หลายคนมักเข้ามาปรึกษาผมด้วยประโยคคล้ายกันว่า หมอคะ ทำไมช่วงนี้รู้สึกหน้าเริ่มตก ทั้งที่ยังดูแลเหมือนเดิม” คำถามนี้ไม่ใช่เรื่องของการแก่ แต่เป็นสัญญาณแรกของผิวที่เริ่มอ่อนแรง เหมือนสปริงใต้ผิวที่เคยแน่นค่อยๆ คลายตัวลงตามเวลา ไม่ว่าจะเป็นจากคอลลาเจนที่ลดลง ไขมันใต้ผิวที่ยุบตัว หรือแรงโน้มถ่วงที่ดึงผิวให้ตกโดยไม่รู้ตัว
สิ่งที่ตามมาคือความรู้สึกไม่มั่นใจในกระจก ภาพหน้าที่เคยยกดูสดใสกลับดูเหนื่อยล้า ทั้งที่ภายในยังรู้สึกเหมือนเดิม ผมมักบอกคนไข้ว่าผิวไม่ได้ แก่ แต่ ขาดแรงพยุง ต่างหาก และเมื่อเข้าใจต้นเหตุของความหย่อนคล้อย เราก็สามารถฟื้นคืนความกระชับให้ผิวกลับมาดูเฟิร์มได้อีกครั้งอย่างเป็นธรรมชาติ ต่อไปเรามาเข้าใจให้ลึกกว่านี้กันครับว่าทำไมผิวถึงเริ่มอ่อนแรง และเราจะแก้ได้อย่างไรให้เห็นผลจริง
ผิวหย่อนคล้อย เกิดจากอะไร ?
ผิวหย่อนคล้อยไม่ได้เกิดขึ้นแค่เพราะอายุครับ แต่เป็นผลจากหลายระบบในผิวที่เริ่มอ่อนแรงพร้อมกันเมื่อคอลลาเจนและอิลาสตินในชั้นหนังแท้เสื่อมสภาพ ผิวก็จะสูญเสียแรงพยุงและความยืดหยุ่น ขณะเดียวกันชั้นไขมันใต้ผิว ที่เคยช่วยค้ำโครงหน้าเริ่มเคลื่อนตัวลงต่ำตามแรงโน้มถ่วง ทำให้กรอบหน้าดูตกและแก้มเริ่มหย่อน
พฤติกรรมประจำวันก็มีส่วนสำคัญ เช่น การนอนดึก เครียดสะสม ดื่มน้ำน้อย หรือโดนแดดจัดโดยไม่ป้องกัน ล้วนทำให้คอลลาเจนถูกทำลายเร็วขึ้น ผมชอบเปรียบว่าผิวเหมือนเตียงสปริง ถ้าใช้ไปนานโดยไม่ดูแล มันก็ย่อมยุบและหย่อนลงเป็นธรรมดา แต่ข่าวดีคือผิวสามารถกระตุ้นให้กลับมาตึงได้ ถ้าเข้าใจต้นเหตุและเริ่มฟื้นฟูอย่างถูกวิธีตั้งแต่วันนี้ครับ
ผิวหย่อนคล้อยมีกี่แบบ รู้ก่อนเลือกวิธีแก้
ผิวหย่อนคล้อยไม่ได้เหมือนกันทุกคนครับ เพราะสาเหตุและลักษณะของความหย่อนอาจต่างกันไปตามชั้นผิวที่ได้รับผล ก่อนจะเลือกวิธีฟื้นฟู เราจำเป็นต้องเข้าใจว่าผิวเราหย่อนแบบไหน เพื่อให้การรักษาตรงจุดและเห็นผลจริง โดยทั่วไปผิวหย่อนคล้อยสามารถแบ่งออกได้ 3 แบบ คือ หย่อนจากชั้นไขมัน ที่เคลื่อนตัวลง, หย่อนจาก กล้ามเนื้อ ที่อ่อนแรง และหย่อนจากโครงสร้างกระดูก ที่ยุบตัวเมื่ออายุมากขึ้น แต่ละแบบต้องใช้เทคนิคแก้ต่างกัน เช่น ร้อยไหม HIFU หรือฟิลเลอร์ การรู้ชนิดผิวของตัวเองจึงเป็นเหมือนเข็มทิศที่พาไปสู่ผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติและคงอยู่ได้นานครับ
ผิวหย่อนคล้อยจากชั้นไขมัน
ผิวหย่อนคล้อยจากชั้นไขมันเป็นรูปแบบที่พบได้บ่อยในคนวัยทำงานครับ โดยมักเกิดจากไขมันใต้ผิวเคลื่อนตัวลง ตามแรงโน้มถ่วงและการเสื่อมของเส้นใยคอลลาเจนที่เคยพยุงไว้ ทำให้ผิวดูหย่อนแต่ยังไม่ถึงขั้นเหี่ยวย่น ลักษณะคือใบหน้าดูตกเล็กน้อย โดยเฉพาะช่วงแก้มและกรอบหน้า หลายคนมักเข้าใจผิดว่าอ้วนขึ้น แต่จริงๆ คือไขมันในชั้นผิวไม่อยู่ที่เดิม
ในทางการแพทย์ กลุ่มนี้ถือว่าอยู่ในช่วง Early Sagging ซึ่งสามารถฟื้นฟูได้ง่ายกว่าผิวที่หย่อนลึก การรักษาที่เหมาะคือการร้อยไหมยกกระชับ หรือใช้เทคโนโลยีอย่าง HIFU หรือ Morpheus8 เพื่อยกผิวและกระตุ้นคอลลาเจนให้แน่นขึ้น ถ้าเริ่มตั้งแต่ตอนนี้ ผิวจะกลับมาดูเฟิร์มขึ้นได้โดยไม่ต้องรอให้ตกมากครับ
ผิวหย่อนคล้อยจากกล้ามเนื้อ
ผิวหย่อนคล้อยจากกล้ามเนื้อเกิดขึ้นเมื่อกล้ามเนื้อใบหน้าอ่อนแรงหรือใช้งานซ้ำในทิศทางเดิม จนแรงพยุงใต้ผิวลดลงครับ มักพบในคนที่อายุมากขึ้น หรือคนที่เครียดบ่อยจนกล้ามเนื้อหดตัวโดยไม่รู้ตัว เมื่อกล้ามเนื้อทำงานแบบไม่สมดุล จะดึงให้ผิวบางจุดตกลง เช่น หางตา คิ้ว หรือกรอบหน้า ทำให้ใบหน้าดูเหนื่อยและเศร้าโดยไม่ตั้งใจ
ในเชิงกายวิภาค กล้ามเนื้อที่อ่อนแรงจะไม่สามารถพยุงไขมันและคอลลาเจนในชั้นผิวได้ดีเหมือนเดิม แนวทางฟื้นฟูคือใช้เทคนิคที่ช่วยปลุกพลังกล้ามเนื้อผิว เช่น โบท็อกซ์เพื่อปรับสมดุลการหดตัว หรือเทคโนโลยีอย่าง HIFU และ Morpheus8 ที่กระตุ้นให้กล้ามเนื้อหดตัวกลับแน่นขึ้น เมื่อกล้ามเนื้อทำงานเต็มที่ ผิวก็จะยกกระชับและดูเฟิร์มขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติครับ
ผิวหย่อนคล้อยจากโครงสร้างกระดูก
ผิวหย่อนคล้อยจากโครงสร้างกระดูกเป็นภาวะที่หลายคนไม่รู้ว่ามีผลมากกว่าที่คิดครับ เพราะเมื่ออายุมากขึ้น กระดูกใบหน้าจะค่อยๆ ยุบตัว โดยเฉพาะบริเวณขมับ ใต้ตา และกราม เมื่อกระดูกที่เคยพยุงชั้นไขมันและกล้ามเนื้อเริ่มหายไป ผิวด้านบนก็จะขาดฐานรองรับ ทำให้ใบหน้าดูตกและมีเงาจุดอ่อนชัดเจนขึ้น
ในเชิงกายวิภาค กระดูกคือโครงสร้างหลักที่ค้ำทุกชั้นผิว เมื่อมันยุบ ผิวจึงไม่สามารถคงรูปได้เหมือนเดิม วิธีฟื้นฟูที่เหมาะสมคือการใช้ฟิลเลอร์เติมเต็มในตำแหน่งที่กระดูกยุบ เช่น ขมับหรือร่องแก้ม เพื่อคืนแรงพยุงให้ผิว และช่วยให้ใบหน้าดูกระชับขึ้น หลายเคสที่หมอทำ มักจะเห็นผลทันทีว่าใบหน้ากลับมาดูสดใสขึ้นแบบไม่รู้สึกว่าฉีดอะไรเข้าไปเลยครับ
วิธีแก้ผิวหย่อนคล้อยโดยไม่ต้องผ่าตัด
การแก้ผิวหย่อนคล้อยโดยไม่ต้องผ่าตัดถือเป็นเทรนด์ที่มาแรงในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เพราะเทคโนโลยีตอนนี้สามารถยกผิวและฟื้นคอลลาเจน ได้โดยไม่ต้องพักฟื้น เหมาะกับคนที่อยากให้หน้าแน่นขึ้นแต่ไม่อยากเสี่ยงกับการศัลยกรรม
วิธีหลักที่หมอมักใช้จะอยู่ในกลุ่มหัตถการยกกระชับ เช่น การร้อยไหมที่ช่วยพยุงผิวและกระตุ้นคอลลาเจนใหม่ การใช้โบท็อกซ์แนวกรอบหน้าเพื่อลดแรงดึงของกล้ามเนื้อและยกใบหน้าให้ชัดขึ้น รวมถึงการเติมฟิลเลอร์ในจุดที่โครงสร้างยุบเพื่อคืนวอลุ่ม และเทคโนโลยีอย่าง HIFU Morpheus8 หรือ Ulthera ที่ยิงพลังงานลึกลงถึงชั้น SMAS เพื่อให้ผิวแน่นและเฟิร์มอย่างเป็นธรรมชาติครับ
ร้อยไหมยกกระชับ
ร้อยไหมยกกระชับ เป็นเทคนิคที่ช่วยยกผิวให้กลับมาตึงกระชับโดยไม่ต้องผ่าตัด เหมาะกับคนที่เริ่มมีสัญญาณผิวหย่อนเล็กน้อยถึงปานกลาง หลักการคือใช้ไหมละลายที่ปลอดภัยสอดเข้าไปใต้ผิว เพื่อช่วยพยุงและยกชั้นผิวขึ้นในทิศทางที่เหมาะกับรูปหน้า พร้อมกระตุ้นให้ร่างกายสร้างคอลลาเจนใหม่ตามแนวเส้นไหม ทำให้ผิวค่อยๆ แน่นขึ้นและดูเฟิร์มขึ้นในช่วง 1–2 เดือนหลังทำ
ผลลัพธ์อยู่ได้ประมาณ 8–12 เดือน ขึ้นอยู่กับชนิดไหมและสภาพผิวของแต่ละคน ข้อดีคือสามารถทำร่วมกับโบท็อกซ์หรือฟิลเลอร์ได้ เพื่อให้ผลดูละมุนและยกผิวได้ครบมิติ หมอชอบเรียกเทคนิคนี้ว่าเป็น “ตัวช่วยรีเซ็ตหน้า เพราะทำให้ผิวที่เริ่มตกกลับมาดูเฟรชขึ้นอีกครั้งโดยไม่ต้องพักฟื้นครับ
โบท็อกซ์ยกกระชับแนวกรอบหน้า
โบท็อกซ์ยกกระชับแนวกรอบหน้าเป็นเทคนิคที่ช่วยให้รูปหน้าดูชัดขึ้นโดยไม่ต้องศัลยกรรมครับ หลักการคือฉีดสาร Botulinum Toxin ในตำแหน่งกล้ามเนื้อที่ดึงผิวลง เช่น กล้ามเนื้อบริเวณกรามและลำคอ เพื่อลดแรงดึงและปรับสมดุลการทำงานของกล้ามเนื้อใบหน้า เมื่อกล้ามเนื้อด้านล่างคลาย ผิวบริเวณกรอบหน้าจะยกขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ
ผลลัพธ์เห็นได้ภายใน 5–7 วัน และอยู่ได้เฉลี่ย 4–6 เดือน เทคนิคนี้เหมาะกับคนที่รู้สึกว่าหน้าดูหย่อนหรือกรอบหน้าไม่คมเหมือนเดิม หมอมักใช้ร่วมกับการร้อยไหมหรือ HIFU เพื่อให้ผลยกกระชับชัดขึ้นและอยู่ได้นานกว่า เป็นวิธีที่ช่วยคืนความมั่นใจได้ง่าย เหมาะกับคนรุ่นใหม่ที่อยากให้ใบหน้าดูเฟิร์มแต่ยังคงความละมุนครับ
ฟิลเลอร์เติมยก
ฟิลเลอร์เติมยกเป็นอีกหนึ่งเทคนิคที่ช่วยยกผิวให้กลับมาตึงโดยไม่ต้องผ่าตัดครับ หลักการคือการฉีดสารกรดไฮยาลูโรนิก (Hyaluronic Acid) เข้าไปเติมเต็มในตำแหน่งที่โครงสร้างใบหน้าเริ่มยุบ เช่น บริเวณขมับ แก้มกลาง หรือแนวกราม เมื่อฟื้นฟูชั้นค้ำยันใต้ผิวกลับมา ใบหน้าก็จะยกขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ
การเติมฟิลเลอร์ไม่เพียงช่วยคืนวอลุ่ม แต่ยังปรับแสงเงาให้ใบหน้าดูสมดุลขึ้นโดยไม่แข็งหรือโป๊ะ เหมาะกับคนที่เริ่มรู้สึกว่าหน้าดูโทรม หรือตกเล็กน้อยจากอายุหรือการลดน้ำหนัก หมอมักผสมเทคนิคฟิลเลอร์เข้ากับการร้อยไหมหรือ HIFU เพื่อให้ผลลัพธ์ยกผิวอยู่ได้นานและดูละมุนมากขึ้น เรียกได้ว่าเป็นวิธีรีเฟรชใบหน้าแบบเนียนๆ ที่ให้ความรู้สึกหน้าเด็กขึ้นแต่ไม่เปลี่ยนตัวตน ครับ
HIFU / Morpheus8 / Ulthera
เทคโนโลยียกกระชับอย่าง HIFU, Morpheus8 และ Ulthera คือทางเลือกยอดนิยมสำหรับคนที่อยากให้ผิวแน่นขึ้นโดยไม่ต้องผ่าตัดครับ หลักการคือใช้พลังงานคลื่นเสียง (Ultrasound) หรือคลื่นวิทยุ (Radio Frequency) ส่งลงไปถึงชั้นผิวลึกระดับ SMAS ซึ่งเป็นชั้นเดียวกับที่ศัลยแพทย์ยกหน้า ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอิลาสตินใหม่ ทำให้ผิวค่อยๆ ตึงขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ
HIFU เหมาะกับคนที่ผิวเริ่มหย่อนเล็กน้อย ส่วน Morpheus8 จะลงลึกกว่า เหมาะกับผู้ที่ต้องการฟื้นผิวและลดรอยรูขุมขนไปพร้อมกัน ขณะที่ Ulthera จะให้ผลยกกระชับชัดทั่วหน้า ผลลัพธ์อยู่ได้เฉลี่ย 8–12 เดือน และสามารถทำร่วมกับโบท็อกซ์หรือฟิลเลอร์ได้เพื่อผลที่ละมุนขึ้น เรียกได้ว่าเป็นเทคนิคยกหน้าแบบไม่ต้องพักฟื้น ที่หมอใช้บ่อยในคนวัย 25 ขึ้นไปครับ
ฟื้นฟูผิวจากภายใน เสริมพลังให้ผิวแน่น
การฟื้นฟูผิวจากภายในเป็นอีกกุญแจสำคัญที่ช่วยให้ผิวแน่นและดูมีพลังครับ เพราะผิวสวยไม่ใช่แค่เรื่องของหัตถการภายนอก แต่ต้องเริ่มจากการเติมสารอาหารและคอลลาเจนจากภายในร่างกายด้วย หมอมักแนะนำให้ดูแลแบบผสมผสานระหว่าง โปรแกรม IV Drip ที่ช่วยเสริมสารต้านอนุมูลอิสระเข้าสู่ร่างกายโดยตรง กับ โภชนาการที่สมดุล เพื่อให้ผิวสร้างคอลลาเจนและอิลาสตินได้ต่อเนื่อง
การเลือกสูตร IV Drip ที่เหมาะกับผิว เช่น Glowfinity IV ช่วยให้ผิวดูฟูใส ส่วนอาหารที่อุดมด้วยโปรตีน วิตามินซี และคอลลาเจน จะช่วยให้ผิวแน่นขึ้นจากภายใน เมื่อดูแลควบคู่กับการดื่มน้ำให้เพียงพอและลดคาเฟอีน ผิวก็จะคงความชุ่มชื้นและตึงกระชับได้ยาวนานครับ
Glowfinity IV Drip เติมสารอาหารให้ผิวฟู
Glowfinity IV Drip เป็นสูตรวิตามินที่ออกแบบมาเพื่อฟื้นฟูผิวจากภายใน เหมาะกับคนที่รู้สึกว่าผิวดูหมอง แห้ง หรือเริ่มขาดน้ำ หลักการคือการเติมสารอาหารสำคัญเข้าสู่ร่างกายโดยตรงผ่านทางเส้นเลือด ทำให้ร่างกายดูดซึมได้เต็มประสิทธิภาพ ส่วนผสมหลักจะประกอบด้วยวิตามินซี กลูตาไธโอน และกรดอะมิโนที่ช่วยกระตุ้นคอลลาเจนให้ผิวกลับมาฟู ดูชุ่มฉ่ำจากภายใน
หลังทำจะรู้สึกว่าผิวสดใสขึ้นใน 2–3 วัน และช่วยให้ผิวพร้อมรับการรักษาอื่นๆ เช่น HIFU หรือร้อยไหมได้ดีขึ้น เหมาะกับคนที่ต้องการรีเฟรชผิวให้ดูมีชีวิตชีวาแบบเร่งด่วน หมอมักเรียก Glowfinity ว่าเป็นตัวช่วยปลุกผิว เพราะให้พลังผิวดูอิ่มฟูขึ้นโดยไม่ต้องพึ่งฟิลเตอร์ครับ
โปรตีน วิตามินซี และคอลลาเจนในอาหาร
การกินอาหารที่ถูกกลุ่มช่วยให้ผิวแน่นขึ้นได้จริงครับ เพราะสารอาหารบางชนิดมีบทบาทโดยตรงต่อการสร้างคอลลาเจนและอิลาสติน ซึ่งเป็นโครงสร้างหลักที่ทำให้ผิวเต่งตึงและยืดหยุ่น
- โปรตีน เป็นวัตถุดิบหลักในการสร้างคอลลาเจนและกล้ามเนื้อผิว พบได้ในไข่ เนื้อปลา ไก่ เต้าหู้ หรือเวย์โปรตีน เหมาะกับคนที่ต้องการฟื้นฟูผิวที่เริ่มหย่อน
- วิตามินซี ทำหน้าที่เหมือนตัวเร่งเอนไซม์ในการสังเคราะห์คอลลาเจน และช่วยต้านอนุมูลอิสระ พบในผลไม้รสเปรี้ยว ฝรั่ง และเบอร์รี่
- คอลลาเจนจากอาหาร เช่น น้ำกระดูกหรือปลาทะเลน้ำลึก ช่วยเพิ่มกรดอะมิโนให้ร่างกายนำไปสร้างคอลลาเจนใหม่
- สารต้านอนุมูลอิสระอื่นๆ อย่างซิงก์ ซีลีเนียม และโอเมก้า 3 ช่วยลดการอักเสบของผิว
การเติมสารอาหารเหล่านี้อย่างสม่ำเสมอ จะช่วยให้ผิวแน่นเด้งขึ้นจากภายในและคงความอ่อนเยาว์ได้ยาวนานครับ
ดื่มน้ำเพียงพอและลดคาเฟอีน
ผิวสวยเริ่มได้จากสิ่งง่ายๆ อย่างการดื่มน้ำให้เพียงพอ และ ลดคาเฟอีน ครับ เพราะความชุ่มชื้นในผิวคือหัวใจของความยืดหยุ่นและความแน่น เมื่อผิวขาดน้ำ คอลลาเจนและอิลาสตินจะทำงานได้ไม่เต็มที่ ส่งผลให้ผิวดูหมองและหย่อนง่าย
- ดื่มน้ำวันละ 1.5–2 ลิตร ช่วยให้เซลล์ผิวอุ้มน้ำได้ดีขึ้น ผิวดูฟูและเรียบขึ้นโดยธรรมชาติ
- แบ่งดื่มระหว่างวัน แทนการดื่มรวดเดียว เพราะร่างกายดูดซึมน้ำได้ต่อเนื่องมากกว่า
- ลดคาเฟอีน เช่น กาแฟหรือชาเขียวเข้ม เพราะมีฤทธิ์ขับปัสสาวะ ทำให้ร่างกายสูญเสียน้ำเร็วขึ้น
- เสริมผักผลไม้ที่มีน้ำสูง อย่างแตงโม แตงกวา หรือส้ม จะช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นจากภายใน
เทคนิคดูแลผิวหย่อนคล้อยที่บ้าน
การดูแลผิวหย่อนคล้อยที่บ้านอาจไม่ยกผิวได้เท่าหัตถการ แต่ช่วยชะลอ การหย่อนและเสริมให้ผลการรักษาอยู่ได้นานขึ้นได้ครับ หมอแนะนำเทคนิคง่ายๆ ที่ทำได้ทุกวันแบบไม่ต้องง้อคลินิก ดังนี้
- นวดหน้าวันละ 5 นาที ใช้ปลายนิ้วกลางและนิ้วนางนวดเบาๆ จากกรามขึ้นขมับ หรือจากคางขึ้นแก้ม ช่วยกระตุ้นการไหลเวียนเลือดและลดการหดเกร็งของกล้ามเนื้อที่ทำให้ใบหน้าดูตก
- ใช้ครีมที่ช่วยยกกระชับผิว เลือกผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมอย่าง Retinol, Peptide หรือ Caffeine เพราะช่วยกระตุ้นคอลลาเจนและเพิ่มการไหลเวียนในผิว ทำให้ผิวแน่นขึ้นและดูเฟิร์มขึ้นเมื่อใช้อย่างต่อเนื่อง
- นอนให้พอและหลีกเลี่ยงการนอนตะแคง การนอนน้อยทำให้ร่างกายหลั่งคอร์ติซอลมากเกินไป ซึ่งส่งผลต่อคอลลาเจนโดยตรง ส่วนการนอนตะแคงทำให้ผิวถูกกดซ้ำในจุดเดิมจนเกิดรอยย่นถาวร
- ทาครีมกันแดดทุกวัน รังสี UV เป็นตัวเร่งการสลายคอลลาเจนที่สำคัญที่สุด การปกป้องผิวทุกเช้าคือสิ่งที่ช่วยชะลอความหย่อนคล้อยได้จริง
- ออกกำลังกายสม่ำเสมอ การเพิ่มการไหลเวียนเลือดและกระตุ้นระบบน้ำเหลืองจะช่วยให้ผิวได้รับออกซิเจนและสารอาหารดีขึ้น ผิวจึงดูแน่นและสดใสกว่าเดิม
โปรแกรมยกกระชับ ที่ได้รับความนิยมสูงใน TBL Clinic
ที่ TBL Clinic เราออกแบบโปรแกรมยกกระชับผิวให้เหมาะกับระดับความหย่อนของแต่ละคน โดยเน้นเทคโนโลยีที่ปลอดภัย ไม่ต้องผ่าตัด และเห็นผลจริงตั้งแต่ครั้งแรก ทุกโปรแกรมทำโดยแพทย์ เพื่อยกผิวให้ตึงอย่างเป็นธรรมชาติ ตอบโจทย์กลุ่มอายุ 25–45 ปีที่ต้องการรีเฟรชผิวโดยไม่เสียเวลาพักฟื้น
เทคโนโลยีหลักได้แก่ Morpheus8 ที่ยกกระชับลึกถึงชั้น SMAS, ร้อยไหม Liftline Premium ที่ช่วยพยุงจุดหย่อนเฉพาะส่วน และ HIFU Ultra Glow ที่ยกทั่วหน้าในเวลาเพียง 30 นาที ทั้งหมดช่วยกระตุ้นคอลลาเจนใหม่ ให้ผิวแน่น เรียบ และดูเฟิร์มขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติครับ
Morpheus8 ยกกระชับลึกถึงชั้นคอลลาเจน
Morpheus8 เป็นเทคโนโลยี Microneedle RF ที่ส่งพลังงานคลื่นวิทยุลงลึกถึงชั้น SMAS ซึ่งเป็นชั้นเดียวกับที่ศัลยแพทย์ใช้ยกหน้า จุดเด่นคือช่วย “ยกและกระชับผิวจากฐานโครงสร้าง” พร้อมกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอิลาสตินใหม่ในทุกระดับผิว เหมาะสำหรับคนที่มีผิวหย่อนระดับกลางถึงมาก หรือรู้สึกว่าหน้าเริ่มตก กรอบหน้าไม่ชัดเหมือนเดิม
หลังทำจะรู้สึกว่าผิวแน่นขึ้นตั้งแต่ครั้งแรก และผลจะค่อยๆ พัฒนาอย่างต่อเนื่องใน 2–3 เดือน เนื่องจากคอลลาเจนใหม่จะค่อยๆ สร้างตัวขึ้นตามธรรมชาติ ข้อดีคือไม่ต้องพักฟื้น ผิวไม่ไหม้ และให้ผลลัพธ์ยาวนาน 8–12 เดือน ถือเป็นเทคโนโลยียกกระชับที่ทั้งหมอและคนรุ่นใหม่ชื่นชอบ เพราะได้ผลจริงและดูเป็นธรรมชาติสุดๆ ครับ
บทความแนะนำ : Morpheus8 เคลียร์รอยยับ ละลายความหย่อนคล้อย ตัวช่วยยกกระชับแบบตรงจุด
ร้อยไหม Liftline Premium ยกจุดตกให้ละมุน
ร้อยไหม Liftline Premium เป็นเทคนิคยกกระชับที่เหมาะกับผู้ที่มีผิวหย่อนเฉพาะจุด เช่น แก้ม กรอบหน้า หรือหางคิ้ว โดยใช้ไหมละลายชนิดพิเศษที่มีเงี่ยงละเอียด ช่วยพยุงชั้นผิวให้ตึงขึ้นทันทีหลังทำ พร้อมกระตุ้นให้ร่างกายสร้างคอลลาเจนใหม่รอบแนวเส้นไหม ทำให้ผิวค่อยๆ แน่นและยืดหยุ่นขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ
จุดเด่นของ Liftline Premium คือผลลัพธ์ที่ ยกแต่ไม่แข็ง ผิวดูละมุน ไม่ตึงจนเกินไป และสามารถปรับแนวไหมให้เข้ากับรูปหน้าแต่ละคนได้อย่างพอดี เหมาะกับผู้ที่อยากให้ใบหน้าดูเฟิร์มขึ้นโดยไม่ต้องพักฟื้น ผลลัพธ์อยู่ได้เฉลี่ย 8–12 เดือน หมอมักใช้เทคนิคนี้ร่วมกับ HIFU หรือโบท็อกซ์ เพื่อให้การยกผิวดูสมูทและเป็นธรรมชาติมากขึ้นครับ
บทความแนะนำ : ร้อยไหมยกกระชับหน้า แก้ผิวหย่อนคล้อย ให้หน้าเฟิร์มได้แบบไม่ต้องผ่าตัด หน้ายกแบบจึ้งๆ
HIFU Ultra Glow ยกทั่วหน้าใน 30 นาที
HIFU Ultra Glow เป็นเทคโนโลยียกกระชับผิวที่ใช้พลังงานคลื่นเสียงความเข้มข้นสูง (High Intensity Focused Ultrasound) ส่งลงลึกถึงชั้น SMAS ซึ่งเป็นชั้นกล้ามเนื้อใต้ผิว ช่วยยกผิวให้ตึงขึ้นโดยไม่ต้องผ่าตัด เหมาะกับผู้ที่มีผิวหย่อนเล็กน้อยหรือเริ่มเห็นสัญญาณความหย่อนในช่วงกรอบหน้าและแก้ม
หลังทำสามารถเห็นผลบางส่วนได้ทันที และผลจะชัดเต็มที่ภายใน 1 เดือน เพราะคอลลาเจนจะค่อยๆ สร้างใหม่อย่างต่อเนื่อง ใช้เวลาทำเพียงประมาณ 30 นาที ไม่มีแผล ไม่มีพักฟื้น หมอมักแนะนำให้ทำ HIFU Ultra Glow ควบคู่กับ Morpheus8 หรือ ร้อยไหม เพื่อช่วยคงผลยกกระชับได้นานขึ้นและทำให้ผิวดูแน่นเฟิร์มอย่างเป็นธรรมชาติครับ
บทความแนะนำ : HIFU คืออะไร ? เคล็ดลับหน้ายก กรอบหน้าชัด เทคนิคคืนผิวแน่นเฟิร์ม ที่หลายคนยืนยันว่าเห็นผลจริง
สรุป ผิวหย่อนคล้อย แก้ได้ถ้าเริ่มวันนี้
ผิวหย่อนคล้อยไม่ใช่เรื่องที่ต้องรอให้เห็นชัดก่อนถึงค่อยแก้ครับ เพราะความจริงแล้วการยกกระชับที่ได้ผลที่สุด คือการเริ่มก่อนที่ผิวจะเสียความยืดหยุ่นไปมากเกินไป ผมมักบอกคนไข้ว่า การดูแลผิวก็เหมือนการออกกำลังกาย ถ้าเริ่มตอนที่กล้ามเนื้อยังดีอยู่ ผลลัพธ์จะเห็นเร็วและอยู่ได้นานกว่า
ทุกเทคโนโลยีไม่ว่าจะเป็น HIFU, Morpheus8 หรือร้อยไหม ต่างมีจุดเด่นเฉพาะที่สามารถปรับให้เหมาะกับแต่ละคนได้ ยิ่งเริ่มไว ผิวก็ยิ่งฟื้นไว เพราะคอลลาเจนในผิวยังมีศักยภาพในการซ่อมแซมตัวเองได้ดี สำหรับใครที่เริ่มรู้สึกว่าผิวไม่เฟิร์มเหมือนเดิม แนะนำให้เข้ามาประเมินกับแพทย์ก่อนครับ การเข้าใจชั้นผิวของตัวเองคือก้าวแรกของการฟื้นผิวให้กลับมาตึงกระชับและดูอ่อนเยาว์อย่างเป็นธรรมชาติ
อย่าปล่อยให้ผิวหย่อนเป็นเหตุให้เสียความมั่นใจครับ เริ่มดูแลตั้งแต่วันนี้ย่อมดีกว่ารอให้ชั้นผิวอ่อนแรงเกินแก้
ปรึกษาแพทย์ TBL Clinic ฟรีเพื่อประเมินสภาพผิวและวางแผนการยกกระชับที่เหมาะกับคุณ
ทักไลน์ได้ที่ Line Official หรือ Inbox Facebook เพื่อให้หมอช่วยวิเคราะห์แนวทางฟื้นฟูผิวให้กลับมาเฟิร์มอีกครั้งอย่างเป็นธรรมชาติครับ
FAQ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ ผิวหย่อนคล้อย
- ผิวหย่อนคล้อยเกิดตั้งแต่อายุเท่าไหร่
โดยทั่วไปเริ่มเห็นได้ตั้งแต่อายุประมาณ 25–30 ปี เพราะคอลลาเจนและอิลาสตินในผิวเริ่มลดลง ทำให้ความยืดหยุ่นของผิวลดตามไปด้วย - ร้อยไหมอยู่ได้นานไหม
ผลลัพธ์ของการร้อยไหมอยู่ได้เฉลี่ย 8–12 เดือน ขึ้นอยู่กับชนิดของไหมและการดูแลหลังทำ - HIFU กับ Ulthera ต่างกันยังไง
ทั้งคู่ใช้คลื่นเสียงเพื่อยกผิว แต่ Ulthera พลังงานเข้มกว่า เหมาะกับผิวหย่อนมาก ส่วน HIFU เหมาะกับผู้ที่ต้องการกระตุ้นผิวให้แน่นขึ้นแบบค่อยเป็นค่อยไป - การนวดหน้าช่วยยกกระชับได้จริงไหม
ช่วยได้ในระดับหนึ่ง เพราะกระตุ้นการไหลเวียนเลือดและคลายกล้ามเนื้อที่หดเกร็ง แต่ไม่สามารถยกผิวได้เท่าหัตถการทางการแพทย์ - หลังร้อยไหมควรดูแลยังไง
หลีกเลี่ยงการนอนตะแคง นวดหน้า หรือออกกำลังกายหนัก 1–2 สัปดาห์แรก เพื่อให้ไหมเซ็ตตัวและยึดผิวได้เต็มที่ครับ