หลายคนอาจเคยโดนทักว่า หน้าดุ หรือ ดูไม่เป็นมิตร ทั้งที่จริงๆ แล้วเป็นคนใจดีมาก แค่สีหน้าดูนิ่งกว่าความรู้สึกที่อยู่ข้างใน ซึ่งหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้เกิดภาพแบบนั้นคือ ปากคว่ำ ภาวะที่มุมปากตกลงโดยไม่รู้ตัว ทำให้สีหน้าดูเหมือนกำลังไม่พอใจ ทั้งที่จริงๆ แค่พักหน้าเฉยๆ
ในมุมความงาม ปากคว่ำอาจทำให้โครงหน้าดูแข็ง ไม่ละมุน แต่ในศาสตร์โหงวเฮ้งยังเชื่อว่า มุมปากที่ตกลงคือสัญลักษณ์ของพลังชีวิตที่ไหลลง ส่งผลให้ดูเหมือนคนที่หมดไฟ ขาดความมั่นใจ และมีพลังบวกน้อยลงกว่าที่เป็นจริง รอยยิ้มละมุนบางครั้งไม่ได้อยู่ที่อารมณ์ แต่อยู่ที่ มุมปาก ที่สื่อสารแทนเรา
บทความนี้หมอจะพามาเข้าใจว่า ปากคว่ำ คืออะไร ทำไมถึงทำให้หน้าดูดุ และจะมีวิธีไหนบ้างที่ช่วยปรับให้ใบหน้าดูอ่อนโยนขึ้นโดยไม่เสียเอกลักษณ์ของเราเองครับ
เข้าใจโครงสร้างใบหน้าและสาเหตุของปากคว่ำ
ภาวะ ปากคว่ำ เกิดจากการทำงานของกล้ามเนื้อชื่อว่า Depressor Anguli Oris (DAO) ซึ่งมีหน้าที่ดึงมุมปากลง เวลาที่เราพูดหรือแสดงอารมณ์เศร้า เมื่อกล้ามเนื้อนี้ทำงานมากเกินไป หรือมีกล้ามเนื้อรอบปากไม่สมดุล มุมปากจึงค่อย ๆ ตกลงแม้ในตอนที่ไม่ยิ้ม นอกจากนี้ยังมีปัจจัยอื่นที่ทำให้ปากคว่ำได้ เช่น
- โครงสร้างใบหน้าช่วงล่างยาวหรือคางยื่นมากกว่าปกติ
- ผิวและไขมันใต้ผิวหย่อนจากอายุหรือคอลลาเจนลดลง
- พฤติกรรม เช่น ขมวดคิ้ว หน้านิ่ง หรือไม่ยิ้มเป็นประจำ
ทั้งหมดนี้ทำให้สีหน้าดูจริงจังกว่าความรู้สึกจริง ส่งผลต่อบุคลิกและพลังชีวิตในภาพรวม ซึ่งการเข้าใจกล้ามเนื้อ DAO คือกุญแจสำคัญในการวางแผนปรับมุมปากให้กลับมาดูละมุนและเป็นธรรมชาติอีกครั้งครับ
กล้ามเนื้อ DAO คืออะไร
กล้ามเนื้อ DAO (Depressor Anguli Oris) คือกล้ามเนื้อเล็กๆ ที่อยู่บริเวณมุมปาก มีหน้าที่หลักในการดึงมุมปากลง เวลาที่เราทำสีหน้าเศร้า เหนื่อย หรือไม่พอใจ กล้ามเนื้อนี้เชื่อมต่อระหว่างขากรรไกรล่างกับมุมปากโดยตรง เมื่อมันทำงานมากกว่าปกติ หรือมีแรงต้านจากกล้ามเนื้ออื่นไม่สมดุล มุมปากจะตกลงแม้ในตอนที่หน้าเฉยๆ ส่งผลให้ใบหน้าดูดุหรือดูเหนื่อยโดยไม่รู้ตัว ภาวะนี้เกิดได้ทั้งจากพันธุกรรม การแสดงสีหน้าซ้ำๆ หรืออายุที่มากขึ้น การปรับสมดุลกล้ามเนื้อ DAO จึงเป็นหัวใจสำคัญของการยกมุมปากให้กลับมาดูสดใสและอ่อนโยนขึ้นครับ
ผิวและคอลลาเจนที่หย่อนตามวัย
เมื่ออายุเพิ่มขึ้น คอลลาเจนและอีลาสติน ในผิวจะค่อยๆ ลดลง ส่งผลให้แรงพยุงของผิวอ่อนลง ผิวจึงเริ่มหย่อนคล้อย และเสียความยืดหยุ่นตามธรรมชาติ โดยเฉพาะบริเวณรอบปากและแนวกรอบหน้า ซึ่งเป็นจุดที่เคลื่อนไหวบ่อยที่สุด การสูญเสียคอลลาเจนทำให้เนื้อเยื่อใต้ผิวบางลง ไขมันเคลื่อนตัวลงด้านล่าง และแรงดึงของกล้ามเนื้อ DAO ยิ่งเห็นชัด ทำให้มุมปากตกง่ายขึ้นกว่าช่วงวัยรุ่น นอกจากนี้พฤติกรรมอย่างนอนดึก ดื่มน้ำน้อย หรือโดนแดดจัด ยังเร่งให้ผิวเสื่อมเร็วขึ้น การดูแลผิวให้มีคอลลาเจนเพียงพอจึงสำคัญ เพราะเป็นพื้นฐานของรอยยิ้มละมุนและความอ่อนเยาว์ที่อยู่ได้นานครับ
พฤติกรรมที่ทำให้ปากตก
หลายคนไม่รู้ว่าพฤติกรรมในชีวิตประจำวันก็มีส่วนทำให้ มุมปากตก ได้โดยไม่รู้ตัว เพราะส่งผลต่อทั้งกล้ามเนื้อ DAO และความยืดหยุ่นของผิวรอบปาก เช่น
- ขมวดคิ้วหรือหน้านิ่งบ่อย ทำให้กล้ามเนื้อส่วนล่างของใบหน้าทำงานมากกว่าปกติ มุมปากจึงถูกดึงลงเรื่อย ๆ
- นอนตะแคงซ้ำด้านเดิม น้ำหนักจากการกดทับขณะนอนทำให้กล้ามเนื้อข้างนั้นหย่อนและเกิดแรงถ่วงที่ไม่สมดุล
- เคี้ยวข้างเดียวหรือพูดโดยใช้กล้ามเนื้อซ้ำจุดเดิม เป็นอีกปัจจัยที่ทำให้กล้ามเนื้อ DAO ด้านใดด้านหนึ่งทำงานหนักและตกลงก่อนอีกข้าง
- ขาดการดูแลผิวและไม่ใช้กันแดด รังสียูวีทำลายคอลลาเจน ส่งผลให้ผิวรอบปากสูญเสียแรงพยุง
พฤติกรรมเหล่านี้ดูเล็กน้อย แต่สะสมไปนานๆ ก็เปลี่ยนโครงสร้างใบหน้าได้จริง หมอมักแนะนำให้สังเกตสีหน้าในกระจกบ่อยๆ และฝึกยิ้มเบาๆ เป็นประจำ เพื่อรีเซ็ตกล้ามเนื้อให้กลับมาสมดุลครับ
ปากคว่ำ จากโครงหน้าหรือคางยื่น
ปากคว่ำจากโครงหน้าหรือคางยื่น มักเกิดจาก โครงสร้างกระดูกใบหน้า ที่ทำให้แนวขากรรไกรล่างยื่นออกมาด้านหน้าเล็กน้อย ส่งผลให้มุมปากดูตกลงโดยธรรมชาติ แม้ไม่ได้มีปัญหากล้ามเนื้อหรือผิวหย่อน โครงหน้าแบบนี้ทำให้แนวปากและแนวคางไม่ขนานกัน จึงเกิดเงาใต้ปากและดูเหมือน “หน้าดุ” หรือไม่ยิ้มอยู่ตลอดเวลา ซึ่งพบบ่อยในคนที่มี Chin Projection มากกว่าปกติ
แนวทางปรับสมดุลในกรณีนี้ มักใช้การ เติม Filler คางหรือมุมปากร่วมกับ Botox DAO เพื่อปรับแรงดึงและโครงสร้างให้ละมุนขึ้น เมื่อทำอย่างถูกเทคนิคจะช่วยให้มุมปากยกขึ้นเล็กน้อยโดยไม่เสียสัดส่วนของใบหน้า ทำให้ได้ลุคที่ดูอ่อนโยนและสดใสขึ้นโดยไม่ต้องศัลยกรรมครับ
ปากคว่ำ มีผลยังไงกับบุคลิกภาพและความมั่นใจ
สีหน้า คือสิ่งแรกที่คนรอบข้างรับรู้ก่อนคำพูดเสมอ และภาวะ ปากคว่ำ มักทำให้คนที่เจอเราครั้งแรกเข้าใจผิดได้ง่าย เช่น คิดว่าเรากำลังไม่พอใจ ทั้งที่จริงๆ แค่พักหน้าเฉยๆ เท่านั้น ในมุมจิตวิทยา ใบหน้าที่ดูดุหรือไม่ยิ้มอาจส่งผลต่อ ภาพลักษณ์ทางสังคม เช่น การเข้าสังคมยากขึ้น หรือรู้สึกไม่มั่นใจเวลาอยู่ต่อหน้าคนอื่น
ในความเป็นจริง ปัญหานี้ไม่ได้เกี่ยวกับอารมณ์ แต่เกิดจาก โครงสร้างกล้ามเนื้อ DAO และแรงดึงของผิวที่ไม่สมดุล เมื่อเวลาผ่านไปอาจทำให้สีหน้าดูแข็งและขาดความละมุน การปรับมุมปากจึงไม่ได้แค่เรื่องความสวย แต่ช่วยคืนความมั่นใจ ให้คนไข้กลับมายิ้มได้โดยไม่ต้องฝืน หมอมักบอกคนไข้เสมอว่า การยกมุมปากเล็กน้อย อาจเปลี่ยนทั้งภาพลักษณ์และพลังชีวิตของคุณได้มากกว่าที่คิดครับ
ปากคว่ำ แบบไหนที่ควรแก้
หลายคนอาจไม่รู้ว่าตัวเองมีภาวะ ปากคว่ำ เพราะคุ้นชินกับสีหน้าตัวเองในกระจก แต่จริงๆ แล้วสามารถสังเกตได้จากลักษณะบางอย่างที่เห็นชัดเมื่อพักหน้าเฉยๆ หรือถ่ายรูปโดยไม่ยิ้ม ลองเช็กตัวเองได้จากจุดเหล่านี้ครับ
- มุมปากตกลงกว่าขอบใต้จมูก ทำให้เส้นปากดูเฉียงลงเล็กน้อย
- ใบหน้าดูเหมือนกำลังไม่พอใจ แม้จะไม่ได้แสดงอารมณ์ใดๆ
- มีรอยพับหรือร่องน้ำหมากชัดขึ้น เมื่ออายุเริ่มมากขึ้นหรือผิวหย่อน
- เวลายิ้มแล้วมุมปากยกได้ไม่เท่ากัน หรือยกน้อยกว่ากล้ามเนื้ออีกข้าง
- ถูกทักบ่อยว่า หน้าดุ หรือ ดูเหนื่อย ทั้งที่จริงเป็นคนเฟรนด์ลี่สุดๆ
วิธีแก้ปากคว่ำ โดยไม่ต้องผ่าตัด
ปัญหา ปากคว่ำ สามารถแก้ได้โดยไม่ต้องผ่าตัดครับ ปัจจุบันมีเทคนิคทางการแพทย์ที่ช่วยยกมุมปากให้ละมุนขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ ทั้งการคลายแรงดึงของกล้ามเนื้อ เติมเต็มร่องผิว หรือยกผิวชั้นลึกให้กลับมาตึงกระชับ
วิธีเหล่านี้เหมาะกับคนที่อยากให้ใบหน้าดูสดใสขึ้นแบบไม่เปลี่ยนโครงเดิม เห็นผลไวและปลอดภัยหากทำโดยแพทย์ที่เข้าใจสรีรวิทยาใบหน้า ซึ่งหมอจะเลือกใช้วิธีหรือผสมเทคนิคให้เหมาะกับปัญหาแต่ละคน ไม่ว่าจะเป็น Botox DAO, ฟิลเลอร์มุมปาก, ร้อยไหมยกมุมปาก หรือเทคนิค Hybrid Lift ที่ช่วยให้รอยยิ้มดูนุ่มนวลและสมดุลที่สุดครับ
Botox DAO ลดแรงดึงของกล้ามเนื้อมุมปาก
Botox DAO คือเทคนิคที่ใช้สาร Botulinum Toxin ฉีดคลายการทำงานของกล้ามเนื้อ Depressor Anguli Oris ซึ่งเป็นกล้ามเนื้อหลักที่ดึงมุมปากลง เมื่อแรงดึงลดลง มุมปากจะค่อย ๆ ยกขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ สีหน้าจึงดูผ่อนคลายและอ่อนโยนขึ้นโดยไม่ต้องผ่าตัด
เหมาะกับคนที่มุมปากตกจากการแสดงสีหน้าซ้ำ ๆ หรือมีแรงดึงจากกล้ามเนื้อมากเกินสมดุล ข้อดีคือเห็นผลไวภายใน 3–7 วัน อยู่ได้ราว 3–4 เดือน และสามารถทำร่วมกับฟิลเลอร์หรือร้อยไหมได้เพื่อผลลัพธ์ที่ละมุนขึ้น หมอจะประเมินตำแหน่งและขนาดของกล้ามเนื้อแต่ละข้างก่อนฉีด เพื่อให้รอยยิ้มยกขึ้นในองศาที่พอดี ดูเป็นธรรมชาติ ไม่แข็งหรือหลอกตาครับ
ฟิลเลอร์มุมปาก เติมร่องและพยุงผิวให้ยกขึ้น
ฟิลเลอร์มุมปาก เป็นเทคนิคที่ช่วยเติมเต็มร่องมุมปากที่ลึกและตกลงจากแรงโน้มถ่วงหรือการสูญเสียคอลลาเจน โดยการฉีดสาร Hyaluronic Acid (HA) เข้าไปบริเวณร่องมุมปากและแนวขอบริมฝีปาก ฟิลเลอร์จะทำหน้าที่พยุงผิวให้กลับมายกขึ้น เติมโครงสร้างที่หายไป และปรับองศามุมปากให้ดูละมุนขึ้นทันทีหลังทำ
เหมาะกับคนที่มีร่องลึก มุมปากตกเล็กน้อย หรืออยากให้ใบหน้าดูสดใสขึ้นแบบไม่เปลี่ยนรูปปากเดิม การฉีดฟิลเลอร์มุมปากช่วยให้รอยยิ้มดูอ่อนโยนขึ้น เหมือนรีเซ็ตสีหน้าให้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง ผลลัพธ์อยู่ได้เฉลี่ย 8–12 เดือน และเมื่อทำร่วมกับ Botox DAO จะช่วยยกมุมปากได้สมดุลและดูเป็นธรรมชาติที่สุดครับ
บทความแนะนำ : ฉีดฟิลเลอร์ปาก ครั้งแรกควรรู้อะไรบ้าง ช่วยอะไร ใช้ฟิลเลอร์ยี่ห้อไหน อยู่ได้นานไหม ?
ร้อยไหมยกมุมปาก ยกผิวพร้อมกระตุ้นคอลลาเจน
ร้อยไหมยกมุมปาก เป็นเทคนิคที่ช่วยทั้ง “ยกผิว” และ “กระตุ้นคอลลาเจน” ไปพร้อมกัน โดยใช้ไหมละลายชนิดพิเศษที่มีเงี่ยงหรือโครงสร้างจับกับเนื้อเยื่อใต้ผิว เพื่อยกมุมปากขึ้นและพยุงแนวผิวที่หย่อนให้กระชับกลับมา หลังทำจะรู้สึกได้ว่ามุมปากยกขึ้นทันที สีหน้าดูสดใสขึ้นโดยไม่ต้องเปลี่ยนโครงหน้าเดิม
ไหมที่ใช้มักเป็นวัสดุ PDO หรือ PLLA ซึ่งมีคุณสมบัติกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในชั้นผิว เมื่อเวลาผ่านไปผิวจะค่อย ๆ แน่นขึ้นและมุมปากดูละมุนอย่างเป็นธรรมชาติ เหมาะกับคนที่มีมุมปากตกจากผิวหย่อนหรืออายุที่มากขึ้น ผลลัพธ์อยู่ได้เฉลี่ย 1–1.5 ปี และสามารถทำร่วมกับ Botox หรือฟิลเลอร์เพื่อให้รอยยิ้มดูบาลานซ์และนุ่มนวลยิ่งขึ้นครับ
เทคนิค Hybrid Lift (Botox + Filler + ไหม) เพื่อผลนุ่มนวลที่สุด
Hybrid Lift คือเทคนิคที่หมอออกแบบเพื่อให้การแก้ปัญหาปากคว่ำ ดูเป็นธรรมชาติที่สุด โดยใช้การผสมผสานระหว่าง Botox + Filler + ร้อยไหม เข้าด้วยกันอย่างสมดุล
- Botox DAO ช่วยคลายแรงดึงของกล้ามเนื้อที่ทำให้มุมปากตก
- Filler มุมปาก เติมเต็มร่องและพยุงแนวผิวให้ยกขึ้น
- ไหมละลาย ยกกระชับผิวพร้อมกระตุ้นคอลลาเจนให้แน่นขึ้น
ผลลัพธ์คือมุมปากยกขึ้นในองศาที่พอดี รอยยิ้มดูนุ่มนวลไม่แข็ง และสีหน้าดูสดใสขึ้นทันทีโดยไม่ต้องผ่าตัด เหมาะกับคนที่อยากได้ลุคละมุนแบบธรรมชาติ แต่ยังคงเอกลักษณ์ของตัวเองไว้ครบ การทำ Hybrid Lift ต้องอาศัยการประเมินอย่างละเอียดจากแพทย์ เพื่อให้ทุกชั้นผิวทำงานไปในทิศทางเดียวกันครับ
ปากคว่ำ ส่งผลต่อโหงวเฮ้งใบหน้ายังไง ทำไมถึงดูดุและพลังชีวิตลดลง
ในทางโหงวเฮ้ง มุมปาก ถือเป็นจุดสำคัญที่สะท้อนพลังชีวิตและทัศนคติภายใน เพราะเป็นส่วนที่ใช้สื่อสารทั้งคำพูดและอารมณ์โดยไม่ต้องพูดอะไรเลย คนที่มีมุมปากตก หรือ ปากคว่ำ มักถูกมองว่ามีพลังชีวิตไหลลง สีหน้าดูดุ เหนื่อย หรือดูเหมือนไม่พอใจ ทั้งที่จริงๆ แล้วเป็นเพียงลักษณะของกล้ามเนื้อและผิวที่หย่อนคล้อยตามอายุ
ในเชิงพลังงานใบหน้า มุมปากตกเปรียบเหมือนพลังใจที่ลดลง ทำให้โหงวเฮ้งดูปิด ไม่เปิดรับสิ่งดี ๆ เข้ามา ต่างจากมุมปากที่ยกขึ้น ซึ่งสื่อถึงความอ่อนโยน อารมณ์ดี และความโชคดีที่ดึงดูดคนรอบข้างได้ง่ายกว่า
จากมุมมองทางแพทย์ ภาวะนี้เกิดจากกล้ามเนื้อ DAO ทำงานมากเกินไป หรือคอลลาเจนในผิวลดลง การปรับสมดุลกล้ามเนื้อและยกมุมปากขึ้นเล็กน้อย ไม่ได้แค่ช่วยเรื่องความสวย แต่ยังปลดล็อกพลังบวก ให้โหงวเฮ้งกลับมาดูสดใส อ่อนโยน และมีชีวิตชีวาอีกครั้งครับ
สรุป ปากคว่ำ แก้ได้ ปรับได้ และส่งต่อรอยยิ้มที่มีพลัง
ปัญหา ปากคว่ำ ไม่ใช่เรื่องเล็ก แต่ก็ไม่ใช่เรื่องที่แก้ไม่ได้ครับ ปัจจุบันมีเทคนิคทางการแพทย์ที่ช่วยปรับมุมปากให้ยกขึ้นได้อย่างเป็นธรรมชาติ เหมาะกับทุกช่วงวัย ไม่ว่าจะเกิดจากกล้ามเนื้อ DAO ที่ดึงแรง ผิวหย่อนจากอายุ หรือโครงสร้างใบหน้าที่ถ่วงลง การยกมุมปากไม่ใช่การเปลี่ยนใบหน้า แต่คือการคืนความมั่นใจ และ พลังบวกให้กับรอยยิ้มของคุณอีกครั้ง ยิ้มละมุนไม่ต้องรออารมณ์ดี แค่ยกมุมปากให้ถูกวิธี ทุกอย่างจะดูดีขึ้นเอง
เทคนิคยกมุมปากในปัจจุบัน เช่น Botox DAO ฟิลเลอร์มุมปาก ร้อยไหม หรือ Hybrid Lift สามารถออกแบบเฉพาะบุคคลให้เหมาะกับโครงหน้าและลักษณะผิว หมอจึงอยากให้มองว่า การปรับเล็กน้อยตรงนี้ไม่ใช่เรื่องความงามอย่างเดียว แต่คือการดูแลพลังในใจให้กลับมาสดใสอีกครั้ง
ปรึกษาทีมแพทย์ TBL Clinic ผ่าน Line Official หรือ Inbox Facebook เพื่อประเมินเทคนิคยกมุมปากที่เหมาะกับคุณครับ
FAQ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ ปากคว่ำ
- ปากคว่ำเกิดจากอะไร
เกิดจากกล้ามเนื้อ DAO ที่ดึงมุมปากลงมากเกินไป ร่วมกับผิวหย่อนจากอายุ หรือโครงหน้าช่วงล่างยาว ทำให้มุมปากตกลงแม้ตอนหน้าเฉย ๆ - ปากคว่ำแก้โดยไม่ต้องผ่าตัดได้ไหม
ได้ครับ ปัจจุบันมีวิธีเช่น Botox DAO, ฟิลเลอร์มุมปาก หรือร้อยไหม ที่ช่วยยกมุมปากให้ละมุนขึ้นโดยไม่ต้องศัลยกรรม - Botox แก้ปากคว่ำอยู่ได้นานเท่าไหร่
อยู่ได้ประมาณ 3–4 เดือน แล้วสามารถกลับมาทำซ้ำได้อย่างปลอดภัย - ปากคว่ำกับปากตกต่างกันไหม
คล้ายกันครับ แต่ “ปากคว่ำ” มักมาจากแรงกล้ามเนื้อ ขณะที่ “ปากตก” มักเกิดจากผิวหย่อนหรืออายุที่มากขึ้น - แก้ปากคว่ำแล้วต้องดูแลยังไงให้ผลอยู่ทน
หลีกเลี่ยงขยับกล้ามเนื้อมุมปากมากในช่วงแรก ดื่มน้ำเยอะ พักผ่อนเพียงพอ และทำซ้ำตามรอบที่แพทย์แนะนำครับ