หลายคนเริ่มทำเลเซอร์กำจัดขนด้วยความหวังว่าจะจบในครั้งเดียว แต่พอทำจริงกลับต้องนัดซ้ำเรื่อย ๆ จนเกิดคำถามว่า เลเซอร์ขนกี่ครั้งถึงจะเห็นผลชัด และทำไมหลายคลินิกถึงแนะนำ 6–10 ครั้ง ทั้งที่เครื่องก็แรงและทันสมัย คำตอบจริง ๆ ไม่ได้เกี่ยวกับความแรงของเลเซอร์เลย แต่เกี่ยวกับ สรีรวิทยาของเส้นขน ที่มีวงจรเติบโตไม่พร้อมกัน
เส้นขนบนร่างกายเราอยู่กันคนละเฟส บางเส้นกำลังโต บางเส้นหยุดพัก ทำให้เลเซอร์เก็บได้เฉพาะเส้นที่อยู่ในช่วงโตเท่านั้น นี่คือเหตุผลว่าทำไมต้องค่อย ๆ เก็บแบบรอบต่อรอบถึงจะเห็นผลแบบเนียน ๆ ไม่แหว่ง ไม่เป็นจุด และตอบโจทย์ความคาดหวังของคนยุคนี้ที่อยากได้ผิวเรียบแบบคลีน
บทความนี้จะพาไปแยกทุกเหตุผลทั้งเชิงวิทย์และการใช้งานจริง ว่าทำไม 6–10 ครั้งถึงเป็นตัวเลขที่แม่นสุดสำหรับการกำจัดขนด้วยเลเซอร์
เลเซอร์กำจัดขน คืออะไร และทำงานกับรากขนอย่างไร
เลเซอร์กำจัดขน คือเทคโนโลยีที่ใช้พลังงานแสงความยาวคลื่นเฉพาะเจาะจงไปยัง “เมลานิน” ในเส้นขน ซึ่งเป็นเม็ดสีที่ดูดซับพลังงานได้ดีมาก เมื่อเมลานินรับพลังงาน แสงจะเปลี่ยนเป็นความร้อนแบบควบคุม ทำให้รากขนค่อยๆ ฝ่อและหยุดสร้างเส้นใหม่ ผลที่ได้คือขนขึ้นช้าลง บางลง และนุ่มลงอย่างเป็นธรรมชาติ
บริเวณที่มีเส้นขนเข้มจะตอบสนองดีกว่า เพราะเมลานินเยอะ พลังงานจึงจับได้แม่นขึ้น เป็นเหตุผลที่หลายคนสังเกตว่าหลังทำไม่กี่ครั้ง ผิวจะดูเรียบขึ้นแบบรู้สึกได้ทันทีแบบ ผิวคลีนขึ้นแบบชัด ๆ
กระบวนการทั้งหมดนี้ไม่ทำลายผิวรอบข้าง เนื่องจากเลเซอร์เลือกจับเฉพาะเมลานินในเส้นขนเท่านั้น ทำให้การทำเลเซอร์เป็นหนึ่งในวิธีจัดการขนที่ทั้งปลอดภัยและเห็นผลสม่ำเสมอเมื่อทำต่อเนื่องในรอบที่เหมาะสม
บทความแนะนำ : ทำความรู้จัก เส้นขน คือะไร? ทำไมถึงขึ้น-ร่วง และมีหน้าที่อะไรกับร่างกายเรา
พลังงานที่ทำให้รากขนหยุดสร้างเส้นใหม่
พลังงานเลเซอร์ที่ใช้ในการ เลเซอร์กำจัดขน ถูกออกแบบมาเพื่อทำให้รากขนหยุดการสร้างเส้นใหม่อย่างเป็นระบบ โดยไม่กระทบผิวชั้นบนเกินจำเป็น หลักการจะเป็นแบบ step-by-step ดังนี้
- แสงเลเซอร์พุ่งลงสู่เมลานินในเส้นขน เมลานินจะดูดซับพลังงานได้ดี ทำให้เลเซอร์ทำงานได้แม่นในตำแหน่งที่ต้องการ
- พลังงานแสงถูกเปลี่ยนเป็นความร้อนแบบควบคุม ความร้อนระดับนี้ออกแบบมาเพื่อโฟกัสเฉพาะรากขน ไม่กระจายไปทำลายเนื้อเยื่อรอบข้าง
- รากขนเกิดการทำลายเชิงโครงสร้าง (Follicular damage) ส่งผลให้ขนเส้นนั้นเติบโตช้าลง บางลง หรือหยุดเติบโตในรอบถัดไป
- วงจรเติบโตใหม่เริ่มช้าลงเรื่อย ๆ เมื่อทำต่อเนื่อง ขนจำนวนมากจะค่อย ๆ ลดลงจนผิวดูคลีนขึ้นแบบเนียนตา
ทำไมเลเซอร์ขนต้องทำหลายครั้ง ไม่จบในรอบเดียว
เหตุผลที่ เลเซอร์ขนต้องทำหลายครั้ง ไม่ใช่เพราะเครื่องไม่แรง แต่เป็นเพราะ Hair Cycle หรือวงจรการเติบโตของเส้นขนที่ไม่พร้อมกัน เส้นขนบนร่างกายเรามีทั้งเส้นที่กำลังโต พักตัว และหลุดร่วงอยู่ในเวลาเดียวกัน ซึ่งเลเซอร์จะทำงานได้ดีที่สุดเฉพาะเส้นที่อยู่ในเฟสเติบโต หรือ Anagen phase เท่านั้น
เมื่อยิงรอบหนึ่ง เลเซอร์จะเก็บได้เพียงบางส่วน ประมาณ 15–20% ของเส้นขนทั้งหมด จึงต้องเว้นช่วงแล้วทำต่อเนื่องเพื่อเก็บเส้นที่เข้าสู่เฟสใหม่ในรอบถัดไป ทำให้จำนวนครั้งเฉลี่ยอยู่ที่ 6–10 ครั้งถึงจะเห็นผลที่เนียนและเรียบแบบชัดเจน สรีรวิทยาของเส้นขนจึงเป็นตัวกำหนดจำนวนครั้ง ไม่ใช่การตั้งค่าพลังงานหรือชนิดเครื่องเลเซอร์
เลเซอร์ได้ผลเฉพาะเส้นในเฟส Anagen
เลเซอร์กำจัดขนจะทำงานได้ดีที่สุดกับเส้นที่อยู่ใน เฟส Anagen หรือช่วงที่เส้นขนกำลังเติบโตเต็มที่ เพราะช่วงนี้เส้นขนมีเมลานินมากที่สุด ทำให้พลังงานเลเซอร์จับได้แม่นและทำให้รากขนฝ่อได้อย่างชัดเจน แต่เส้นขนบนร่างกายไม่ได้อยู่เฟสนี้พร้อมกันทั้งหมด
ในหนึ่งครั้ง เลเซอร์จะเก็บได้แค่ประมาณ 15–20% ของเส้นขนทั้งหมด นี่คือเหตุผลว่าทำไมยิงครั้งเดียวไม่สามารถกำจัดขนจนหมดได้ จำเป็นต้องเว้นรอบและทำซ้ำเพื่อรอให้เส้นอื่น ๆ เข้าสู่เฟส Anagen ในรอบถัดไป จึงจะเห็นผลลัพธ์ที่เรียบเนียนแบบต่อเนื่อง
ขนบนร่างกายมีหลายวงจรพร้อมกัน
เส้นขนในหนึ่งพื้นที่ไม่ได้อยู่ในเฟสเดียวกันทั้งหมด แต่กระจายกันอยู่ในหลายช่วงของ Hair Cycle ทั้งเฟสเติบโต พักตัว และร่วงในเวลาเดียวกัน ทำให้เลเซอร์กำจัดขนไม่สามารถจับทุกเส้นได้ครบในครั้งเดียว เพราะเลเซอร์ตอบสนองดีที่สุดกับเส้นที่อยู่ในช่วงเติบโตเท่านั้น
ผลลัพธ์ที่ดีจึงต้องทำอย่างเป็นรอบๆ เพื่อรอให้เส้นใหม่เข้าสู่เฟสที่เลเซอร์ทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ นี่คือเหตุผลว่าทำไมโซนเดียวกันต้องทำหลายครั้งถึงจะเห็นความเรียบเนียนแบบต่อเนื่อง และเป็นการเก็บเส้นขนในแต่ละเฟสให้ครบที่สุด
ความหนา–สี–ฮอร์โมนส่งผลต่อจำนวนครั้ง
ความถี่ของการทำ เลเซอร์ขนกี่ครั้ง จนเห็นผลชัดเจนไม่ได้ขึ้นกับเครื่องอย่างเดียว แต่ขึ้นกับคุณสมบัติของเส้นขนและฮอร์โมนของแต่ละคนด้วย ซึ่งสามารถอธิบายแบบเข้าใจง่ายดังนี้
- ความหนาของเส้นขน ขนหนาและมีเมลานินมากจะตอบสนองต่อเลเซอร์ดี ทำให้เห็นผลเร็วกว่า แต่ขนอ่อนหรือเส้นใสต้องทำหลายรอบเพื่อเก็บให้ครบ
- สีของเส้นขน ยิ่งสีเข้มเลเซอร์ยิ่งจับเมลานินได้แม่น ทำให้รากขนฝ่อง่ายกว่า ในทางกลับกันขนสีอ่อนต้องทำจำนวนครั้งมากกว่า
- ระดับฮอร์โมนในร่างกาย โซนที่ไวต่อฮอร์โมน เช่น บิกินี่ หรือบริเวณที่มีการกระตุ้นของฮอร์โมนเพศ จะตอบสนองช้ากว่าและมักต้องทำมากกว่าพื้นที่อื่น
เลเซอร์ขน กี่ครั้งถึงเริ่มเห็นผลจริง
โดยทั่วไปการทำ เลเซอร์ขนกี่ครั้งถึงเห็นผล จะเริ่มชัดตั้งแต่รอบที่ 2–3 เพราะเป็นช่วงที่เส้นขนบางส่วนเข้าสู่เฟสที่ตอบสนองต่อเลเซอร์ได้ดี ทำให้เห็นว่าขนบางลงและขึ้นช้าลงแบบรู้สึกได้ ส่วนผลลัพธ์ที่นิ่งและเรียบที่สุดมักอยู่ที่รอบที่ 6–10 ซึ่งเป็นช่วงที่เก็บเส้นดื้อและเส้นอ่อนครบมากขึ้น การทำต่อเนื่องตามรอบจึงสำคัญที่สุดสำหรับผลลัพธ์ที่เนียนและยาวนาน
ครั้งที่ 2–3 เริ่มบางลง 20–40%
ในการทำ เลเซอร์ขนกี่ครั้งถึงเห็นผล ช่วงรอบที่ 2–3 ถือเป็นจุดที่หลายคนเริ่มสังเกตได้ว่าขนบางลงประมาณ 20–40% เพราะเส้นขนจำนวนมากเริ่มเข้าสู่เฟส Anagen ซึ่งเป็นช่วงที่เลเซอร์ทำงานได้ดีที่สุด ขนใหม่ที่ขึ้นจะบางกว่า นุ่มกว่า และขึ้นช้ากว่ารอบก่อนอย่างเห็นได้ชัด ทำให้ผิวดูเนียนขึ้นแบบค่อยเป็นค่อยไปตามวงจรของเส้นขน
ครั้งที่ 6–8 เก็บเส้นดื้อให้บางลงมาก
เมื่อเข้าสู่รอบที่ 6–8 ของการทำ เลเซอร์ขนกี่ครั้งถึงเห็นผล จะเป็นช่วงที่ใช้เก็บ “เส้นดื้อ” หรือเส้นขนที่ตอบสนองช้ากว่าปกติ ไม่ว่าจะเป็นเส้นอ่อน สีอ่อน หรือเส้นที่อยู่ในเฟสพักตัวก่อนหน้า การยิงเลเซอร์ในรอบนี้ทำให้เส้นเหล่านั้นบางลงมาก และลดโอกาสการกลับมาของขนแข็ง ๆ ที่ทำให้ผิวดูไม่เรียบ ผลลัพธ์โดยรวมจึงเริ่มคงตัวและเนียนขึ้นอย่างชัดเจนในช่วงนี้
ครั้งที่ 10 ช่วยคงผลลัพธ์ระยะยาว
รอบที่ 10 ของการทำ เลเซอร์ขนกี่ครั้งถึงเห็นผล ถือเป็นรอบที่ใช้ “ล็อกผลลัพธ์” ให้ยาวที่สุด เพราะเป็นช่วงที่เส้นขนส่วนใหญ่ถูกทำให้บางลงหรือหยุดเติบโตไปแล้ว เหลือเพียงเส้นอ่อนหรือเส้นที่เพิ่งเข้าสู่วงจรใหม่ การยิงรอบสุดท้ายจะช่วยกดการงอกของเส้นเหล่านี้ให้ช้าลงมาก ทำให้ผิวดูเรียบเนียนต่อเนื่องในระยะยาว เหมือนเป็นการเซฟผลลัพธ์ให้เสถียรและอยู่ได้นานกว่าการทำเพียงไม่กี่ครั้ง
เลเซอร์แล้วขนหายจริงไหม ลดถาวรหรือแค่บางลง
คำว่า เลเซอร์แล้วขนหายจริงไหม ต้องอธิบายให้ตรงหลักการแพทย์ คือเลเซอร์ไม่ทำให้ขนหายหมดถาวร แต่ช่วยให้ขน ลดลงแบบถาวร (Permanent reduction) ทั้งในด้านจำนวน ความหนา และความเร็วในการงอก เส้นใหม่ที่ขึ้นมาจะบางกว่า นุ่มกว่า และขึ้นช้ากว่าเดิมอย่างเห็นได้ชัด
เมื่อทำเลเซอร์ครบตามรอบที่เหมาะสม รากขนส่วนใหญ่จะถูกทำให้ฝ่อ ส่งผลให้พื้นที่นั้นดูเรียบเนียนยาวนาน หลายคนอาจต้องทำบำรุงปีละครั้งหรือสองครั้งเพื่อรักษาผลลัพธ์ แต่โดยรวมถือว่าให้ผลระยะยาวกว่าวิธีถอน โกน หรือแวกซ์แบบเทียบกันไม่ติดเลย
ลดลงถาวร 70–90% แต่ไม่ได้หายหมดทุกเส้น
การทำเลเซอร์ช่วยให้เส้นขน ลดลงถาวรประมาณ 70–90% ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่อ้างอิงจากหลักการทางกายวิภาคของรากขนและการตอบสนองต่อพลังงานแสง แต่ไม่ได้หมายความว่าขนจะหายหมดทุกเส้น ขนบางส่วนที่เหลือมักเป็นเส้นอ่อน สีอ่อน หรือเส้นที่อยู่ในเฟสพักตัวช่วงที่ทำเลเซอร์ จึงตอบสนองช้ากว่า
เส้นที่เหลือหลังทำครบตามรอบจะขึ้นน้อยลงมาก บางลงจนแทบไม่สังเกตเห็น และขึ้นช้าขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อเทียบกับการโกนหรือถอน ความคาดหวังที่ถูกต้องคือ “ผิวเนียนระยะยาวแบบแทบไม่ต้องดูแลซ้ำบ่อย” มากกว่าไม่มีเส้นขนเหลือเลย ซึ่งเป็นผลลัพธ์ที่ตรงกับการทำเลเซอร์มากที่สุด
เส้นที่เหลือจะบางลง นุ่มลง และขึ้นช้ากว่าเดิม
หลังทำ เลเซอร์ขนกี่ครั้ง ไปได้ครบตามรอบที่เหมาะสม เส้นขนที่ยังเหลือจะมีพฤติกรรมเปลี่ยนไปอย่างชัดเจน ทั้งบางลง นุ่มลง และใช้เวลานานกว่าจะงอกขึ้นมาใหม่ เพราะรากขนถูกทำให้ทำงานลดลงในระดับโครงสร้าง ทำให้เส้นที่งอกกลับมาไม่แข็ง ไม่ทิ่ม และไม่สร้างเงาบนผิวเหมือนก่อน
หลายคนสังเกตได้ว่าผิวดูเรียบกว่าเดิมแม้จะยังมีขนบางส่วนอยู่ แต่แทบไม่รบกวนการแต่งตัวหรือความมั่นใจ ความเปลี่ยนแปลงแบบนี้คือสัญญาณว่ารากขนตอบสนองต่อเลเซอร์ได้ดี และเป็นผลลัพธ์ที่สอดคล้องกับการทำเลเซอร์อย่างต่อเนื่องในระยะยาว
เครื่อง Diode ช่วยให้เห็นผลเร็วขึ้นจริงไหม
การใช้ Diode Laser ถือเป็นมาตรฐานที่คลินิกส่วนใหญ่เลือก เพราะความยาวคลื่นระดับนี้จับเมลานินในเส้นขนได้แม่นกว่าเครื่องทั่วไป ทำให้พลังงานลงถึงรากขนได้สม่ำเสมอและช่วยให้เห็นผลเร็วขึ้นอย่างเป็นระบบ โดยเฉพาะในเคสที่มีเส้นขนเข้มหรือขนขึ้นไวแบบที่หลายคนกังวล
อีกข้อดีคือ Diode มาพร้อมระบบทำความเย็นที่ช่วยลดความรู้สึกแสบร้อน ทำให้การยิงเลเซอร์รู้สึกสบายขึ้น แม้จะใช้พลังงานสูงก็ตาม เหมาะกับผิวโทนเอเชียมาก เพราะบาลานซ์ระหว่างประสิทธิภาพและความปลอดภัยได้ดี
เมื่อทำ เลเซอร์ขนกี่ครั้ง ไปตามรอบที่ถูกต้อง Diode จะช่วยให้เส้นขนบางลงเร็วกว่ารอบปกติ และให้ผลลัพธ์ที่นิ่งในช่วง 6–10 ครั้ง ทำให้เป็นตัวเลือกที่หลายคนเลือกเพราะความเสถียรและความไวต่อผลลัพธ์
เปรียบเทียบการทำงานของเครื่อง Diode / IPL / YAG
การเลือกเครื่องเลเซอร์มีผลอย่างมากต่อจำนวนครั้งของการทำ เลเซอร์ขนกี่ครั้งถึงเห็นผล เพราะแต่ละเทคโนโลยีมีโครงสร้างพลังงานและการจับเมลานินที่ต่างกัน ตารางด้านล่างนี้เป็นภาพรวมที่ช่วยให้เข้าใจง่ายขึ้นว่า Diode, IPL และ Nd:YAG แตกต่างกันอย่างไร และเหมาะกับใครมากที่สุด
ตารางเปรียบเทียบ Diode / IPL / Nd:YAG
| ประเภทเลเซอร์ | ความยาวคลื่น | ประสิทธิภาพกำจัดขน | ความเหมาะสมของผิว | ความรู้สึกขณะทำ | จุดเด่น |
| Diode 810 nm | 808–810 nm | สูงที่สุด จับเมลานินแม่น | เหมาะกับผิวเอเชียทุกโทน | เจ็บน้อย เพราะมี Cooling | เห็นผลเร็ว รอบสั้นกว่า |
| IPL | 500–1200 nm (กระจายหลายช่วงคลื่น) | ปานกลาง ขึ้นกับสภาพเส้นขน | อาจไม่เหมาะกับผิวเข้ม | อุ่น ๆ กระตุกเล็กน้อย | ราคาย่อมเยา เหมาะงานปรับผิว |
| Nd:YAG 1064 nm | 1064 nm | ดีในผิวเข้ม แต่จับเมลานินได้น้อยกว่า | เหมาะกับผิวเข้ม–ผิวสองสี | รู้สึกจี้ลึกกว่า Diode | ปลอดภัยสำหรับผิวเข้มมาก |
วิเคราะห์แบบหมอแนะนำ
- Diode เหมาะสุดสำหรับกำจัดขน เพราะความยาวคลื่นตรงเมลานิน ทำให้เก็บรากขนได้ดีและเห็นผลไวกว่า เหมาะกับการทำ 6–10 ครั้งตามมาตรฐาน
- IPL ไม่ใช่เลเซอร์แท้ แต่เป็นแสงกว้าง ทำให้จับเมลานินไม่แม่น ขนบางลงได้แต่ไม่คงผลเท่า Diode
- Nd:YAG เหมาะกับผิวเข้มหรือผิวไวต่อแสง แต่ต้องทำจำนวนครั้งมากกว่าเพราะพลังงานจับเมลานินได้ไม่สูงเท่า Diode
สรุป: ถ้าอยากให้รอบทำเลเซอร์สั้นลงและเห็นผลตั้งแต่ช่วง 2–3 ครั้งแรก Diode คือทางเลือกที่คุ้มและเสถียรที่สุดสำหรับการกำจัดขนในผิวชาวเอเชีย
ปัจจัยที่ทำให้จำนวนการทำ เลเซอร์ขน ต่างกันในแต่ละคน
จำนวนครั้งของการทำ เลเซอร์ขนกี่ครั้ง ที่แต่ละคนต้องใช้ไม่เท่ากัน เพราะเส้นขนตอบสนองต่อพลังงานแสงต่างกันตามคุณสมบัติและสภาพผิวของแต่ละคน ปัจจัยหลักที่มีผล ได้แก่
- ความหนาของเส้นขน ขนหนาและเข้มตอบสนองดีต่อเลเซอร์ ทำให้เห็นผลเร็วกว่า ส่วนขนอ่อนหรือเส้นใสต้องใชจำนวนครั้งมากขึ้นเพื่อเก็บให้ครบ
- สีของเส้นขน เมลานินคือเป้าหมายของเลเซอร์ ยิ่งเข้มยิ่งจับง่าย ขนสีอ่อนจะตอบสนองช้ากว่าและต้องทำซ้ำหลายรอบ
- ระดับฮอร์โมน บริเวณที่เกี่ยวข้องกับฮอร์โมน เช่น บิกินี่ หรือเส้นขนของผู้ชายบางจุด จะมีการงอกเร็วกว่า ทำให้ต้องทำมากกว่าปกติ
- โซนบอบบางหรือผิวไว บางบริเวณ เช่น ใบหน้า หรือหน้าแข้ง ต้องใช้พลังงานในระดับสมดุลเพื่อความปลอดภัย ทำให้ต้องทำจำนวนรอบมากกว่าบริเวณที่ผิวหนา
ควรเว้นกี่สัปดาห์ต่อครั้งเพื่อให้เก็บเส้นได้ครบที่สุด
ช่วงเว้นรอบคือหัวใจสำคัญของการทำ เลเซอร์ขนกี่ครั้ง ให้เห็นผลแบบคุ้มที่สุด เพราะต้องรอให้เส้นขนเข้าสู่เฟสที่เลเซอร์ทำงานได้ดีจริง ๆ การรีบทำถี่เกินไปไม่ได้ช่วยเร่งผล กลับทำให้เก็บเส้นไม่ครบเท่าที่ควร
- เว้น 3–4 สัปดาห์ เหมาะกับโซนที่เส้นขนขึ้นเร็ว เช่น รักแร้ บิกินี่ หนวด เครา เพราะเส้นขนมีรอบเติบโตสั้นกว่า
- เว้น 4–6 สัปดาห์ เหมาะกับแขน ขา หน้าแข้ง หรือบริเวณที่เส้นขนขึ้นช้ากว่า การเว้นรอบนานขึ้นช่วยให้เส้นขนใหม่เข้าสู่เฟส Anagen พร้อมกันมากขึ้น ทำให้เก็บได้แม่นกว่า
- โซนหน้า มักอยู่ประมาณ 3–5 สัปดาห์ ขึ้นกับความไวของผิวและระดับฮอร์โมน
การเว้นรอบตามไทม์ไลน์ที่เหมาะสมช่วยให้เลเซอร์เก็บเส้นได้ครบที่สุด ลดจำนวนครั้งโดยรวม และช่วยให้ผลลัพธ์เนียนกว่าในระยะยาว
ข้อควรระวังหลังทำเลเซอร์กำจัดขน
หลังทำ เลเซอร์ขนกี่ครั้ง ผลลัพธ์จะคงที่และเนียนขึ้นได้จริง แต่ช่วงดูแลหลังทำก็สำคัญมาก เพราะผิวเพิ่งได้รับพลังงานความร้อนในระดับลึก จึงต้องให้เวลาฟื้นตัวแบบสวย ๆ โดยไม่สะดุด
- งดแดดอย่างน้อย 7 วัน ผิวบริเวณที่ทำเลเซอร์ไวต่อ UV มากขึ้น แนะนำหลบแดดหรือทาครีมกันแดดสม่ำเสมอ เพื่อลดโอกาสเกิดรอยดำหลังเลเซอร์
- งดถอน แวกซ์ ดึงขน การดึงรากขนออกจะรบกวนวงจร Hair Cycle ทำให้รอบการเลเซอร์ครั้งถัดไปเก็บเส้นได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ
- งดสครับหรือใช้กรดผลไม้ (AHA/BHA) ผิวอาจไวต่อการระคายเคือง การขัดผิวเกินจำเป็นเสี่ยงทำให้ผิวลอก แดง หรือเป็นผื่นได้
- ประคบเย็นถ้ามีแดงอุ่น ๆ ช่วยลดอาการระคายเคืองและทำให้ผิวฟื้นตัวไวขึ้น
วิธีการดูแลตัวเองหลังทำ เลเซอร์กำจัดขน
หลังทำ เลเซอร์ขนกี่ครั้ง ผิวจะไวขึ้นเล็กน้อยในช่วงแรก การดูแลให้ถูกวิธีจะช่วยให้ผิวฟื้นเร็วและทำรอบถัดไปได้เต็มประสิทธิภาพแบบไม่สะดุด
- งดแดด 5–7 วัน พลังงานเลเซอร์ทำให้ผิวบริเวณนั้นไวต่อแสง UV มากขึ้น หากโดนแดดจัดอาจมีรอยคล้ำขึ้นได้ แนะนำพกร่มหรือทากันแดดสม่ำเสมอ
- งดถอน ขุด แวกซ์ ดึงรากขนทุกแบบ เพราะเลเซอร์ต้องใช้ “รากขน” เป็นตัวรับพลังงาน การดึงออกจะทำให้รอบถัดไปเก็บเส้นไม่ครบ และกระทบผลลัพธ์ในระยะยาว
- งดสครับผิวหรือกรดผลไม้ (AHA/BHA) ในช่วง 3–5 วันแรกผิวค่อนข้างเซนซิทีฟ การขัดผิวอาจทำให้แดง แสบ หรือระคายเคืองมากกว่าเดิม
- ประคบเย็นถ้ามีอุ่น ๆ หลังยิงเลเซอร์ ช่วยลดการอักเสบเล็กน้อยและทำให้ผิวสงบเร็วขึ้น
เหตุผลที่ TBL Clinic เลือกกำจัดขนด้วยเครื่อง Diode Laser
เหตุผลที่ TBL Clinic เลือกกำจัดขนด้วยเครื่อง Diode Laser เป็นการตัดสินใจที่ตั้งใจมากกว่าแค่ยิงแล้วบาง เพราะ Diode 810 nm คือมาตรฐานที่คลินิกระดับสากลใช้ เน้นความปลอดภัยและผลลัพธ์ที่จับต้องได้แบบไวขึ้นแบบไม่ต้องลุ้น
- คลื่น 810 nm เข้าถึงรากขนได้พอดี พลังงานดูดซึมโดยเมลานินในรากขนได้ดี ทำให้การทำให้รากขนฝ่อเกิดขึ้นแม่นยำกว่าโหมดแสงชนิดอื่น
- ลดการระคายเคืองต่อผิวชั้นบน Diode โฟกัสเฉพาะรากขน ไม่ทำให้ผิวชั้นบนรับพลังงานเกินจำเป็น เหมาะกับคนที่ผิวไวหรือเคยผิวแดงง่ายมาก่อน
- เครื่องมีระบบทำความเย็นแบบต่อเนื่อง ช่วยให้ตอนทำรู้สึกสบายขึ้น ลดความรู้สึกวูบวาบ และช่วยให้ยิงพลังงานได้สม่ำเสมอโดยไม่ต้องพักหัวเครื่อง
- เห็นผลได้ไวกว่า IPL ในหลายเคส เส้นหนา สีเข้ม หรือบริเวณรักแร้–บิกินี่ โต้ตอบกับ 810 nm ได้ดี ทำให้จำนวนครั้งลดลงอย่างชัดเจน
- เหมาะกับโทนผิวคนไทยที่สุด เพราะเมลานินในชั้นผิวของคนเอเชียตอบสนองกับความยาวคลื่นนี้อย่างพอดี ทำให้ได้ทั้งความปลอดภัยและประสิทธิภาพแบบบาลานซ์ที่สุด
รีวิว เลเซอร์กำจัดขน

เลเซอร์กำจัดขน ราคา

สรุปเลเซอร์ขนกี่ครั้ง การทำ 6–10 ครั้งคือมาตรฐานที่อิงจากวงจรเส้นขนจริง ๆ
การทำเลเซอร์กำจัดขน 6–10 ครั้ง ไม่ได้เป็นตัวเลขลอย ๆ แต่เป็นมาตรฐานที่อิงจาก Hair Cycle จริงของร่างกาย เพราะเลเซอร์จะได้ผลดีที่สุดเฉพาะเส้นที่อยู่ในเฟส Anagen เท่านั้น และในหนึ่งโซนมักมีหลายเฟสซ้อนกันอยู่ ทำให้การยิงครั้งเดียวไม่สามารถเก็บครบทุกเส้นได้ การกำหนดรอบทำทุก 3–6 สัปดาห์จึงช่วยจับเส้นที่เพิ่งเข้าสู่เฟสใหม่ได้แม่นยำขึ้น ปัจจัยเฉพาะตัว เช่น ความหนา สีเส้น ฮอร์โมน และโซนที่ทำ (รักแร้ หน้าแข้ง บิกินี่) ก็มีผลต่อจำนวนครั้งเช่นกัน การวางแผนตามวงจรเส้นขนจริง ๆ จะทำให้เห็นผลแบบค่อยเป็นค่อยไป เส้นบางลง นุ่มลง ขึ้นช้ากว่าเดิม และช่วยคงผลลัพธ์ได้ยาวกว่า โดยรวมคือการทำหลายครั้งคือ จังหวะที่ถูกต้อง ไม่ใช่การทำซ้ำเกินจำเป็น
ถ้าคุณยังไม่ชัวร์ว่าควรเริ่มเลเซอร์ขนกี่ครั้งหรือเหมาะกับโซนไหนก่อน ลองส่งรูปผิวให้ผมประเมินก่อนได้แบบฟรี ๆ เลยนะครับ ผมจะช่วยไกด์รอบการทำที่พอดีกับเส้นขนของคุณจริง ๆ ไม่ต้องเดาเองให้เหนื่อย ทักมาปรึกษาที่ Line Official หรือ Inbox Facebook ได้ทันทีครับ
FAQ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ เลเซอร์ขนกี่ครั้ง ถึงเห็นผล
1) เลเซอร์ขนกี่ครั้งถึงเห็นผล
ส่วนใหญ่เริ่มเห็นผลตั้งแต่ครั้งที่ 2–3 และเห็นผลชัดเจนที่สุดช่วง 6–10 ครั้งตามรอบวงจรเส้นขน
2) ทำไมเลเซอร์แล้วขนยังขึ้น
เพราะขนมีหลายเฟส เลเซอร์ทำงานได้เฉพาะเส้นในช่วง Anagen เส้นในเฟสอื่นจะค่อย ๆ ถูกเก็บในครั้งต่อไป
3) เลเซอร์เจ็บมากไหม
รู้สึกจี๊ดเบา ๆ คล้ายหนังยางดีด แต่เครื่อง Diode รุ่นใหม่จะมีระบบความเย็นช่วยลดความรู้สึกบนผิวได้ดีมาก
4) เครื่อง Diode ดีกว่า IPL ไหม
โดยรวม Diode เฉพาะทางกว่า ยิงถึงรากขนได้เสถียรกว่า และเหมาะกับหลายสภาพผิวมากกว่า IPL
5) ขนบาง ๆ เลเซอร์ได้ไหม
ได้ครับ แต่ต้องใช้พลังงานเหมาะสม ผลลัพธ์จะบางลงและขึ้นช้ากว่าเดิม แต่ต้องทำตามรอบเพื่อให้เห็นผลจริง