แรงโน้มถ่วงเป็นกฎของธรรมชาติที่ไม่มีใครหนีพ้น ไม่ว่าจะอายุ 25 หรือ 45 ปี ผิวของเราก็ต้องต่อสู้กับแรงดึงดูดทุกวัน จนบางครั้งกระจกก็เริ่มสะท้อนความเปลี่ยนแปลงเล็กๆ ที่ทำให้รู้สึกไม่มั่นใจเท่าเดิม การ ยกกระชับใบหน้า จึงกลายเป็นเทรนด์ความงามที่คนทั่วโลกให้ความสนใจ เพราะไม่ใช่การเปลี่ยนหน้า แต่คือการ “คืนความมั่นใจ” ให้ใบหน้ากลับมาดูสดใส อ่อนเยาว์ และมีมิติขึ้นอีกครั้ง
การยกกระชับใบหน้า คือเทคนิคที่ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินใต้ผิว เพื่อให้ผิวแน่นขึ้น ยืดหยุ่นดีขึ้น และลดความหย่อนคล้อยโดยไม่ต้องผ่าตัด เหมาะกับคนที่เริ่มรู้สึกว่าผิวไม่กระชับเหมือนเดิม หรืออยากให้กรอบหน้าเรียวชัดขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ ทั้งเทคนิคไหมยกกระชับ, HIFU, Ulthera หรือ Morpheus 8 ต่างช่วยฟื้นฟูโครงสร้างผิวจากภายในให้ดูดีขึ้นได้จริง เพราะผิวที่ยกขึ้นได้ คือความมั่นใจที่กลับคืนมา
ทำไมผิวถึงเริ่มหย่อนคล้อยก่อนวัย
ผิวของเรามีโครงสร้างที่ประกอบด้วยคอลลาเจนและอีลาสติน ซึ่งเป็นเหมือนโครงค้ำยันธรรมชาติ ที่ช่วยให้ผิวดูตึงและแน่น แต่เมื่ออายุมากขึ้น ร่างกายผลิตโปรตีนเหล่านี้ได้น้อยลง ทำให้ผิวเริ่มบาง ยืดหยุ่นน้อย และเกิดแรงโน้มถ่วงดึงให้ผิวหย่อนคล้อยเร็วขึ้นกว่าที่คิด ปัจจัยภายนอกก็สำคัญไม่แพ้กัน เช่น แสงแดด รังสี UV การสูบบุหรี่ การนอนดึก หรือแม้แต่การแสดงสีหน้าซ้ำ ๆ ทุกวัน ล้วนส่งผลให้ผิวอ่อนล้าและสูญเสียความยืดหยุ่นไวขึ้น การดูแลผิวให้ดีตั้งแต่วันนี้ ทั้งเรื่องการพักผ่อน อาหาร และเทคโนโลยียกกระชับที่เหมาะกับสภาพผิว จะช่วยให้ผิวเราอยู่ในโหมดเฟิร์มได้ยาวนานกว่าเดิม
สัญญาณที่บ่งบอกว่าถึงเวลา ยกกระชับใบหน้า
ผิวของเรามีวงจรการเปลี่ยนแปลงตามอายุครับ โดยเฉพาะหลังอายุ 25 ปี ร่างกายจะเริ่มผลิตคอลลาเจนและอีลาสตินลดลง ทำให้โครงสร้างผิวบางส่วนสูญเสียความยืดหยุ่น เมื่อถึงจุดหนึ่ง ผิวจะเริ่มส่งสัญญาณเตือน ว่าควรเริ่มยกกระชับได้แล้ว ซึ่งหลายคนมักไม่ทันสังเกต เพราะความหย่อนคล้อยมักเกิดขึ้นแบบค่อยเป็นค่อยไป
อาการที่พบบ่อย ได้แก่
• ผิวใต้ตาเริ่มตก ทำให้ดูง่วงหรือเหนื่อยตลอดเวลา
• แก้มล่างหย่อนลงจนกรอบหน้าไม่คมชัดเหมือนเดิม
• มุมปากตก ทำให้สีหน้าดูไม่สดใส
• ผิวข้างแก้มเริ่มย้วย เวลาเซลฟี่มักเห็น “ร่องเงา” ด้านข้าง
• รอยพับข้างจมูกชัดขึ้นและยาวกว่าปกติ
รวมเทคนิค ยกกระชับใบหน้า โดยไม่ต้องศัลยกรรม
หากต้องการ ยกกระชับใบหน้า แบบไม่ต้องศัลยกรรมในยุคนี้มีให้เลือกหลายเทคนิคครับ ตั้งแต่เทคโนโลยีคลื่นเสียง คลื่นวิทยุ ไปจนถึงการร้อยไหมที่ให้ผลลัพธ์ทันที เหมาะกับคนที่อยากฟื้นฟูผิวให้กลับมาตึงกระชับโดยไม่ต้องพักฟื้นยาว ทั้งยังช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ให้ผิวแน่นและดูอ่อนเยาว์ขึ้นเรื่อย ๆ แต่ละเทคนิคมีจุดเด่นแตกต่างกัน เช่น HIFU, Morpheus 8, Thermage FLX และไหมยกกระชับ ซึ่งแพทย์จะเลือกให้เหมาะกับสภาพผิวและระดับความหย่อนคล้อยของแต่ละคน
HIFU (High Intensity Focused Ultrasound)
เทคโนโลยี HIFU (High Intensity Focused Ultrasound) เป็นหนึ่งในเทคนิคยกกระชับยอดฮิตที่คนรุ่นใหม่เลือกใช้ เพราะสามารถยกผิวได้โดยไม่ต้องผ่าตัด HIFU ทำงานด้วยคลื่นเสียงความเข้มสูงที่ส่งพลังงานลงลึกถึงชั้น SMAS ซึ่งเป็นชั้นเดียวกับที่ศัลยแพทย์ใช้ผ่าตัดดึงหน้า
พลังงานนี้จะช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ ทำให้ผิวค่อย ๆ แน่นและเรียวขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ เหมาะกับคนที่มีผิวบางหรือเริ่มมีความหย่อนคล้อยเล็กน้อย เห็นผลได้ตั้งแต่ครั้งแรกและดีขึ้นเรื่อย ๆ ภายใน 1–3 เดือน แถมไม่ต้องพักฟื้น ใช้ชีวิตต่อได้ทันที เป็นเทคนิคที่ตอบโจทย์คนอยากหน้าเฟิร์มในยุคที่เวลาเป็นของแพง
Morpheus 8 (Microneedle RF)
Morpheus 8 (Microneedle RF) คือเทคโนโลยียกกระชับผิวรุ่นใหม่ที่ผสมผสานคลื่นวิทยุ (Radio Frequency) เข้ากับเข็มขนาดเล็กพิเศษ ช่วยส่งพลังงานความร้อนลงลึกถึงชั้นไขมันใต้ผิวได้อย่างแม่นยำ จุดเด่นของ Morpheus 8 คือสามารถกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินได้ทั้งในชั้นผิวตื้นและลึกในครั้งเดียว
เหมาะกับคนที่มีเหนียง ผิวหย่อนคล้อยมาก หรือมีรูขุมขนกว้างที่ต้องการฟื้นฟูผิวให้แน่นกระชับขึ้น ผลลัพธ์คือผิวเรียบเนียน ใบหน้าดูเฟิร์มขึ้นโดยไม่ต้องผ่าตัด เห็นการเปลี่ยนแปลงชัดใน 2–4 สัปดาห์ และยังช่วยให้ผิวค่อย ๆ ดีขึ้นต่อเนื่อง เหมาะกับคนรุ่นใหม่ที่อยากรีเซ็ตผิวแบบลงทุนครั้งเดียวคุ้มยาว
Thermage FLX (Monopolar RF)
Thermage FLX (Monopolar RF) เป็นเทคโนโลยียกกระชับผิวด้วยคลื่นวิทยุความถี่สูงแบบ Monopolar ที่ส่งพลังงานความร้อนลงลึกถึงชั้นคอลลาเจนโดยไม่ทำลายผิวชั้นบน จุดเด่นคือระบบ “Real-time Temperature Control” ที่ควบคุมอุณหภูมิได้แม่นยำ ทำให้รู้สึกสบายระหว่างทำและลดความเสี่ยงจากความร้อนเกินจำเป็น เหมาะกับคนที่มีผิวหย่อนคล้อยทั่วหน้า เช่น กรอบหน้าไม่ชัด หรือแก้มล่างเริ่มตก หลังทำผิวจะตึงขึ้นทันที และคอลลาเจนจะค่อย ๆ สร้างเพิ่มในช่วง 2–3 เดือนต่อมา ผลลัพธ์คือผิวแน่น เรียบ ฟู ดูสุขภาพดี เหมาะกับคนที่อยากยกหน้าแบบไม่เจ็บและไม่ต้องพักฟื้น
ร้อยไหมยกกระชับ (Thread Lift) ยกผิวที่หย่อนคล้อยทันทีและกระตุ้นคอลลาเจนต่อเนื่อง
ร้อยไหมยกกระชับ (Thread Lift) เป็นเทคนิคที่ช่วยยกผิวให้กลับมาตึงกระชับทันทีหลังทำ เหมาะกับคนที่เริ่มมีผิวหย่อนคล้อย แก้มตก หรือกรอบหน้าไม่ชัด โดยไหมที่ใช้มักทำจากวัสดุ PDO หรือ PCL ซึ่งสามารถสลายได้เองในร่างกายและกระตุ้นให้เกิดการสร้างคอลลาเจนใหม่อย่างต่อเนื่อง เมื่อคอลลาเจนเริ่มฟื้นตัว ผิวจะดูแน่น เรียบ และยกขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ จุดเด่นคือเห็นผลทันทีหลังทำ ไม่ต้องพักฟื้นนาน เหมาะกับไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ที่อยากดูดีแบบไม่ต้องศัลยกรรม และยังคงความเป็นตัวเองในทุกมุมมอง โดยแพทย์จะเลือกเทคนิคและชนิดไหมให้เหมาะกับแต่ละบุคคลเพื่อผลลัพธ์ที่ปลอดภัยและยาวนาน
แนะนำบทความ : ร้อยไหมหน้า เคล็ดลับยกกระชับ ปรับหน้าเรียว สวยเฟิร์มได้โดยไม่ต้องเจ็บตัวเยอะ
ยกกระชับหน้าด้วยทรีตเมนต์และการดูแลผิวเสริม
การยกกระชับหน้าให้เห็นผลระยะยาว ไม่ได้จบแค่เทคโนโลยีเครื่องมือครับ แต่ยังต้องเสริมด้วย Soft Treatment ที่ช่วยบำรุงผิวให้แข็งแรงและฟื้นตัวไวขึ้น การทำเมโส (Meso) IV Drip หรือทรีตเมนต์บำรุงผิวจึงเป็นตัวช่วยสำคัญที่ช่วยกระตุ้นคอลลาเจน เติมความชุ่มชื้น และลดการอักเสบหลังทำหัตถการ เหมาะกับคนที่อยากให้ผิวแน่น อิ่มฟู และคงผลลัพธ์ยกกระชับได้นานขึ้น แถมยังช่วยให้ผิวดูโกลว์ใสแบบสุขภาพดีจากภายในสู่ภายนอก
TBL Signature Glow Treatment
TBL Signature Glow Treatment คือทรีตเมนต์ที่ออกแบบมาเพื่อฟื้นฟูผิวให้แข็งแรงจากภายใน เหมาะกับคนที่เพิ่งทำหัตถการยกกระชับหรือมีปัญหาผิวอักเสบ ผิวขาดน้ำ และความหมองคล้ำ ตัวทรีตเมนต์จะใช้เทคนิคการผลักวิตามินและสารต้านการอักเสบเข้าสู่ผิว ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ ทำให้ผิวแน่นขึ้น เรียบเนียน และดูโกลว์ใสขึ้นทันทีหลังทำ อีกทั้งยังช่วยลดรอยแดงและความระคายเคืองได้อย่างอ่อนโยน เป็นการบำรุงที่ทั้งเติมและฟื้นในขั้นตอนเดียว เหมาะกับคนที่อยากให้ผิวกลับมาดูเฟรช สุขภาพดี และพร้อมรับแสงแฟลชได้ทุกมุมแบบไม่ต้องใช้ฟิลเตอร์
Aqua Rosa / Gold Orisel Treatment เติมความชุ่มชื้นให้ผิวแน่นขึ้น
Aqua Rosa / Gold Orisel Treatment เป็นทรีตเมนต์ที่เน้นการเติมความชุ่มชื้นให้ผิวแน่น อิ่มฟู และกลับมาดูสุขภาพดีอีกครั้ง เหมาะกับคนที่รู้สึกว่าผิวแห้งล้า ผิวขาดน้ำ หรือแต่งหน้าไม่ติดระหว่างวัน สูตร Aqua Rosa จะเน้นการให้ความชุ่มชื้นลึกด้วยสารสกัดจากกุหลาบและกรดไฮยาลูรอนิค ส่วน Gold Orisel จะช่วยเสริมเกราะป้องกันผิวด้วยอนุภาคทองคำและวิตามินรวม ช่วยลดการอักเสบและคืนความยืดหยุ่นให้ผิวอย่างเป็นธรรมชาติ หลังทำจะรู้สึกว่าผิวเรียบเนียน แตะแล้วนุ่มขึ้น เหมาะสำหรับคนที่ต้องการฟื้นผิวให้แน่น อิ่มน้ำ และโกลว์ใสแบบไม่ต้องพึ่งเมคอัพ
IV Drip สูตร Rejuvenation / Glowfinity บำรุงผิวจากภายใน
IV Drip สูตร Rejuvenation / Glowfinity เป็นการบำรุงผิวจากภายในด้วยสารอาหารสำคัญที่ร่างกายต้องการ เช่น วิตามินซี กลูตาไธโอน คอลลาเจน และแร่ธาตุจำเป็น ซึ่งช่วยเสริมภูมิคุ้มกันและฟื้นฟูเซลล์ผิวให้กลับมาสดใสอีกครั้ง สูตร Rejuvenation จะเน้นการฟื้นฟูความอ่อนเยาว์ ลดความหมองคล้ำและอาการเหนื่อยล้า ส่วน Glowfinity จะช่วยให้ผิวดูกระจ่างใส มีออร่าจากภายในแบบเป็นธรรมชาติ เหมาะกับคนที่พักผ่อนน้อย ใช้ชีวิตเร่งรีบ หรือเจอแสงแดดและมลภาวะบ่อย การทำ IV Drip อย่างต่อเนื่องช่วยให้ผิวแข็งแรง ดูโกลว์ใสสุขภาพดี เหมือนเพิ่งพักผ่อนมาครบ 8 ชั่วโมงทุกวัน
ยกกระชับใบหน้า เลือกวิธีไหน เห็นผลเร็วสุด ?
การยกกระชับหน้าให้เห็นผลเร็วและเหมาะกับสภาพผิวของแต่ละคน ขึ้นอยู่กับชั้นผิว และ ระดับความหย่อนคล้อย ที่ต้องการฟื้นฟู ปัจจุบันมีเทคโนโลยีให้เลือกหลากหลาย ซึ่งแต่ละวิธีให้ผลลัพธ์แตกต่างกัน แต่เป้าหมายเดียวกันคือทำให้ผิวแน่น เรียว และอ่อนเยาว์ขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ
เทคนิค ยกกระชับใบหน้า ยอดนิยมที่หมอมักแนะนำ ได้แก่
- HIFU (High Intensity Focused Ultrasound) ใช้คลื่นเสียงความเข้มสูงกระตุ้นคอลลาเจน เหมาะกับคนผิวบางหรือเริ่มมีความหย่อนเล็กน้อย เห็นผลชัดใน 1–3 เดือน
- Morpheus 8 (Microneedle RF) รวมพลังคลื่นวิทยุและเข็มขนาดเล็ก ช่วยยกกระชับถึงชั้นไขมัน เหมาะกับคนที่มีเหนียงหรือผิวหย่อนมาก
- Thermage FLX (Monopolar RF) ส่งพลังงานความร้อนลงลึกถึงชั้นคอลลาเจน เหมาะกับคนที่อยากยกทั่วหน้าโดยไม่เจ็บ ผิวแน่นขึ้นทันทีหลังทำ
- ร้อยไหมยกกระชับ (Thread Lift) ช่วยยกผิวที่หย่อนคล้อยทันที พร้อมกระตุ้นคอลลาเจนต่อเนื่อง เหมาะกับผู้ที่ต้องการเห็นผลไวและคงรูปหน้าเรียวทันที
เทคนิคแต่ละแบบมีข้อดีเฉพาะตัว การปรึกษาแพทย์เพื่อเลือกให้เหมาะกับสภาพผิวจึงสำคัญ เพราะการยกหน้าที่ดีควรยกอย่างถูกจุด และ ปลอดภัยกับผิวในระยะยาว
อย่าปล่อยให้แรงโน้มถ่วงกำหนดใบหน้าเรา ให้ TBL Clinic ดูแลการยกกระชับผิวของคุณด้วยเทคนิคที่เหมาะกับสภาพผิวจริง เห็นผลปลอดภัยโดยทีมแพทย์มากประสบการณ์
ปรึกษาฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย แอดไลน์เพื่อรับโปรโมชั่นพิเศษประจำเดือน Line Official
ยกกระชับหน้า แบบไหนเหมาะกับวัยคุณ
การเลือกเทคนิค ยกกระชับใบหน้า ให้เหมาะกับช่วงวัยถือเป็นเรื่องสำคัญ เพราะแต่ละวัยมีโครงสร้างผิวและระดับความหย่อนคล้อยที่ต่างกัน การยกหน้าที่ดีจึงไม่ใช่แค่ “ทำให้ตึง” แต่ต้องฟื้นฟูผิวในชั้นที่เหมาะสมด้วยเทคโนโลยีที่ตอบโจทย์อายุจริง เช่น คนวัย 25–35 ปี มักต้องการป้องกันความหย่อนคล้อย ส่วนวัย 35–45 ปี ต้องเน้นฟื้นคอลลาเจนและความยืดหยุ่น ขณะที่วัย 45 ปีขึ้นไป มักต้องยกทั้งผิวชั้นลึกและเก็บเหนียงเพื่อให้กรอบหน้าชัดเจนขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ
วัย 25–35 ปี เหมาะกับ HIFU หรือ Morpheus 8
ในช่วงวัย 25–35 ปี เป็นช่วงที่ผิวยังมีคอลลาเจนและอีลาสตินอยู่ในระดับดี แต่เริ่มมีสัญญาณของความหย่อนคล้อยเล็กน้อยจากพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน เช่น นอนดึก เครียด หรือเจอแสงแดดสะสม การยกกระชับในช่วงวัยนี้จึงเน้นการป้องกันมากกว่าการแก้ไข โดยเทคโนโลยีที่เหมาะคือ HIFU และ Morpheus 8 ซึ่งช่วยกระตุ้นคอลลาเจนใต้ผิวให้กลับมาแน่นและยืดหยุ่นขึ้น HIFU จะเหมาะกับคนที่ผิวบางและเริ่มมีร่องตื้น ส่วน Morpheus 8 เหมาะกับคนที่มีผิวหนาหรือมีเหนียงเริ่มเห็นชัด การเริ่มดูแลตั้งแต่ช่วงวัยนี้ จะช่วยชะลอความหย่อนคล้อยให้ผิวยังดูเฟิร์มและเรียวสวยไปอีกหลายปี
วัย 35–45 ปี เหมาะกับ ร้อยไหม + HIFU
ช่วงวัย 35–45 ปี เป็นช่วงที่ผิวเริ่มสูญเสียคอลลาเจนอย่างเห็นได้ชัด ความยืดหยุ่นลดลง และกรอบหน้าเริ่มไม่ชัดเหมือนเดิม การยกกระชับในวัยนี้ควรใช้เทคนิคแบบ Combination Treatment เพื่อฟื้นฟูผิวได้ทั้งระยะสั้นและระยะยาว โดยการ ร้อยไหม จะช่วยยกผิวที่หย่อนคล้อยให้เห็นผลทันที ขณะเดียวกันการทำ HIFU จะช่วยกระตุ้นคอลลาเจนในชั้นลึก ทำให้ผิวแน่นและเรียบเนียนขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อทำร่วมกันจะได้ผลลัพธ์ที่ทั้งยกและฟื้นในเวลาเดียวกัน เหมาะกับคนที่ต้องการคงรูปหน้าให้เรียวสวยอย่างเป็นธรรมชาติ และอยากให้ผิวยังดูเฟิร์มแบบหน้าเด็กแต่ยังดูเป็นตัวเอง
วัย 45 ปีขึ้นไป เหมาะกับ Thermage + ร้อยไหม
วัย 45 ปีขึ้นไป เป็นช่วงที่โครงสร้างผิวเริ่มอ่อนแรงจากการลดลงของคอลลาเจนและอีลาสตินตามธรรมชาติ ส่งผลให้ผิวชั้นลึกหย่อนคล้อย เหนียงชัด และกรอบหน้าเริ่มหายไป การยกกระชับในวัยนี้ควรใช้เทคนิคที่ดูแลได้ทั้งชั้นตื้นและชั้นลึก โดยการทำ Thermage FLX จะช่วยส่งพลังงานความร้อนลงสู่ชั้นคอลลาเจน ทำให้ผิวแน่นขึ้นทั่วหน้า ขณะที่การ ร้อยไหม จะช่วยยกและเก็บผิวส่วนล่าง เช่น เหนียงหรือแก้มตก ให้ยกกระชับเห็นผลทันที การทำคู่กันจึงช่วยฟื้นโครงสร้างผิวได้อย่างครอบคลุมทั้งใบหน้า เหมาะกับคนที่อยากให้ผิวยกแน่นแต่ยังดูธรรมชาติ พร้อมรีเซ็ตอายุผิวให้ย้อนกลับไปได้หลายปี
ยกกระชับใบหน้า ด้วยวิธีธรรมชาติได้ไหม ?
หลายคนอยากให้ใบหน้ายกกระชับขึ้นโดยไม่ต้องพึ่งเครื่องมือแพทย์ คำถามคือ ทำได้จริงไหม คำตอบคือพอทำได้ครับ แต่ผลลัพธ์อาจไม่เท่ากับเทคโนโลยีทางการแพทย์ การดูแลผิวด้วยวิธีธรรมชาติสามารถช่วย ชะลอ ความหย่อนคล้อยและทำให้ผิวแข็งแรงขึ้นได้ โดยควรเน้นสร้างวินัยและสม่ำเสมอมากกว่าเร่งเห็นผลในระยะสั้น
แนวทางดูแลผิวให้ตึงกระชับแบบธรรมชาติที่หมอแนะนำ
• นอนหลับให้เพียงพอ – ช่วยให้ร่างกายหลั่งโกรทฮอร์โมนที่กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน
• กินโปรตีนและวิตามินซีให้พอ – เพื่อเสริมการซ่อมแซมผิวและคงความยืดหยุ่น
• หลีกเลี่ยงแดดและบุหรี่ – รังสี UV และนิโคตินทำลายคอลลาเจนโดยตรง
• ออกกำลังกายสม่ำเสมอ – เพิ่มการไหลเวียนโลหิต ทำให้ผิวดูเฟิร์มขึ้น
• นวดหน้าเบา ๆ เป็นประจำ – ช่วยกระตุ้นระบบน้ำเหลืองและลดอาการบวมน้ำใต้ผิว
แม้จะไม่เทียบเท่าการทำ HIFU Thermage หรือร้อยไหม แต่การดูแลแบบนี้คือรากฐานของผิวแข็งแรง ที่ช่วยให้ผลการยกกระชับจากเทคโนโลยีทางการแพทย์อยู่ได้นานและดูเป็นธรรมชาติมากขึ้น
ยกกระชับใบหน้า เลือกวิธีไหน เห็นผลเร็วสุด ?
คำถามที่หมอมักได้ยินบ่อยคืออยากยกหน้าให้เห็นผลเร็ว ควรทำแบบไหนดีจริง ๆ แล้วไม่มีวิธีไหนที่ดีที่สุดสำหรับทุกคนครับ แต่มีวิธีที่เหมาะกับผิวของเรา มากกว่า เพราะแต่ละเทคนิคจะทำงานในชั้นผิวต่างกัน และให้ผลลัพธ์ที่แตกต่างกันในแต่ละระดับความหย่อนคล้อย
เทคนิคยอดนิยมที่เห็นผลเร็วและปลอดภัย มีดังนี้
- HIFU (High Intensity Focused Ultrasound) – ใช้คลื่นเสียงพลังงานสูงกระตุ้นคอลลาเจน เหมาะกับคนผิวบางหรือเริ่มหย่อนน้อย เห็นผลใน 1–3 เดือน
- Morpheus 8 (Microneedle RF) – ผสานคลื่นวิทยุและเข็มขนาดเล็ก เข้าถึงชั้นไขมันใต้ผิว เหมาะกับคนมีเหนียงหรือผิวหย่อนมาก
- Thermage FLX (Monopolar RF) – ส่งพลังงานความร้อนลงลึกถึงชั้นคอลลาเจนทั่วหน้า เหมาะกับคนที่อยากยกหน้าแบบไม่เจ็บและไม่ต้องพักฟื้น
- ร้อยไหมยกกระชับ (Thread Lift) – ให้ผลลัพธ์ทันทีหลังทำ ช่วยยกและกระตุ้นคอลลาเจนต่อเนื่อง เหมาะกับคนที่อยากเห็นผลเร็ว

ยกกระชับหน้า ราคา ?
ราคาการยกกระชับหน้าในปัจจุบันมีให้เลือกหลายระดับ ขึ้นอยู่กับเทคโนโลยีที่ใช้และระดับความหย่อนคล้อยของผิวแต่ละคน โดยเทคนิคแบบไม่ผ่าตัด เช่น HIFU, Morpheus 8 หรือร้อยไหม จะให้ผลแตกต่างกันทั้งในเรื่องความลึกของชั้นผิว และ ระยะเวลาคงผลลัพธ์ หมอแนะนำให้เลือกวิธีที่เหมาะกับสภาพผิวจริงเพื่อให้คุ้มค่าที่สุดในระยะยาว
HIFU เริ่มต้น 7,500 บาท
ราคาทำ HIFU ในคลินิกทั่วไปจะอยู่ที่ประมาณ 7,500–25,000 บาท ต่อครั้ง ขึ้นอยู่กับเครื่องที่ใช้และบริเวณที่ทำ เช่น กรอบหน้า เหนียง หรือทั่วหน้า เครื่องที่เป็นรุ่นพรีเมียมอย่าง Ultraformer III หรือ Doublo Gold มักให้พลังงานสม่ำเสมอและเห็นผลชัดกว่า เหมาะกับคนที่ต้องการยกกระชับผิวโดยไม่ต้องพักฟื้น เห็นผลตั้งแต่ครั้งแรกและค่อยๆ ดีขึ้นใน 1–3 เดือน การเลือกคลินิกที่ใช้เครื่องแท้และมีแพทย์ประเมินสภาพผิวก่อนทำ จะช่วยให้ได้ผลลัพธ์ที่ปลอดภัยและคุ้มค่ากับงบประมาณที่สุด
อยากยกกระชับหน้าให้เห็นผลตั้งแต่ครั้งแรกแบบปลอดภัย ปรึกษาแพทย์ที่ TBL Clinic เพื่อวางแผนยกกระชับด้วย HIFU ที่เหมาะกับสภาพผิวของคุณ
จองคิวปรึกษาฟรีกับทีมแพทย์วันนี้ผ่านช่องทาง Line Official หรือ Inbox Facebook
Morpheus 8 เริ่มต้นที่ 30,900 บาท
ราคาทำ Morpheus 8 โดยทั่วไปจะอยู่ที่ประมาณ 30,000–50,000 บาท ต่อครั้ง ขึ้นอยู่กับบริเวณที่ทำและจำนวนพลังงานที่ใช้ในแต่ละเคส จุดเด่นของ Morpheus 8 คือสามารถฟื้นฟูผิวได้ลึกถึงชั้นไขมัน พร้อมกระตุ้นคอลลาเจนและอีลาสตินอย่างต่อเนื่อง เหมาะกับคนที่มีผิวหย่อนคล้อยมาก เหนียงชัด หรือรูขุมขนกว้างที่ต้องการผลลัพธ์ชัดในระยะยาว หลังทำผิวจะค่อย ๆ แน่นขึ้นในช่วง 2–4 สัปดาห์ และดีขึ้นเรื่อย ๆ หลายเดือนต่อมา การเลือกคลินิกที่ใช้เครื่องแท้และตั้งค่าพลังงานเหมาะกับผิวแต่ละคน จะช่วยให้ผลลัพธ์ยกกระชับดูเป็นธรรมชาติและปลอดภัย
อยากยกผิวให้แน่นและเรียวขึ้นแบบเห็นผลจริง ปรึกษาแพทย์ที่ TBL Clinic เพื่อวางแผนยกกระชับด้วย Morpheus 8 ที่เหมาะกับสภาพผิวและปัญหาของคุณ
จองคิวปรึกษาฟรีกับทีมแพทย์วันนี้ผ่านช่องทาง Line Official หรือ Inbox Facebook
ร้อยไหมยกหน้า เริ่ม 19,900 บาท
ราคาการ ร้อยไหมยกหน้า โดยทั่วไปจะอยู่ที่ประมาณ 19,000–35,000 บาท ขึ้นอยู่กับชนิดไหม จำนวนเส้น และบริเวณที่ทำ เช่น กรอบหน้า แก้ม หรือเหนียง ไหมที่นิยมใช้ในปัจจุบัน ได้แก่ PDO, PLLA และ PCL ซึ่งสามารถสลายได้เองในร่างกายและช่วยกระตุ้นคอลลาเจนให้ผิวแน่นขึ้นต่อเนื่อง จุดเด่นคือเห็นผลยกทันทีหลังทำ และผลจะคงอยู่ได้นานประมาณ 12–18 เดือน เหมาะกับคนที่ต้องการยกหน้าเร็วโดยไม่ต้องผ่าตัด การเลือกคลินิกที่ใช้ไหมแท้และมีแพทย์ประเมินรูปหน้าอย่างละเอียดก่อนทำ จะช่วยให้ผลลัพธ์เป็นธรรมชาติและปลอดภัยกับผิวในระยะยาว
อยากยกกระชับหน้าให้เห็นผลทันทีแบบไม่ต้องพักฟื้น ปรึกษาแพทย์ที่ TBL Clinic เพื่อวางแผนร้อยไหมให้เหมาะกับโครงหน้าและสภาพผิวของคุณ
จองคิวปรึกษาฟรีกับทีมแพทย์วันนี้ผ่านช่องทาง Line Official หรือ Inbox Facebook
ยกกระชับใบหน้า ที่ไหนดี ?
การเลือก คลินิกยกกระชับหน้า ที่เหมาะกับคุณ ควรพิจารณามากกว่าแค่ราคา เพราะผลลัพธ์และความปลอดภัยขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย หมอแนะนำเกณฑ์ง่ายๆ ที่ช่วยให้เลือกได้อย่างมั่นใจ โดยเฉพาะถ้าเสิร์ชคำว่า คลินิกยกกระชับหน้า ใกล้ฉัน แล้วมีหลายตัวเลือกจนตัดสินใจยาก
สิ่งที่ควรพิจารณาก่อนเลือกคลินิกยกกระชับหน้า ได้แก่
- แพทย์ประเมินเคสจริง – ต้องมีการตรวจสภาพผิวและอธิบายแผนการรักษาเฉพาะบุคคล
- เครื่องมือผ่านมาตรฐาน อย. ไทย – ไม่ว่าจะเป็น HIFU, Thermage หรือ Morpheus 8 ต้องเป็นเครื่องแท้
- ไหมแท้และผลิตภัณฑ์มีใบรับรอง – ช่วยลดความเสี่ยงหลังทำและเพิ่มความปลอดภัยต่อผิว
- รีวิวจากเคสจริง – ดูผลลัพธ์ก่อน–หลังของผู้รับบริการที่มีลักษณะผิวใกล้เคียงกับเรา
- บริการหลังทำครบวงจร – เพราะผิวต้องการการดูแลต่อเนื่องเพื่อให้ผลลัพธ์อยู่ได้นาน
คลินิกที่ดีจะไม่เร่งขาย แต่ให้ข้อมูลตรงไปตรงมาและเลือกสิ่งที่เหมาะกับผิวคุณจริงๆ
รีวิวเคสจริงจากแพทย์ TBL Clinic หน้าแน่น ผิวตึง ดูธรรมชาติ

รีวิวยกกระชับหน้า ด้วยโปรแกรม ร้อยไหม
แนะนำบทความ : รีวิวร้อยไหม TBL CharmLine (Mint fine) ยกหน้าเรียว เก็บกรอบชัด

รีวิวยกกระชับหน้า ด้วยโปรแกรม Morpheus8
สรุป ยกกระชับใบหน้า ไม่ใช่แค่เรื่องผิว แต่คือการคืนความมั่นใจให้ตัวเอง
การยกกระชับหน้าไม่ใช่แค่เรื่องของผิว แต่คือการคืนความมั่นใจให้ตัวเองในทุกช่วงวัย เพราะเมื่อผิวแน่นขึ้น เราจะรู้สึกดีขึ้นจากข้างในเหมือนได้รีเซ็ตตัวเองใหม่อีกครั้ง การดูแลผิวไม่ใช่เรื่องฟุ่มเฟือย แต่คือการลงทุนในสุขภาพและความมั่นใจระยะยาว ปัจจุบันมีหลายเทคโนโลยีที่ช่วยยกกระชับได้โดยไม่ต้องผ่าตัด เช่น HIFU, Thermage หรือร้อยไหม ซึ่งสามารถทำได้ที่ คลินิกยกกระชับหน้า ที่มีมาตรฐาน หากใครกำลังเสิร์ช คลินิกยกกระชับหน้า ใกล้ฉัน อย่าลืมเลือกที่มีแพทย์ให้คำปรึกษาก่อนทำเสมอ
ผิวที่ยกขึ้นไม่ใช่แค่สวยขึ้น แต่คือความมั่นใจที่กลับมาทุกครั้งที่มองกระจก
📍 ปรึกษาฟรีกับแพทย์ที่ TBL Clinic เพื่อเริ่มต้นดูแลตัวเองตั้งแต่วันนี้
FAQ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการ ยกกระชับใบหน้า
Q1: ยกกระชับหน้าอยู่ได้นานแค่ไหน
A1: โดยเฉลี่ยผลลัพธ์จะอยู่ได้ประมาณ 1–2 ปี ขึ้นอยู่กับเทคนิคที่ใช้ เช่น HIFU, Thermage หรือร้อยไหม รวมถึงการดูแลผิวหลังทำ
Q2: ยกกระชับหน้ากับร้อยไหมต่างกันยังไง
A2: การยกกระชับใช้พลังงานคลื่นเสียงหรือคลื่นวิทยุกระตุ้นคอลลาเจน ส่วนร้อยไหมเป็นการใช้ไหมละลายช่วยยกผิวให้เห็นผลทันที
Q3: หลังยกกระชับควรหลีกเลี่ยงอะไรบ้าง
A3: ควรหลีกเลี่ยงแสงแดดจัด การนวดหน้ารุนแรง และการทำหัตถการอื่นในช่วง 1–2 สัปดาห์แรก เพื่อให้ผิวฟื้นตัวเต็มที่
Q4: Morpheus 8 เหมาะกับใครบ้าง
A4: เหมาะกับผู้ที่มีผิวหย่อนคล้อยมาก เหนียงชัด หรือรูขุมขนกว้าง ต้องการฟื้นฟูผิวลึกถึงชั้นไขมัน
Q5: ยกกระชับหน้าแบบธรรมชาติทำได้เองไหม
A5: ทำได้ในระดับหนึ่ง เช่น นวดหน้าเบา ๆ พักผ่อนเพียงพอ และกินอาหารที่ช่วยสร้างคอลลาเจน แต่ผลลัพธ์จะไม่ชัดเท่าเทคโนโลยีทางการแพทย์