TBL Clinic

ฟิลเลอร์ไม่ใช่คำตอบเดียว เทียบกันชัดๆ ฟิลเลอร์ vs สารเติมเต็ม ชนิดอื่นๆ เทรนด์ผิวเฟิร์มฉ่ำวาวแห่งปี 2026

ฟิลเลอร์ vs สารเติมเต็ม

หัวข้อ

ปี 2026 จะไม่ใช่แค่ยุคของการเติมเต็ม แต่คือยุคของการฟื้นฟูจากภายใน หลายคนอาจยังเข้าใจว่าสารเติมเต็ม หมายถึงฟิลเลอร์เพียงอย่างเดียว แต่จริง ๆ แล้วคำนี้มีความหมายที่กว้างกว่านั้นมากครับ เพราะในปี 2026 วงการความงามได้ก้าวเข้าสู่ยุคที่เราไม่ได้มองเพียงแค่เติมร่อง แต่เรามองถึง การกระตุ้นผิวให้กลับมาสร้างคอลลาเจนด้วยตัวเอง วันนี้หมอจะพามาเทียบให้เห็นชัดๆ ว่า ฟิลเลอร์กับสารเติมเต็มชนิดอื่นต่างกันยังไง จุดเด่นของแต่ละแบบคืออะไร และเทรนด์ปี 2026 จะไปทางไหนกันแน่

ฟิลเลอร์ คืออะไร และทำไมถึงยังเป็นตัวเลือกอันดับหนึ่งในปี 2026

ฟิลเลอร์ หรือชื่อเต็มคือ Hyaluronic Acid Filler (HA) เป็นสารเติมเต็มที่ออกแบบมาเพื่อแก้ไขปัญหาร่องลึก ใบหน้าขาดมิติ หรือโครงหน้าหย่อนคล้อย โดยมีจุดเด่นคือเห็นผลทันทีหลังทำ และสามารถสลายได้เองตามธรรมชาติ

ฟิลเลอร์ทำงานอย่างไร ?

HA จะช่วยเพิ่มปริมาตรในผิว (Volume Restoration) ทำให้ผิวเรียบ ตึง และอิ่มฟูขึ้นทันที พร้อมทั้งกักเก็บน้ำในผิวให้ชุ่มชื้น เหมาะกับผู้ที่มีริ้วรอย ร่องแก้ม ใต้ตาลึก หรืออยากปรับรูปหน้าโดยไม่ต้องผ่าตัด

ทำไมฟิลเลอร์ยังครองเทรนด์ 2026

เพราะเทคโนโลยี HA รุ่นใหม่ เช่น Flore Filler Restylane OBT Juvederm Vycross, และ E.P.T.Q พัฒนาโมเลกุลให้มีความเสถียรสูงขึ้น ยกกระชับได้นานแต่ยังคงความเป็นธรรมชาติ โดยใช้เทคนิค Layer Injection ร่วมกับการประเมินโครงหน้าแบบ 3D ช่วยให้ผลลัพธ์ดูสมดุลกับสรีระจริง

หมอแนะนำ ฟิลเลอร์ยังคงเป็นทางเลือกอันดับ 1 สำหรับคนที่ต้องการเห็นผลไว และสามารถปรับแก้ได้ในอนาคต โดยเฉพาะในคลินิกที่ใช้ยาแท้และมีแพทย์ประเมินโครงหน้าอย่างละเอียด

บทความแนะนำ : ฟิลเลอร์ (Filler) คืออะไร เจ็บไหม อยู่ได้นานแค่ไหน ราคาเท่าไหร่ สรุปทุกข้อควรรู้ก่อนตัดสินใจ

สารเติมเต็มชนิดอื่นที่มาแรงในปี 2026

ถ้าฟิลเลอร์คือสารเติมเต็มทันที สารเติมเต็มชนิดอื่น ๆ ที่หมอจะพูดถึงต่อไปนี้คือสารกระตุ้นคอลลาเจน (Collagen Stimulator) ซึ่งช่วยฟื้นฟูสภาพผิวจากภายใน เหมาะกับคนที่เริ่มมีอายุหรือผิวขาดความยืดหยุ่น

CaHA (Radiesse) – เติมพร้อมกระตุ้นคอลลาเจน

CaHA หรือ Calcium Hydroxylapatite เป็นสารที่มีอนุภาคคล้ายแร่ธาตุในกระดูกของเราเอง เมื่อฉีดเข้าสู่ผิวจะทำหน้าที่เป็นโครงสร้างชั่วคราวให้ร่างกายสร้างคอลลาเจนใหม่รอบ ๆ เม็ดสาร

  • เหมาะกับบริเวณ กรอบหน้า คาง ขมับ
  • ผลลัพธ์ ผิวแน่นขึ้น ยกกระชับ และเรียบเนียน
  • อยู่ได้นาน 18–24 เดือน
  • หลังสลายแล้วไม่ทิ้งสารตกค้าง

หมอมักใช้ Radiesse ในเคสที่ต้องการยกกรอบหน้าแบบธรรมชาติ โดยไม่ต้องใช้ปริมาณมากเหมือนฟิลเลอร์

บทความแนะนำ : Collaju (คอลลาจู) คอลลาเจนสด ตัวช่วยงานผิวที่ช่วยให้หน้าเด้ง คืนความกระชับเนียนใส ไม่ต้องรอกระตุ้น

PLLA (Sculptra) – สารฟื้นฟูผิวระยะยาว

Poly-L-Lactic Acid (PLLA) เป็นอีกหนึ่งนวัตกรรมที่เน้นฟื้นฟูมากกว่า เติมเต็ม มันจะกระตุ้น fibroblast ให้สร้างคอลลาเจนใหม่ในผิวชั้นลึก จึงไม่เห็นผลทันทีแต่จะค่อยๆ ดีขึ้นใน 1–3 เดือน

  • เหมาะกับผู้ที่อายุ 35 ปีขึ้นไป
  • ช่วยให้ผิวแน่นขึ้นจากภายใน
  • ผลลัพธ์อยู่ได้กว่า 2 ปี
  • ต้องฉีดต่อเนื่อง 2–3 ครั้ง

PLLA เหมาะกับคนที่ต้องการย้อนวัยผิว มากกว่าการแก้ไขจุดเฉพาะจุดครับ

PCL (Aesthefill / Ellanse) – สารเติมเต็ม Hybrid ที่มาแรงในปี 2026

เทรนด์ใหม่ของปี 2026 คือการรวมพลังของสารเติมเต็มแบบ Hybrid Filler โดย PCL (Polycaprolactone) เป็นสารที่ทั้ง เติมเต็มและกระตุ้นคอลลาเจน ได้ในตัวเดียว

  • เหมาะกับคนอายุ 30–45 ปี
  • อยู่ได้นาน 2–3 ปี
  • ผิวฟื้นตัวไวและดูเป็นธรรมชาติ
  • ใช้ได้ทั้งบริเวณขมับ ร่องแก้ม และกรอบหน้า

PCL เป็นเทรนด์มาแรงในเอเชีย เพราะให้ผลที่เรียบเนียน ไม่บวม และฟื้นฟูผิวระยะยาวโดยไม่แข็งตึง

PCL (Aesthefill / Ellanse) – สารเติมเต็ม Hybrid ที่มาแรงในปี 2026

Skin Booster คือสารเติมเต็มผิวตื้นที่เน้น “ปรับคุณภาพผิว” มากกว่า “ปรับรูปหน้า”
เช่น Rejuran Healer, Juvelook, Exosome Therapy
กลุ่มนี้เหมาะกับผู้ที่ต้องการให้ผิวดูใส ฉ่ำ และอิ่มฟูแบบธรรมชาติ

  • โมเลกุลเล็กกว่า ไม่ยกหน้าแต่เติมน้ำใต้ผิว
  • ช่วยลดรอยแดง รูขุมขน และความหมองคล้ำ
  • มักใช้ร่วมกับฟิลเลอร์เพื่อให้ผิวทั้งแน่นและใส

Exosome Therapy เป็นเทคโนโลยีใหม่ปี 2026 ที่ใช้อนุภาคสื่อสารระดับเซลล์ ช่วยซ่อมแซมเซลล์ผิวเสีย ฟื้นฟูรอยสิวและความหมองคล้ำจากภายใน การผสมเทคนิค HA Filler + Juvelook + Exosome กำลังกลายเป็น Signature Treatment ในหลายคลินิกชั้นนำ เพราะได้ทั้ง Volume และ Glow ในครั้งเดียว

ตารางเปรียบเทียบ ฟิลเลอร์ vs สารเติมเต็มชนิดอื่น

ประเภท สารสำคัญ จุดเด่น ระยะเวลาคงตัว เหมาะกับใคร เทรนด์ 2026
HA Filler Hyaluronic Acid เติมเต็มทันที / สลายได้ 6–18 เดือน ทุกเพศวัย ฟิลเลอร์โครงสร้างเสถียร
CaHA (Radiesse) Calcium Hydroxylapatite กระตุ้นคอลลาเจน ยกกระชับ 18–24 เดือน 30+ ยกกรอบหน้าอย่างธรรมชาติ
PLLA (Sculptra) Poly-L-Lactic Acid ฟื้นฟูจากภายใน 2 ปี 35+ ผิวแน่นขึ้นต่อเนื่อง
PCL (Aesthefill / Ellanse) Polycaprolactone เติม + กระตุ้น 2–3 ปี 30–45 Hybrid Trend
Skin Booster / Exosome DNA / Peptide / Exosome ผิวใส อิ่มฟู 3–6 เดือน ทุกวัย Combine Therapy

ทำไมปี 2026 Hybrid Filler  ถึงมาแรง

ในอดีต คนมักนิยมฉีดฟิลเลอร์เพื่อให้หน้าแน่น อิ่มฟู และดูเด็กลง แต่ในปี 2026 ทิศทางกลับเปลี่ยนไปสู่แนวทางฟื้นฟูจากภายใน เพราะคนรุ่นใหม่ให้ความสำคัญกับความเป็นธรรมชาติ ความยั่งยืน และการดูแลผิวในระยะยาว

นอกจากนี้ยังมีเทคโนโลยีใหม่ๆ เช่น

  • PCL x HA Cross Tech ที่ผสานโมเลกุลสองชนิดเข้าด้วยกัน
  • Bio-Filler จากยุโรป ที่ใช้เซลล์ของตัวเองมาทำเป็นสารเติมเต็ม
  • และเทรนด์ Customized Formula ที่หมอออกแบบสูตรเฉพาะบุคคล (Personalized Aesthetic Plan)

หมอมองว่าเทรนด์นี้สะท้อนความเข้าใจใหม่ของคนยุคนี้ ว่าความสวยไม่จำเป็นต้องเติมเยอะ แต่ต้องฟื้นฟูให้ถูกจุด

เทรนด์ผิวปี 2026 จากยุค เติม สู่ยุค ฟื้น ผิวแทนฟิลเลอร์

ปี 2026 วงการความงามกำลังก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ที่ไม่ได้แข่งกันแค่ หน้าเด็ก แต่เน้น ผิวสุขภาพดีจากภายใน แทนที่การฉีดเติมแบบเดิมๆ เทรนด์ที่มาแรงคือแนวทาง Skin Rejuvenation Therapy หรือการฟื้นฟูผิวลึกระดับเซลล์ ด้วยสารกลุ่ม Bio-Stimulator อย่าง Polynucleotide (PN), PDRN, Exosome และ Collagen Booster ซึ่งทำงานแตกต่างจากฟิลเลอร์ เพราะไม่ได้แค่เติมวอลุ่ม แต่ช่วยให้ผิวสร้างคอลลาเจนและอิลาสตินเองตามธรรมชาติ

คนรุ่นใหม่เริ่มมองหาวิธีที่ดูไม่ปลอม แต่ได้ผิวที่แน่น ฟู ฉ่ำ แบบ No Filter Skin ซึ่งแนวทางนี้ตอบโจทย์ทั้งความเป็นธรรมชาติและความปลอดภัยสูง โดยเฉพาะในคลินิกที่ใช้เทคโนโลยีควบคู่กับศาสตร์การแพทย์ฟื้นฟูผิว เช่น Rejuran, Exosome Therapy หรือ Skin Booster Hyaluronic Balance

เพราะความงามในปี 2026 ไม่ใช่การเติมให้ดูอ่อนวัย แต่คือการฟื้นให้ผิวแข็งแรงได้เอง อย่างที่หมอเรียกว่า Reverse Aging จากข้างในจริงๆ

หมอแนะนำอย่างไร เลือกสารเติมเต็มให้เหมาะกับผิวและอายุ

ช่วงอายุ สารเติมเต็มที่แนะนำ จุดประสงค์หลัก
25–30 ปี HA Filler + Juvelook เติมผิวให้ดูอิ่มฟู ป้องกันริ้วรอย
30–40 ปี CaHA + PCL Hybrid ยกกระชับกรอบหน้า เพิ่มความแน่นของผิว
40 ปีขึ้นไป PLLA + Exosome Therapy ฟื้นฟูคอลลาเจนลึก ลดริ้วรอยทั่วหน้า

หมอแนะนำ การเลือกสารเติมเต็มไม่ควรดูแค่ชื่อผลิตภัณฑ์ แต่ต้องประเมินโดยแพทย์ที่มีความเข้าใจเรื่อง anatomy และเทคนิคการวางชั้นผิว เพราะแต่ละสารทำงานในระดับชั้นผิว ที่ต่างกัน
การเลือกผิดอาจทำให้เกิดปัญหาผิวแข็ง ติดผิว หรือไม่สม่ำเสมอได้

ที่ TBL Clinic ทุกเคสมีการเปิดขวดให้ดูจริง ใช้ผลิตภัณฑ์แท้ 100% พร้อมแสดงเลข อย. และดูแลหลังทำจริงจัง เพื่อให้ผลลัพธ์ทั้งสวยและปลอดภัยในระยะยาว

สรุปเทรนด์สารเติมเต็มปี 2026

ปี 2026 วงการความงามก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ของสารเติมเต็ม ที่ไม่ได้หยุดอยู่แค่การฉีดฟิลเลอร์ (Hyaluronic Acid) เพื่อเติมร่องลึกอีกต่อไป แต่ขยายไปสู่การฟื้นฟูผิวจากภายในด้วยสารกระตุ้นคอลลาเจน เช่น CaHA (Radiesse) PLLA (Sculptra) และ PCL (Aesthefill / Ellanse) ซึ่งให้ผลลัพธ์ยาวนาน ยกกระชับ และสร้างผิวแน่นขึ้นตามธรรมชาติ ขณะเดียวกัน 

กลุ่ม Skin Booster และ Exosome ก็ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นเพราะช่วยให้ผิวใส อิ่มฟู และแข็งแรงมากขึ้น เทรนด์ใหม่ของปีนี้จึงมุ่งไปที่Hybrid Filler ซึ่งผสมระหว่าง HA กับ สารกระตุ้นคอลลาเจน ตอบโจทย์คนที่ต้องการผลลัพธ์ดูเป็นธรรมชาติ ยั่งยืน และปลอดภัย โดยหมอแนะนำให้เลือกคลินิกที่ใช้ผลิตภัณฑ์แท้ แพทย์ประเมินจริง และออกแบบแผนการรักษาเฉพาะบุคคล เพราะความสวยที่แท้จริง คือการคืนสมดุลให้ผิว ไม่ใช่การเติมจนตึง

หากคุณกำลังมองหาการปรับผิวหรือเติมเต็มใบหน้าอย่างปลอดภัย TBL Clinic ใช้สารแท้ทุกเคส เปิดขวดให้ดูจริง ไม่มีคอร์สบังคับ เพราะเราเชื่อว่า ความสวยไม่ควรต้องโดนหลอก

📍ปรึกษาหมอได้ฟรีทาง Line Official หรือ Inbox Facebook

FAQ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับสารเติมเต็ม

Q1: ฟิลเลอร์กับสารเติมเต็มต่างกันไหม?
A: ฟิลเลอร์คือสารเติมเต็มประเภทหนึ่งที่ใช้ Hyaluronic Acid ส่วนสารเติมเต็มชนิดอื่น เช่น CaHA, PLLA, PCL จะเน้นกระตุ้นคอลลาเจนมากกว่าเติมเต็มทันที

Q2: สารเติมเต็มแบบไหนอยู่ได้นานที่สุด?
A: PCL และ PLLA อยู่ได้เฉลี่ย 2–3 ปี ในขณะที่ฟิลเลอร์ HA อยู่ประมาณ 6–18 เดือน

Q3: สามารถฉีดฟิลเลอร์และสารกระตุ้นคอลลาเจนร่วมกันได้ไหม?
A: ได้ครับ หากประเมินโดยแพทย์ เพราะแต่ละชนิดทำงานในชั้นผิวต่างกัน การผสมอย่างถูกวิธีช่วยให้ผลลัพธ์ดูเป็นธรรมชาติมากขึ้น

Q4: สารเติมเต็มแต่ละแบบราคาเท่าไร?
A: โดยเฉลี่ย

  • ฟิลเลอร์แท้เริ่มต้นที่ 8,900 บาท/ซีซี
  • CaHA ประมาณ 15,000 บาท
  • PLLA และ PCL อยู่ที่ 25,000 บาทขึ้นไป

Q5: หลังฉีดต้องพักฟื้นไหม?
A: ส่วนใหญ่ไม่ต้องครับ แต่อาจมีรอยแดงหรือบวมเล็กน้อย 1–2 วัน สามารถแต่งหน้าและใช้ชีวิตได้ตามปกติ