TBL Clinic

ร้อยไหม เจ็บไหม ? เข้าใจความรู้สึกจริงจากมุมแพทย์และเทคนิคที่ช่วยให้ไม่รู้สึกเจ็บ

ร้อยไหม เจ็บไหม

หัวข้อ

หลายคนพอได้ยินคำว่า ร้อยไหม ก็แอบชะงัก ภาพเข็มยาวๆ ลอยมาในหัวทันที ทั้งที่จริงแล้วเทคโนโลยีตอนนี้ไม่ได้เจ็บ อย่างที่คิดเลยครับ ผมเจอคนไข้หลายคนที่กลัวเข็มระดับสิบ แต่พอร้อยไหมจริงกลับหัวเราะบอกว่าหมอ…แค่นี้เองเหรอ เพราะความรู้สึกมันแค่ตึงๆ ไม่ถึงกับเจ็บ เทคนิคที่เราใช้ เช่น เข็มปลายทู่ (Cannula) และยาชา 2 ชั้น จะช่วยลดความรู้สึกเจ็บได้เกือบหมด จุดนี้เองที่ทำให้การร้อยไหมกลายเป็นหัตถการยอดฮิตในกลุ่มคนรุ่นใหม่ ที่อยากเฟซลิฟต์เบาๆ แบบไม่ต้องพักฟื้น ถ้าคุณเคยสงสัยว่า ร้อยไหมเจ็บไหมจริงหรือแค่คิดไปเอง บทความนี้หมอจะเล่าให้ฟังทั้งหมดแบบเข้าใจง่ายและไม่ชวนกลัวแน่นอนครับ

ทำไมหลายคนกลัวคำว่า ร้อยไหม เจ็บไหม ทั้งที่เทคโนโลยีตอนนี้แทบไม่รู้สึกแล้ว

หลายคนได้ยินคำว่า ร้อยไหม แล้วใจแป๊บสั่น เพราะกลัวคำว่าเจ็บ และมีคำถามอีกว่า ร้อยไหม เจ็บไหม มากกว่าตัวหัตถการเสียอีก ทั้งที่จริงแล้วในยุคนี้ การร้อยไหมแทบไม่รู้สึกเจ็บเลยครับ เนื่องจากขั้นตอนเริ่มจากการทายาชา จากนั้นหมอจะฉีดยาชาเฉพาะจุดเพื่อบล็อกเส้นประสาทชั่วคราว ทำให้ตอนร้อยไหมคุณจะรู้สึกแค่แรงดันเล็กน้อย ไม่ถึงกับเจ็บตามที่คิด 

หลายคนจึงมักถามว่า ร้อยไหมเจ็บแค่ตอนฉีดยาชาจริงไหม? คำตอบคือใช่ ความรู้สึกเจ็บส่วนใหญ่เกิดเฉพาะช่วงยาชากำลังออกฤทธิ์เพียงไม่กี่วินาที หลังจากนั้นจะรู้สึกเพียงตึง ๆ เบา ๆ เท่านั้น ปัจจุบันเทคนิค MINT Lift / PDO Lift ที่ใช้ในคลินิกมาตรฐานยังช่วยลดระดับความรู้สึกเจ็บลงกว่าเดิมกว่า 70% ด้วยไหมขนาดเล็กพิเศษและเข็มปลายทู่ ทำให้ร้อยไหมกลายเป็นหัตถการที่ทั้งปลอดภัยและเป็นมิตรต่อคนกลัวเข็มแบบสุด ๆ ครับ

ปัจจัยที่ทำให้บางคนรู้สึกเจ็บมากหรือน้อย

ความรู้สึกเจ็บ ตอนร้อยไหมจริงๆ แล้วแตกต่างกันในแต่ละคนครับ ซึ่งไม่ใช่แค่เรื่องของความกลัว แต่มีปัจจัยทางกายภาพและเทคนิคเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย หมอขอสรุปให้เข้าใจง่ายแบบนี้เลย

  • ความไวของเส้นประสาท (Nerve Sensitivity) บางคนมีปลายประสาทไวมาก โดยเฉพาะบริเวณแก้ม ใต้ตา หรือแนวกราม ทำให้รู้สึกเจ็บได้ง่ายกว่า แม้จะใช้ยาชาในระดับเท่ากันก็ตาม
  • ชั้นผิวและโครงสร้างไขมันใต้ผิว (Skin Layer & Fat Density) ผิวบางหรือมีชั้นไขมันน้อย จะรับแรงดึงของไหมได้มากกว่า จึงรู้สึกตึงหรือจี๊ดช่วงสั้น ๆ หลังร้อยไหม
  • เทคนิคและประสบการณ์ของหมอ (Technique & Experience) หมอที่มีเทคนิคการสอดไหมนุ่มนวล ใช้มุมแทงและความลึกที่เหมาะกับแต่ละคน จะช่วยลดการกระทบเส้นประสาทได้ดี
  • ชนิดของไหมที่ใช้ (Thread Type) ไหม PDO และไหม MINT มีเส้นเล็กและเรียบ ช่วยให้ร้อยได้ลื่นกว่า ลดโอกาสเกิดแรงต้านผิว

ขั้นตอนจริงของการร้อยไหมที่หมอใช้ลดความรู้สึกเจ็บ

ก่อนร้อยไหม หลายคนกังวลเรื่องเจ็บไหม มากกว่าเรื่องผลลัพธ์เสียอีก จริง ๆ แล้วขั้นตอนปัจจุบันถูกออกแบบให้รู้สึกสบายสุดๆ ตั้งแต่เริ่มต้น หมอจะค่อย  ทำตามลำดับ เพื่อให้ร่างกายและผิวปรับตัวได้โดยไม่รู้สึกเจ็บเลยครับ

  • ทายาชา (Topical Anesthesia) เริ่มต้นด้วยการทายาชาเนื้อครีมทิ้งไว้ประมาณ 30–40 นาที เพื่อบล็อกปลายประสาทชั้นผิว ทำให้ตอนฉีดยาชาจะรู้สึกเพียงแค่ “จิ้มเบา ๆ” เท่านั้น
  • ฉีดยาชาเฉพาะจุด (Local Anesthesia) หมอจะฉีดยาชาบางจุด เช่น กรอบหน้า หรือแนวขมับ เพื่อป้องกันความรู้สึกในจุดที่ไหมจะผ่าน ลดการตึงหรือแสบร้อนระหว่างทำ
  • ใช้เข็มปลายทู่ (Cannula Technique) ขั้นตอนสำคัญที่ช่วยให้ไม่รู้สึกเจ็บ เพราะ Cannula ไม่มีปลายแหลม ไม่ตัดเส้นเลือดหรือเส้นประสาท ทำให้รู้สึกเพียงแรงดันเบา ๆ คล้ายการนวดจากภายใน
  • เทคนิค Pain-Control Thread Lift ของ TBL Clinic ใช้ไหมคุณภาพสูงร่วมกับยาชา 2 ชั้น และปรับระดับการสอดไหมตามชั้นผิวแต่ละคน จนกว่าเนื้อเยื่อจะนิ่งก่อนยก

หมอสามารถยืนยันได้เลยครับว่า คนไข้กว่า 95% ที่ TBL Clinic บอกว่าแทบไม่รู้สึกเจ็บเลย ความรู้สึกจะคล้ายการตึงผิวเล็กน้อยช่วงหลังทำเท่านั้น ทั้งหมดนี้คือเหตุผลที่ร้อยไหมในยุคใหม่ปลอดภัยขึ้น และเป็นมิตรกับคนที่กลัวเข็มสุดๆ

หมอจริงรีวิวให้ฟัง ความเจ็บระหว่างร้อยไหมเป็นแบบไหนกันแน่ 

เวลาหลายคนถามหมอว่า ร้อยไหมรู้สึกยังไงระหว่างทำ คำตอบตรงไปตรงมาคือ ผู้เข้ารับบริการส่วนใหญ่ให้คะแนนความเจ็บแค่ 2 จาก 10 เท่านั้น เพราะขั้นตอนทุกอย่างถูกออกแบบให้รู้สึกสบายตั้งแต่เริ่มต้น หลังจากยาชาออกฤทธิ์ จะรู้สึกเพียงแรงดันหรือการดึงเบาๆ คล้ายมีด้ายบางเส้นเลื่อนอยู่ใต้ผิวมากกว่าจะเป็นความเจ็บแบบแหลมๆ ที่หลายคนจินตนาการไว้

เคสที่ทำบ่อย เช่น MINT Lift และ PDO Lift ความรู้สึกระหว่างทำจะต่างกันเล็กน้อย — MINT Lift จะรู้สึกตึงกว่าเล็กน้อยเพราะไหมมีเงี่ยงยกผิว แต่ก็ยังอยู่ในระดับที่คนส่วนใหญ่ทนได้แบบชิล ๆ ส่วน PDO Lift จะรู้สึกเบากว่า เหมาะกับคนที่กลัวเจ็บหรือเพิ่งเริ่มทำครั้งแรก หมอมักพูดกับคนไข้ว่าให้ลองหลับตา หายใจยาวๆ เพราะร่างกายที่ผ่อนคลายจะช่วยให้เจ็บน้อยลงอย่างเห็นได้ชัด

เสียงจากคนไข้ส่วนใหญ่พูดเหมือนกันว่าตอนทำไม่รู้ตัวเลยว่าร้อยไปกี่เส้นแล้ว เพราะจริงๆ แล้วความเจ็บของร้อยไหมในยุคนี้แทบจะเป็นแค่เรื่องในความคิดมากกว่าความจริงครับ

เปรียบเทียบความรู้สึกแต่ละตำแหน่ง

ความรู้สึกขณะร้อยไหมจะแตกต่างกันไปตาม “ตำแหน่งที่ทำ” เพราะแต่ละบริเวณมีเส้นประสาทและความหนาของชั้นผิวไม่เท่ากัน หมอจะอธิบายให้เห็นภาพง่าย ๆ ว่าแต่ละจุดเป็นยังไงบ้างครับ

  • กรอบหน้า (Jawline) บริเวณนี้มีชั้นผิวค่อนข้างหนาและเส้นประสาทไม่เยอะ ความรู้สึกตอนร้อยไหมจึงอยู่ในระดับเบามาก ส่วนใหญ่คนไข้บอกว่ารู้สึกเพียงแรงดึงเบาๆ คล้ายมีด้ายเคลื่อนไปใต้ผิว เหมาะกับคนที่อยากยกแนวกรอบหน้าให้ชัดโดยไม่อยากเจ็บ
  • แก้ม (Cheek Zone) เป็นตำแหน่งยอดนิยมที่ใช้ไหม MINT Lift หรือ PDO Lift เพราะให้ผลยกชัดเจน ช่วงนี้จะรู้สึกตึงนิด ๆ ระหว่างหมอจัดทิศทางไหมเพื่อกระชับเนื้อแก้ม แต่ไม่ถึงขั้นเจ็บ หากใช้เทคนิค Cannula จะลดแรงเสียดสีของเส้นไหมได้เยอะมาก
  • ใต้ตา (Under Eye) จุดนี้มีเส้นประสาทและหลอดเลือดค่อนข้างเยอะ ความรู้สึกเลยมากกว่าโซนอื่นเล็กน้อย หมอมักใช้ไหมเส้นเล็กและเทคนิคการร้อยตื้นเพื่อลดแรงกดจากเข็ม ความรู้สึกจะคล้ายจิ้มเบาๆ แล้วตึงช่วงสั้นๆ

ความเจ็บในมุมแพทย์ vs มุมคนไข้

เวลาพูดถึงความเจ็บจากการร้อยไหม มุมของหมอกับคนไข้มักไม่เหมือนกันครับ จากมุมแพทย์ เรามองว่าความรู้สึกระหว่างร้อยไหมคือแรงดึงและความตึงของผิว มากกว่าความเจ็บแบบแสบหรือปวด เพราะเส้นไหมจะถูกสอดเข้าในชั้นผิวที่มีคอลลาเจน ไม่ได้แตะเส้นประสาทโดยตรง จึงไม่เกิดอาการปวดเฉียบพลันอย่างที่หลายคนกลัว ส่วนในมุมของคนไข้ มักอธิบายว่ามันไม่เจ็บ แต่รู้สึกตึง ๆ เหมือนยางรัดผิวเบา ๆ ซึ่งเป็นปฏิกิริยาปกติของการยกกระชับผิว

หมออยากให้เข้าใจว่า ความรู้สึกตึง นี้เกิดจากการที่ไหมไปกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่และจัดแนวผิวให้กระชับขึ้น ร่างกายจะค่อยๆ ปรับสมดุลเองภายในไม่กี่วัน หลังจากนั้นผิวจะเริ่มแน่นขึ้นโดยไม่มีความรู้สึกเจ็บหลงเหลือเลย หลายคนถึงบอกว่ามันไม่เจ็บ แค่รู้สึกว่าผิวกำลังถูกรีเฟรช มากกว่า ถ้าเปรียบในภาษาคนทั่วไปก็คือตึงแต่ดีต่อใจ เพราะเป็นสัญญาณว่าผิวกำลังยกตัวและฟื้นฟูจริงครับ

เคล็ดลับดูแลหลังร้อยไหมให้ไม่ปวด ไม่บวม และเข้าที่เร็ว 

หลังร้อยไหม หลายคนอาจรู้สึกตึง ๆ หรือ ปวดหน่วง บริเวณที่ทำ ซึ่งถือเป็นอาการปกติครับ เพราะเส้นไหมกำลังดึงชั้นผิวให้เข้าที่และกระตุ้นคอลลาเจนใหม่ แต่ถ้าดูแลถูกวิธี อาการเหล่านี้จะหายเร็วและไม่บวมซ้ำ หมอมีเคล็ดลับง่าย ๆ ที่อยากฝากไว้ดังนี้

  • ประคบเย็นภายใน 24 ชั่วโมงแรก ช่วยลดการอักเสบและอาการบวมได้ดี โดยเฉพาะช่วงกรอบหน้าและแก้ม อย่าประคบแรงหรือวางน้ำแข็งโดยตรง ให้ใช้ผ้าสะอาดห่อไว้ก่อนเสมอ
  • หลีกเลี่ยงการนวดหน้าและอ้าปากกว้าง 2 สัปดาห์ เพราะอาจรบกวนแนวไหมที่กำลังเซตตัว ทำให้ไหมขยับและรู้สึกตึงนานขึ้น
  • งดแอลกอฮอล์และอาหารรสจัด ลดการไหลเวียนของเลือดที่มากเกินไปในช่วงฟื้นตัว
  • นอนยกศีรษะสูงเล็กน้อย 2–3 วันแรก เพื่อป้องกันการบวมค้างช่วงเช้า

หลายคนถามว่าทำไมบางคนถึงปวดตึงนาน คำตอบคือร่างกายของแต่ละคนตอบสนองต่อไหมต่างกัน และบางรายอาจเผลอขยับกล้ามเนื้อหน้าแรงเกินไป หมออยากย้ำว่าการดูแลหลังทำคือหัวใจสำคัญ ที่ทำให้ผลลัพธ์อยู่ได้นาน ผิวฟื้นไว และไม่ต้องกลัวเจ็บซ้ำครับ

เทคนิคเฉพาะของหมอ TBL Clinic ที่ช่วยให้ “ร้อยไหมไม่เจ็บเลย” 

หลายคนสงสัยว่า “ร้อยไหมที่ TBL Clinic ไม่เจ็บจริงเหรอ?” หมอขอตอบตรง ๆ ว่า แทบไม่เจ็บเลยครับ เพราะที่นี่เราใช้เทคนิคเฉพาะทางที่เรียกว่า Pain-Control Thread Lift ซึ่งออกแบบขั้นตอนทุกส่วนให้สบายตั้งแต่ต้นจนจบ

  • ยาชา 2 ชั้น:เริ่มด้วยการทายาชาเนื้อครีมก่อน จากนั้นตามด้วยยาชาเฉพาะจุด เพื่อบล็อกความรู้สึกบริเวณที่ต้องร้อยไหม ช่วยให้ระหว่างทำรู้สึกเพียงแรงกดเบา ๆ แทนความเจ็บ
  • เทคนิคการสอดไหมนุ่มนวล ใช้เข็มปลายทู่ (Cannula) ที่ไม่ทำลายเส้นเลือดและเส้นประสาท ทำให้ระหว่างร้อยไหมรู้สึกแค่ตึง ๆ แบบสบายผิว
  • หมอเช็กความรู้สึกคนไข้ทุก 5 นาที เพื่อให้แน่ใจว่าระดับยาชาและแรงกดอยู่ในจุดที่พอดี ไม่ก่อให้เกิดอาการปวด
  • ใช้ไหมแท้ผ่าน อย. ทุกเส้น ไม่ว่าจะเป็นแบรนด์ MINT ที่ได้เป็นไหมคุณภาพสูงที่มีโครงสร้างเรียบ ลื่น และยืดหยุ่นดี

ผลลัพธ์ที่ได้คือร้อยไหมแบบไร้ความเจ็บ คนไข้กว่า 95% บอกตรงกันว่ารู้สึกเหมือนหมอกำลังจัดรูปหน้าเบา ๆ มากกว่าการทำหัตถการ หมออยากให้มั่นใจได้เลยว่า ความสบายและความปลอดภัยคือหลักที่เรายึดไว้เสมอครับ

หากคุณเป็นหนึ่งในคนที่กลัว ร้อยไหมแล้วเจ็บ หมออยากให้ลองเข้ามาปรึกษาที่ TBL Clinic คลินิกร้อยไหม ติด bts พระโขนงเพียงแค่ 100m ซึ่งเราจะทำการประเมินโครงหน้าและแนะนำเทคนิคที่เหมาะกับคุณแบบตัวต่อตัว พร้อมให้ทดลองจับไหมแท้และดูขั้นตอนจริงก่อนตัดสินใจ เพื่อให้คุณมั่นใจว่า ร้อยไหมไม่เจ็บอย่างที่คิด แอดไลน์หรือทัก Inbox เพื่อคุยกับหมอได้เลยครับ

ร้อยไหมเหมาะกับใครบ้าง ถ้ากลัวเจ็บควรเลือกแบบไหน

อยไหมไม่ได้เหมาะแค่กับคนที่อยากยกหน้าเท่านั้น แต่ยังเหมาะกับคนที่เริ่มมีสัญญาณผิวหย่อนคล้อย อยากให้รูปหน้ากลับมากระชับโดยไม่ต้องพักฟื้น สำหรับใครที่ “กลัวเจ็บ” ก็สามารถทำได้ เพราะตอนนี้มีไหมและเทคนิคที่ออกแบบมาเพื่อคนกลุ่มนี้โดยเฉพาะ หมอขอแนะนำแบบเข้าใจง่ายครับ

  • ไหม PDO เส้นเล็ก เหมาะกับคนที่ต้องการฟื้นฟูผิวให้แน่นขึ้นแบบเบา ๆ ไม่ต้องแทงลึก เส้นไหมจะค่อย ๆ กระตุ้นคอลลาเจนให้ผิวเรียบตึงขึ้นเรื่อย ๆ เหมาะกับช่วงกรอบหน้าและแก้มที่เริ่มหย่อน
  • ไหมก้างปลา Soft Lift เหมาะกับคนที่ต้องการยกกระชับแบบเห็นผลแต่ไม่อยากเจ็บ เพราะเส้นไหมมีเงี่ยงขนาดเล็กและเรียงตัวนุ่มนวล ทำให้รู้สึกเพียงแรงดึงเล็กน้อย ไม่บวมหลังทำ
  • ไหม MINT Lift สำหรับคนที่ต้องการยกชัดแบบเฟซไทต์ แต่หมอจะปรับเทคนิคให้แทงตื้นและใช้เข็มปลายทู่ ลดความรู้สึกเจ็บแทบไม่เหลือ

สรุป ร้อยไหมไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด แค่เลือกหมอและคลินิกที่เชื่อถือได้

ร้อยไหมไม่ได้น่ากลัวอย่างที่หลายคนคิดครับ เพราะด้วยเทคนิคทางการแพทย์ยุคใหม่ ทุกขั้นตอนถูกออกแบบให้ปลอดภัยและรู้สึกสบายกว่าที่เคย การร้อยไหมวันนี้ไม่ได้เป็นแค่เรื่อง ยกหน้าให้สวยขึ้น แต่คือการคืนความมั่นใจให้กับตัวเองแบบไม่ต้องพึ่งการผ่าตัด หมอเข้าใจดีว่าความกลัวเข็มเป็นเรื่องจริง แต่สิ่งที่สำคัญกว่าคือการเลือกคลินิกและแพทย์ที่ใส่ใจในทุกดีเทล ตั้งแต่การประเมินรูปหน้า วางแนวไหม ไปจนถึงการดูแลหลังทำ เพราะทั้งหมดนี้คือปัจจัยที่ทำให้ผลลัพธ์ดูเป็นธรรมชาติและไม่เจ็บซ้ำ

ที่ TBL Clinic หมอดูแลทุกเคสด้วยแนวคิดจริงใจ เห็นผล และปลอดภัย พร้อมเทคนิค Pain-Control Thread Lift ที่ช่วยให้การร้อยไหมกลายเป็นเรื่องเบา ๆ ใครที่อยากยกผิวแบบมั่นใจ ปรึกษาหมอฟรีได้เลยครับ แค่เริ่มคุยกัน คุณจะรู้ว่าความสวยแบบไม่ต้องกลัวเจ็บมีอยู่จริง

ถ้าคุณเริ่มรู้สึกว่าผิวหน้าเริ่มหย่อนหรืออยากยกกระชับแบบไม่ต้องกลัวเจ็บ ลองมาปรึกษาหมอที่ TBL Clinic ได้เลยครับ คลินิกร้อยไหม ของเรามีทีมแพทย์ดูแลทุกขั้นตอน ตั้งแต่ประเมินรูปหน้า วางแผนแนวไหม ไปจนถึงดูแลหลังทำแบบใกล้ชิด ทักมาคุยกับหมอผ่าน Line Official หรือ Inbox Facebook ได้ทันที แล้วคุณจะเข้าใจว่าการร้อยไหมที่ปลอดภัย ไม่เจ็บ และเห็นผลจริงเป็นยังไงครับ

FAQ คำถามที่พบบ่อย

  1. ร้อยไหมเจ็บไหมจริง ๆ ?
    → ไม่มาก ส่วนใหญ่รู้สึกแค่ตึง ๆ ระหว่างทำ เพราะมีการฉีดยาชาก่อน
  2. หลังร้อยไหมจะบวมไหม?
    → บางรายอาจบวมเล็กน้อย 1–3 วัน สามารถหายได้เอง
  3. ร้อยไหมใช้เวลานานไหม?
    → ประมาณ 30–45 นาที ขึ้นอยู่กับจำนวนเส้น
  4. ร้อยไหมต้องพักฟื้นไหมหลังร้อยไหม?
    → ไม่ต้องพักฟื้น สามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ
  5. ทำที่ไหนดีถ้าอยากร้อยไหมไม่เจ็บ ?
    → คลินิกที่ใช้เทคนิค Cannula และมีแพทย์เฉพาะทาง เช่น TBL Clinic คลินิกร้อยไหม ติด bts พระโขนง