะมีอาการตึงเล็กน้อย ซึ่งจะหายไปภายใน 2–3 วัน พร้อมคำแนะนำในการดูแลผิวให้ฟื้นตัวเร็วและสร้างคอลลาเจนได้เต็มที่

การดูแลตัวเอง หลังทำร้อยไหมคอลลาเจน

หลังทำร้อยไหมคอลลาเจน ผิวจะเริ่มเข้าสู่ช่วงฟื้นฟูและกระตุ้นคอลลาเจนใหม่ ซึ่งการดูแลตัวเองให้ถูกวิธีในช่วง 3–5 วันแรก มีผลโดยตรงต่อความตึงกระชับและความเรียบเนียนของผิว หมอสรุปวิธีดูแลง่าย ๆ ที่ควรทำตามไว้ให้ครับ

  • เลี่ยงการนวดหน้า หรือกดผิวแรง ๆ — เพราะอาจทำให้เส้นไหมเคลื่อนตัวและส่งผลต่อแนวยกที่แพทย์วางไว้
  • งดออกกำลังกายหนัก หรือกิจกรรมที่ทำให้หน้าเหงื่อออกมาก — เพื่อป้องกันการบวมและลดแรงดันในชั้นผิว
  • หลีกเลี่ยงความร้อนทุกชนิด — เช่น ซาวน่า ไดร์เป่าผมใกล้หน้า หรือการตากแดดจัด เพราะความร้อนอาจเร่งการสลายของไหม
  • นอนศีรษะสูงและไม่นอนตะแคงใน 2–3 วันแรก — ช่วยลดอาการบวมและคงแนวไหมให้อยู่ในตำแหน่งเดิม
  • งดแอลกอฮอล์และสูบบุหรี่ชั่วคราว — เพื่อให้การไหลเวียนเลือดดีและกระตุ้นคอลลาเจนได้เต็มที่

ร้อยไหมคอลลาเจน อยู่ได้นานแค่ไหน และเห็นผลเมื่อไหร่ ?

หลังร้อยไหมคอลลาเจน ส่วนใหญ่จะเริ่มเห็นการยกกระชับทันทีประมาณ 20–30% จากแรงพยุงของไหม และจะค่อย ๆ เห็นผลชัดขึ้นเรื่อย ๆ ภายใน 2–3 สัปดาห์ เมื่อร่างกายเริ่มสร้างคอลลาเจนใหม่รอบแนวไหมอย่างต่อเนื่อง โดยปกติผลลัพธ์จะอยู่ได้นาน ประมาณ 12–18 เดือน ขึ้นอยู่กับสภาพผิว อายุ และพฤติกรรมการใช้ชีวิต เช่น การพักผ่อน การรับประทานอาหาร และการดูแลผิวหลังทำ

ช่วงเดือนที่ 2–3 จะเป็นช่วงที่ผิวแน่นที่สุด เพราะคอลลาเจนเริ่มจัดเรียงตัวเต็มที่ ผิวจะดูฟูและกระชับขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ เหมือนรีเฟรชผิวใหม่จากภายในโดยไม่ต้องพักฟื้นยาว ทำให้ผลลัพธ์ดูนุ่มนวลและติดทนนานกว่าการร้อยไหมทั่วไป

จุดยอดนิยมในการร้อยไหมคอลลาเจน

ร้อยไหมคอลลาเจนถือเป็นเทคนิคที่สามารถปรับรูปหน้าและฟื้นฟูผิวได้หลายตำแหน่งในใบหน้า โดยแต่ละจุดจะใช้เทคนิคและทิศทางการวางไหมแตกต่างกัน เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ยกกระชับและดูเป็นธรรมชาติที่สุด หมอสรุปให้เห็นภาพง่าย ๆ ว่าจุดไหนที่นิยมทำกันมากครับ

  • แก้มและแนวกรอบหน้า — จุดที่ได้รับความนิยมสูงสุด เพราะช่วยยกแก้มที่เริ่มตก ทำให้กรอบหน้าคมชัดขึ้น หน้าเรียวและกระชับโดยไม่ต้องศัลยกรรม
  • เหนียงใต้คาง — ช่วยลดความหย่อนคล้อยบริเวณลำคอและคางสองชั้น เหมาะกับคนที่อยากให้หน้าดูเรียวยาวขึ้น
  • ร่องแก้ม (Nasolabial Fold) — ร้อยไหมบริเวณนี้ช่วยยกเนื้อแก้มที่หย่อนลงมาทับร่อง ทำให้หน้าดูอ่อนเยาว์และไม่โทรม
  • หางตาและขมับ — ช่วยยกแนวหางตา ลดความหย่อนของหนังตา ทำให้ดวงตาดูสดใสขึ้น
  • มุมปากตก — ช่วยให้มุมปากยกขึ้นเล็กน้อย สีหน้าดูเป็นมิตรและอ่อนโยนกว่าเดิม

ร้อยไหมคอลลาเจน ราคา ?

ราคาการร้อยไหมคอลลาเจนโดยทั่วไปจะขึ้นอยู่กับชนิดของไหม ปริมาณเส้นที่ใช้ และบริเวณที่ทำ โดยราคาเฉลี่ยอยู่ที่ ประมาณ 8,000 – 25,000 บาทต่อครั้ง สำหรับการยกกระชับทั่วใบหน้า แต่หากทำเฉพาะจุด เช่น แก้ม หรือกรอบหน้า ราคาจะอยู่ราว 5,000 – 12,000 บาท

ในบางเคสที่ต้องการปรับรูปหน้าแบบเต็มเฟรม หรือใช้ไหมเคลือบคอลลาเจนรุ่นพรีเมียม ราคาจะสูงขึ้นตามความละเอียดของเทคนิคและจำนวนเส้นที่ใช้ การเลือกคลินิกที่ใช้ไหมแท้และทำโดยแพทย์ผู้มีประสบการณ์คือสิ่งสำคัญ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ปลอดภัยและดูเป็นธรรมชาติครับ

ร้อยไหมคอลลาเจน ที่ไหนดี ?

การเลือกร้อยไหมคอลลาเจนให้ได้ผลลัพธ์สวยและปลอดภัย ไม่ได้ขึ้นอยู่แค่ชนิดของไหมเท่านั้น แต่ คลินิกร้อยไหม ที่คุณเลือกก็สำคัญไม่แพ้กัน หมอสรุปเกณฑ์เลือก คลินิกร้อยไหม ใกล้ฉัน ที่ควรเช็กก่อนตัดสินใจไว้ดังนี้ครับ

  • ตรวจสอบว่าใช้ไหมแท้ มีเลข อย. ชัดเจน เพราะไหมที่ผ่านการรับรองเท่านั้นจึงละลายได้อย่างปลอดภัยและกระตุ้นคอลลาเจนได้จริง
  • ทำโดยแพทย์ที่มีประสบการณ์เฉพาะทางด้านปรับรูปหน้า เทคนิคการวางไหมต้องอาศัยความเข้าใจในชั้นผิวและทิศทางแรงยก
  • มีการประเมินและวางแผนเป็นรายบุคคล เพราะโครงหน้าทุกคนไม่เหมือนกัน การร้อยไหมต้องออกแบบเฉพาะเคส
  • คลินิกสะอาด ได้มาตรฐานทางการแพทย์ สภาพแวดล้อมที่ดีช่วยลดความเสี่ยงเรื่องการติดเชื้อหรือบวมช้ำ
  • มีการติดตามผลหลังทำจริงจัง เพื่อให้แน่ใจว่าไหมเซ็ตตัวดี ผิวยกกระชับและฟื้นฟูตามที่คาดหวัง

หากคุณกำลังมองหา คลินิกร้อยไหม ที่เน้นความปลอดภัยและผลลัพธ์ที่ดูธรรมชาติ TBL Clinic ใช้ไหมแท้ทุกเส้น เปิดขวดให้ดูจริง พร้อมทีมแพทย์ผู้มีประสบการณ์ด้านการปรับรูปหน้าโดยเฉพาะ — เพราะเรารู้ว่าความมั่นใจเริ่มต้นได้จากผิวที่ยกกระชับอย่างถูกวิธี สามารถทักมาปรึกษาฟรีได้ที่ Line Official หรือ Inbox Facebook

สรุป ร้อยไหมคอลลาเจน ทางลัดคืนผิวตึง เด้ง เด็ก แบบธรรมชาติ 

ร้อยไหมคอลลาเจนคือเทคนิคที่ช่วยยกกระชับ ฟื้นฟูโครงสร้างผิว และกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่จากภายใน เหมาะกับคนที่ผิวเริ่มหย่อนแต่ยังอยากดูอ่อนเยาว์อย่างเป็นธรรมชาติ ผลลัพธ์คือผิวแน่นขึ้น ริ้วรอยลดลง กรอบหน้าชัดขึ้นโดยไม่ต้องพักฟื้นยาว

หมอมักแนะนำวิธีนี้ให้กับคนที่อยากรีเฟรชหน้าแบบไม่หลอกตา เพราะไหมคอลลาเจนช่วยให้ผิวค่อย ๆ ฟื้นคืนแรงตึงตัวในแบบที่ยังเป็นตัวคุณอยู่ เพราะผิวดีไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่คือการดูแลอย่างถูกวิธีจากแพทย์ที่เข้าใจคุณ

หากกำลังหาข้อมูล คลินิกร้อยไหม หรืออยากปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินแนวทางที่เหมาะกับคุณ TBL Clinic พร้อมให้คำแนะนำโดยทีมแพทย์จริง ดูแลตั้งแต่ก่อนทำจนถึงหลังฟื้นตัว เพื่อให้ทุกคนได้ผลลัพธ์ที่มั่นใจจาก คลินิกร้อยไหม ใกล้ฉัน ที่ใส่ใจทุกรายละเอียด

FAQ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการทำ ร้อยไหมคอลลาเจน

Q1: ร้อยไหมคอลลาเจนอยู่ได้นานแค่ไหน
A1: ผลลัพธ์อยู่ได้นานประมาณ 12–18 เดือน ขึ้นอยู่กับสภาพผิว อายุ และการดูแลหลังทำครับ

Q2: ร้อยไหมคอลลาเจนเจ็บไหม
A2: ระหว่างทำจะใช้ยาชาเฉพาะจุด จึงรู้สึกเพียงตึงหรือจิ๊ดเล็กน้อยเท่านั้น ไม่ถึงขั้นเจ็บครับ

Q3: หลังร้อยไหมคอลลาเจนต้องพักฟื้นไหม
A3: ไม่จำเป็นต้องพักฟื้น สามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ แต่อาจมีรอยบวมเล็กน้อย 1–3 วันครับ

Q4: ร้อยไหมคอลลาเจนต่างจากไหม PDO ยังไง
A4: ไหมคอลลาเจนจะเคลือบคอลลาเจนธรรมชาติ กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนได้มากกว่า ผิวฟูและแน่นกว่าไหม PDO ครับ

Q5: ร้อยไหมคอลลาเจนช่วยลดเหนียงได้ไหม
A5: ช่วยได้ครับ เพราะไหมจะพยุงชั้นผิวและกระตุ้นคอลลาเจนใต้คาง ทำให้เหนียงยกกระชับขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ