TBL Clinic

ร้อยไหมเหนียง เก็บเหนียง ยกคางชัด ลดคางสองชั้นแบบเห็นผลทันทีหลังทำ

หัวข้อ

ใครเคยถ่ายรูปแล้วรู้สึกโดนมุมกล้องทำร้าย เพราะเหนียงโผล่มาเต็มๆ บ้างไหมครับ? ทั้งที่หน้าก็ไม่ได้อ้วน แต่พอก้มทีไร คางสองชั้นมาเต็มจอจนต้องลบรูปแทบทุกใบ ความจริงแล้ว “เหนียง” ไม่ได้เกิดจากไขมันอย่างเดียว แต่อาจเกิดจาก ผิวที่เริ่มหย่อนคล้อยและแรงพยุงผิวที่อ่อนลง ตามอายุหรือพฤติกรรม เช่น ก้มหน้าจอมือถือบ่อย นอนดึก หรือขาดคอลลาเจน เหนียงไม่ใช่ไขมันอย่างเดียว แต่อาจมาจากผิวหย่อนที่ยกได้ด้วยไหม

การ ร้อยไหมเหนียง จึงเป็นเทคนิคที่หมอใช้ช่วยเก็บผิวใต้คางให้กระชับและยกกรอบหน้าให้คมชัดขึ้น โดยไม่ต้องผ่าตัดหรือพักฟื้นนาน ใช้ไหมละลายชนิดพิเศษที่สามารถเกี่ยว ยก และกระตุ้นคอลลาเจนใหม่ ให้ผิวแน่นขึ้นจากภายใน หลายคนสงสัยว่า ร้อยไหมเหนียงช่วยเก็บเหนียงได้จริงไหม?

คำตอบคือ ได้จริง เพราะไหมจะพยุงชั้นผิวให้ตึงขึ้นทันทีหลังทำ พร้อมกระตุ้นให้ผิวสร้างคอลลาเจนต่อเนื่อง ผิวใต้คางจึงดูเรียบตึงและเฟิร์มขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ ร้อยไหมเหนียงคือการใช้ไหมละลายยกกระชับผิวใต้คางและลำคอ เพื่อเก็บเหนียงและกระตุ้นคอลลาเจนใหม่

เหนียงเกิดจากอะไร ทำไมถึงย้อยแม้ไม่อ้วน

หลายคนเข้าใจว่า “เหนียง” เกิดจากความอ้วนเท่านั้น แต่จริง ๆ แล้วไม่ต้องน้ำหนักขึ้นก็มีเหนียงได้ครับ เพราะเหนียงเกิดจากหลายปัจจัยร่วมกัน ทั้ง คอลลาเจนและอีลาสตินที่ลดลงตามวัย ทำให้แรงพยุงผิวอ่อนลง ผิวใต้คางจึงเริ่มหย่อนคล้อย ผนวกกับแรงโน้มถ่วงของโลกที่ดึงผิวลงทุกวัน จึงยิ่งเห็นเป็นเหนียงชัด

อีกสาเหตุหนึ่งคือ ไขมันสะสมบริเวณใต้คาง โดยเฉพาะในคนที่มีกล้ามเนื้อบริเวณคอไม่แข็งแรง หรือมีโครงหน้าทรงกลม ส่วนพฤติกรรมยอดฮิตของยุคนี้อย่าง “ก้มหน้าจอมือถือ” ก็เป็นตัวการเร่งให้ผิวใต้คางย้อยเร็วขึ้นเช่นกัน ไม่ต้องอ้วนก็มีเหนียงได้ แค่คอลลาเจนเริ่มอ่อนแรง ผิวก็เริ่มย้อยทันที

เหนียงเกิดจากคอลลาเจนลดลง ไขมันสะสม และแรงโน้มถ่วงที่ทำให้ผิวใต้คางหย่อนคล้อย ซึ่งสามารถแก้ได้ด้วยการร้อยไหมเก็บเหนียง เพื่อยกผิวให้กลับมาแน่นและชัดขึ้นอีกครั้ง

โครงสร้างผิวและคอลลาเจนที่เสื่อมลงตามวัย

เมื่ออายุมากขึ้น ร่างกายจะผลิต คอลลาเจน (Collagen) และ อีลาสติน (Elastin) น้อยลง ส่งผลให้โครงสร้างชั้นผิว โดยเฉพาะบริเวณใต้คางและกรอบหน้าเริ่มอ่อนแรง คอลลาเจนเปรียบเหมือนโครงเหล็กของผิว ที่ช่วยค้ำพยุงให้ผิวตึงแน่น แต่เมื่อปริมาณลดลง เส้นใยผิวจะขาดความยืดหยุ่น ทำให้ผิวดูบางและหย่อนคล้อยลงตามแรงโน้มถ่วง

กระบวนการนี้มักเริ่มชัดในช่วงอายุ 25 ปีขึ้นไป และยิ่งเห็นชัดในคนที่นอนดึก สูบบุหรี่ หรือโดนแสงแดดจัดเป็นประจำ เพราะ UV ทำให้คอลลาเจนเสื่อมเร็วขึ้นกว่าปกติ ผลที่ตามมาคือ “เหนียง” หรือคางสองชั้นที่เห็นชัดเมื่อก้มหน้า การฟื้นฟูคอลลาเจนจึงเป็นกุญแจสำคัญในการคืนความกระชับ ซึ่งการร้อยไหมเป็นหนึ่งในเทคนิคที่ช่วยกระตุ้นกระบวนการนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

พฤติกรรมในชีวิตประจำวันที่เร่งให้เหนียงชัดขึ้น

หลายคนมีเหนียง ทั้งที่ไม่ได้อ้วน เพราะพฤติกรรมเล็กๆ ในชีวิตประจำวันนี่แหละครับ ที่เร่งให้ผิวใต้คางหย่อนและเห็นเป็นคางสองชั้นโดยไม่รู้ตัว หมอขอสรุปให้เข้าใจง่ายๆ แบบนี้ครับ

พฤติกรรมที่ทำให้เหนียงชัดขึ้นมีดังนี้

  • ก้มดูมือถือหรือโน้ตบุ๊กนานเกินไป การก้มศีรษะซ้ำๆ ทำให้กล้ามเนื้อใต้คางถูกดึงลงตลอดเวลา ส่งผลให้ผิวหย่อนคล้อยเร็วกว่าปกติ
  • นั่งหลังค่อม คางกดต่ำตลอดวัน พบทบ่อยในกลุ่มออฟฟิศที่นั่งหน้าคอมทั้งวัน ท่าทางนี้ทำให้เส้นเอ็นและผิวบริเวณลำคอเสียสมดุล
  • นอนหมอนสูงเกินไป ทำให้คอพับและผิวใต้คางถูกพับซ้ำ ๆ จนเกิดเป็นรอยพับและเหนียงในระยะยาว
  • น้ำหนักขึ้น-ลงบ่อยเกินไป ผิวที่ยืดและหดซ้ำจะสูญเสียความยืดหยุ่น ส่งผลให้ไขมันใต้คางเคลื่อนตัวลง

พฤติกรรมเหล่านี้ถ้าไม่ปรับตั้งแต่ตอนนี้ ต่อให้ยังอายุน้อย เหนียงก็อาจมาไวเกินคาด การยกกระชับด้วยไหมจึงเป็นทางออกที่ช่วยฟื้นผิวได้ทันก่อนจะหย่อนจนแก้ยาก

ร้อยไหมเหนียง คืออะไร และช่วยยกผิวได้อย่างไร

ร้อยไหมเหนียง คือเทคนิคการยกกระชับผิวบริเวณใต้คางและลำคอ โดยใช้ “ไหมละลายทางการแพทย์” ชนิด PCL (Polycaprolactone) ซึ่งมีคุณสมบัติยืดหยุ่นสูงและสามารถละลายได้เองตามธรรมชาติในร่างกาย โดยไหมจะถูกสอดเข้าไปในชั้นผิวระดับ SMAS (Superficial Musculoaponeurotic System) ซึ่งเป็นชั้นเดียวกับที่ใช้ในการผ่าตัดยกหน้า แต่ใช้วิธีที่ปลอดภัยกว่าและไม่ต้องพักฟื้น

ไหมจะทำหน้าที่พยุง ชั้นผิวที่หย่อนให้ยกขึ้นทันที พร้อมกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่รอบเส้นไหม ทำให้ผิวแน่นขึ้นอย่างต่อเนื่องหลังทำ 2–4 สัปดาห์

ร้อยไหมไม่เพียงยกเหนียง แต่ยังฟื้นคอลลาเจนใต้คางให้กลับมาตึงกระชับอีกครั้ง ร้อยไหมเหนียงใช้ไหมละลายชนิด PCL ยกกระชับชั้นผิวและกระตุ้นคอลลาเจน ทำให้เหนียงตึงขึ้นทันทีหลังทำ

กลไกการยกผิวของไหมมิ้น MINT Lift

ไหม MINT Lift ทำงานด้วยหลักการยึดและยก ชั้นผิวบริเวณเหนียงให้กลับมาตึงขึ้น โดยใช้ไหมละลายชนิด PCL (Polycaprolactone) ที่มีเงี่ยงรอบทิศทางแบบ 360° ช่วยเกาะชั้นผิวได้แน่นและยกอย่างสม่ำเสมอทุกองศา เมื่อร้อยเข้าไปใต้ผิวบริเวณคางหรือกรอบหน้า เงี่ยงไหมจะทำหน้าที่ยึดผิวที่หย่อนคล้อยให้ยกขึ้นทันทีหลังทำ

นอกจากแรงยกทางกลแล้ว ตัวไหมยังช่วยกระตุ้นกระบวนการ Neocollagenesis หรือการสร้างคอลลาเจนใหม่รอบแนวเส้นไหม ทำให้ผิวใต้คางแน่นขึ้นเรื่อย ๆ ในช่วง 1–3 เดือนหลังทำ ผลลัพธ์ที่ได้จึงไม่ใช่แค่ผิวที่ยกขึ้น แต่เป็นการฟื้นโครงสร้างผิวจากภายใน เหมาะกับคนที่อยากให้กรอบหน้าชัดและเหนียงหาย โดยไม่ต้องผ่าตัดหรือพักฟื้นยาว เรียกว่ายกจริง ฟื้นจริง และดูธรรมชาติสุดๆ

จุดเด่นของไหมมิ้น (MINT Lift) ในการร้อยไหมเหนียงที่ TBL Clinic

ไหม MINT Lift ถือเป็นไหมละลายจากเกาหลีที่ออกแบบมาเพื่อยกผิวเหนียงโดยเฉพาะ โดดเด่นด้วยเทคโนโลยีและมาตรฐานความปลอดภัยที่ผ่านการรับรองจาก อย. ไทยและเกาหลี (KFDA) ทำให้มั่นใจได้ในคุณภาพและผลลัพธ์ที่คงที่ เหมาะสำหรับคนที่ต้องการยกผิวใต้คางให้ชัดโดยไม่ต้องผ่าตัด เพราะทุกกรอบหน้าต้องการแรงยกที่พอดี เพื่อให้ผลลัพธ์ดูเป็นธรรมชาติที่สุด

จุดเด่นของไหม MINT Lift ที่ใช้ในการร้อยเหนียงที่ TBL Clinic

  • เทคโนโลยีเกลียว 360° (360° Helical Barbs) เส้นไหมมีเงี่ยงรอบทิศทาง ยึดผิวได้แน่นทุกองศา ทำให้แรงยกสม่ำเสมอทั่วทั้งแนวคาง
  • วัสดุ PCL เกรดพรีเมียม มีความยืดหยุ่นสูง ไม่หักง่าย และละลายได้เองภายใน 18–24 เดือน โดยไม่ทิ้งสารตกค้าง
  • แรงยกนุ่มนวล ไม่แข็งตึง ช่วยให้ผลลัพธ์ดูเป็นธรรมชาติ ผิวตึงขึ้นโดยไม่เปลี่ยนรูปหน้า
  • เทคนิคออกแบบแนวร้อยไหมเฉพาะบุคคลโดยแพทย์ หมอจะวิเคราะห์สภาพผิว ความลึกของเหนียง และแนวแรงโน้มถ่วงก่อนร้อย เพื่อให้ได้ผลที่แม่นยำและสมมาตรที่สุด
  • ปลอดภัยสูงและฟื้นตัวไว เพราะใช้เทคนิคปลอดเชื้อและยาชาเฉพาะจุด ลดอาการบวมช้ำ ใช้ชีวิตได้ตามปกติหลังทำ

ทำไมต้องใช้ไหมมิ้นในการร้อยเหนียง เพราะไหมชนิดนี้ให้แรงยกแน่น ยกทั่วถึง และกระตุ้นคอลลาเจนได้ยาวนานกว่าไหมทั่วไป เหมาะกับคนที่อยากเก็บเหนียงแบบดูเป็นธรรมชาติแต่เห็นผลจริงตั้งแต่ครั้งแรกที่ทำ

ร้อยไหมเหนียง เหมาะกับใคร ?

เทคนิค ร้อยไหมเหนียง เหมาะสำหรับคนที่เริ่มมีปัญหาผิวใต้คางหย่อน แต่ยังไม่อยากผ่าตัดหรือฉีดฟิลเลอร์ เป็นวิธีที่ช่วยยกผิวให้ตึง และ กระตุ้นคอลลาเจน ไปพร้อมกัน เหมาะกับทั้งผู้หญิงและผู้ชายที่อยากให้กรอบหน้าคมขึ้นโดยไม่ต้องพักฟื้นนาน

กลุ่มที่เหมาะกับการร้อยไหมเหนียง มีดังนี้

  • คนที่มีเหนียงหรือคางสองชั้นจากผิวหย่อน โดยเฉพาะคนที่ผิวเริ่มอ่อนแรงจากคอลลาเจนลดลง แม้ไม่อ้วนแต่คางดูไม่ชัด
  • คนที่ก้มดูมือถือหรือทำงานหน้าคอมนาน ๆ พฤติกรรมเหล่านี้ทำให้กล้ามเนื้อใต้คางถูกดึงลงซ้ำ ๆ จนผิวเริ่มหย่อนคล้อยก่อนวัย
  • คนที่มีกรรมพันธุ์โครงหน้ากลม หรือคางสั้น ทำให้ไขมันใต้คางดูสะสมมากกว่าโครงหน้าอื่น การร้อยไหมช่วยยกให้เห็นแนวกรอบหน้าชัดขึ้น
  • คนที่ต้องการยกกระชับแบบธรรมชาติ ไม่ต้องพักฟื้น ไหม MINT Lift ช่วยยกผิวใต้คางได้ทันทีหลังทำ และกระตุ้นคอลลาเจนให้ผิวแน่นขึ้นเรื่อย ๆ
  • คนที่อยากให้หน้าดูชัดขึ้นเวลาเจอกล้อง เพราะการยกเหนียงจะช่วยให้กรอบหน้าคมขึ้นจากทุกมุม

ร้อยไหมเหนียง อันตรายไหม?

การ ร้อยไหมเหนียง ถือเป็นหัตถการที่ปลอดภัยสูง หากทำโดยแพทย์ที่มีความเข้าใจโครงสร้างชั้นผิวและใช้ไหมที่ผ่านการรับรองจาก อย. เช่น ไหม MINT Lift ซึ่งผลิตจากวัสดุ PCL (Polycaprolactone) ที่สามารถละลายได้เองในร่างกาย ไม่ทิ้งสารตกค้าง และมีการรับรองจากทั้งเกาหลีและไทย

ระหว่างทำจะใช้ยาชาเฉพาะจุด ทำให้รู้สึกเพียงตึงเล็กน้อย แต่ไม่เจ็บมาก หลังทำอาจมีอาการบวมหรือช้ำได้เล็กน้อยในช่วง 3–5 วันแรก ซึ่งถือเป็นปฏิกิริยาปกติของผิวเมื่อมีการกระตุ้น

สิ่งสำคัญคือการดูแลหลังทำ เช่น ประคบเย็น งดนวดหน้า และไม่อ้าปากกว้างในช่วงแรก เพื่อให้ไหมเซตตัวได้ดี เมื่อปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างถูกวิธี ผลลัพธ์จะปลอดภัยและดูเป็นธรรมชาติ ผิวใต้คางจะค่อยๆ กระชับขึ้นโดยไม่ต้องผ่าตัด

ผลข้างเคียงจากโปรแกรมร้อยไหมเหนียง มีอะไรบ้าง

การ ร้อยไหมเหนียง เป็นหัตถการที่ปลอดภัยและให้ผลลัพธ์เห็นชัด แต่เช่นเดียวกับทุกหัตถการทางผิว ย่อมมีผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นได้บ้าง ซึ่งส่วนใหญ่เป็นอาการชั่วคราวและสามารถหายได้เองภายในไม่กี่วัน

ผลข้างเคียงที่อาจพบได้หลังร้อยไหมเหนียง ได้แก่

  • บวมและช้ำเล็กน้อย เกิดจากการสอดเข็มเข้าในชั้นผิว มักหายภายใน 3–7 วัน และสามารถประคบเย็นช่วยลดบวมได้
  • รู้สึกตึงผิวหรือเจ็บเมื่อขยับคาง เป็นอาการจากการที่ไหมเริ่มเซตตัวในชั้น SMAS ซึ่งจะค่อย ๆ ดีขึ้นภายในไม่กี่วัน
  • รอยบุ๋มหรือผิวไม่เรียบในช่วงแรก อาจเกิดจากแรงดึงไหมที่ยังไม่สมดุล แต่จะคลายตัวและเรียบขึ้นเองเมื่อไหมเข้าที่
  • รอยแดงหรือคันเล็กน้อยบริเวณรูไหม เป็นอาการตอบสนองของผิวต่อการกระตุ้นคอลลาเจน ซึ่งจะหายได้ภายใน 2–3 วัน

การเตรียมตัวก่อนทำร้อยไหมเหนียง มีอะไรบ้าง

ก่อน ร้อยไหมเหนียง หมออยากให้เตรียมตัวให้พร้อมทั้งผิวและร่างกาย เพื่อให้การทำปลอดภัย เห็นผลไว และลดโอกาสเกิดอาการบวมช้ำหลังทำได้มากขึ้น การเตรียมตัวไม่ยากครับ แค่ดูแลตามนี้ก็เพียงพอ

การเตรียมตัวก่อนร้อยไหมเหนียง

  • งดยาและอาหารเสริมบางชนิด 3–5 วันก่อนทำ เช่น แอสไพริน, วิตามิน E, น้ำมันปลา หรือโสม เพราะเพิ่มความเสี่ยงต่อการช้ำและเลือดออกใต้ผิว
  • งดแอลกอฮอล์และบุหรี่ เพราะส่งผลต่อการไหลเวียนเลือดและกระบวนการสมานแผลของผิว ทำให้ฟื้นตัวช้ากว่าปกติ
  • พักผิวก่อนวันทำ งดครีมผลัดเซลล์ผิว หรือกรดผลไม้ เพราะผิวจะบอบบางและระคายเคืองง่าย
  • นอนพักให้เพียงพอ ดื่มน้ำเยอะ ๆ ผิวที่ชุ่มชื้นและร่างกายสดชื่นจะฟื้นตัวเร็ว ลดอาการบวมได้ดี
  • แจ้งโรคประจำตัวหรือยาที่ใช้อยู่กับแพทย์ก่อนทำ เพื่อให้แพทย์วางแผนหัตถการได้เหมาะสมและปลอดภัยที่สุด

ขั้นตอนการร้อยไหมเหนียง ปลอดภัย เห็นผลไว ไม่ต้องพักฟื้น

การร้อยไหมเหนียงเป็นหัตถการที่ใช้เวลาประมาณ 30–45 นาที แต่ต้องอาศัยความแม่นยำและการออกแบบเฉพาะบุคคล เพื่อให้ได้ผลยกที่สวยและสมดุล หมอจะเริ่มจากขั้นตอนสำคัญเหล่านี้

  • ประเมินรูปหน้าและผิวบริเวณคาง–ลำคอ ตรวจดูความลึกของเหนียง ชั้นไขมัน และทิศทางการหย่อนของผิว เพื่อกำหนดตำแหน่งที่ควรยกมากที่สุด
  • วางแนวไหมให้เหมาะกับแรงโน้มถ่วงของแต่ละคน หมอจะวาดแนวร้อยไหม (Vector Design) เพื่อยกผิวในมุมที่ช่วยให้กรอบหน้าชัด โดยไม่เปลี่ยนโครงหน้าเดิม
  • ใช้ยาชาเฉพาะจุดก่อนร้อยไหม ช่วยให้รู้สึกเพียงตึงเล็กน้อยแต่ไม่เจ็บ ระหว่างทำสามารถพูดคุยหรือขยับหน้าได้ตามปกติ
  • สอดไหม MINT Lift เข้าใต้ผิวบริเวณเหนียง ใช้เทคนิค “เงี่ยงรอบทิศทาง 360°” เพื่อยึดผิวและยกขึ้นอย่างสม่ำเสมอทั้งแนวคางและกรอบหน้า
  • ตรวจความสมมาตรและความตึงผิวหลังทำ หมอจะปรับแรงดึงไหมให้พอดี ก่อนตัดปลายไหมและติด Sterile Strip ป้องกันเชื้อ

หลังทำสามารถใช้ชีวิตได้ทันที ไม่ต้องพักฟื้น ผลลัพธ์จะเห็นได้ประมาณ 30–50% ตั้งแต่วันแรก และจะค่อย ๆ ตึงกระชับเต็มที่ใน 2–4 สัปดาห์ เมื่อคอลลาเจนใหม่เริ่มฟื้นตัวใต้ผิว

วิธีการดูแลตัวเองหลังทำ ร้อยไหมเหนียง

หลังทำร้อยไหมเหนียง หมออยากให้ดูแลตัวเองอย่างถูกวิธี เพราะช่วง 3–7 วันแรกคือเวลาที่ไหมกำลังเซตตัวใต้ผิว หากดูแลดีจะช่วยให้ไหมอยู่ตำแหน่งสวย ผลลัพธ์แน่นและอยู่ได้นานขึ้น

แนวทางดูแลหลังร้อยไหมเหนียงมีดังนี้

  • ประคบเย็นใน 48 ชั่วโมงแรก ช่วยลดบวมและรอยช้ำได้ดี ควรห่อน้ำแข็งด้วยผ้าสะอาดก่อนประคบทุกครั้ง
  • งดอาหารแข็ง เหนียว หรือเคี้ยวนานเกินไป เพื่อป้องกันการขยับของกล้ามเนื้อคางที่อาจรบกวนไหม
  • หลีกเลี่ยงการขยับปากกว้าง เช่น หัวเราะสุดเสียงหรืออ้าปากพูดแรง ๆ ในช่วง 3 วันแรก
  • งดนวดหน้า กดหน้า หรือทำเลเซอร์ใน 2 สัปดาห์แรก เพราะอาจทำให้ไหมเคลื่อนหรือตึงเกินไป
  • นอนหงาย ศีรษะสูงเล็กน้อย ลดอาการบวมและช่วยให้ไหมตั้งตัวได้ดี
  • ดูแลผิวอย่างอ่อนโยน ใช้น้ำเกลือเช็ดหน้าในวันแรก และงดแต่งหน้าจนกว่าแผลปิดสนิท
  • หากมีรอยช้ำหรือเจ็บเล็กน้อย ถือเป็นปกติ อาการจะค่อย ๆ หายภายใน 3–7 วัน แต่หากมีอาการผิดปกติ เช่น ปวดบวมร้อน หรือรอยบุ๋มไม่หาย ควรกลับมาพบแพทย์ทันที

ร้อยไหมเหนียงใช้กี่เส้น และราคาเท่าไร ?

จำนวนไหมที่ใช้ในการ ร้อยไหมเหนียง จะไม่เท่ากันในแต่ละคนครับ เพราะขึ้นอยู่กับ “ขนาดของเหนียง ความหย่อนของผิว และโครงหน้าเดิม โดยทั่วไปจะใช้ไหมประมาณ 4–10 เส้นต่อข้าง หากเป็นเคสที่เหนียงเยอะหรือมีชั้นไขมันหนา อาจต้องใช้ไหมมากขึ้นเพื่อกระจายแรงยกให้ทั่วและได้ผลที่สมดุล

ไหมที่นิยมใช้คือ ไหม MINT Lift ชนิด PCL (Polycaprolactone) ซึ่งมีความยืดหยุ่นสูงและช่วยกระตุ้นคอลลาเจนใหม่ให้ผิวแน่นในระยะยาว ทำให้ผิวใต้คางค่อย ๆ ตึงขึ้นและเห็นกรอบหน้าชัดมากขึ้น

ในส่วนของ ราคาการร้อยไหมเหนียง จะเริ่มต้นประมาณ 8,000 – 20,000 บาทต่อเคส ขึ้นอยู่กับชนิดไหมที่ใช้และจำนวนเส้นที่ต้องการเพื่อให้เหมาะกับระดับการยกผิวของแต่ละคน หมอแนะนำให้ประเมินกับแพทย์ก่อนทุกครั้ง เพราะการออกแบบแนวไหมและจำนวนเส้นที่พอดีจะช่วยให้ผลลัพธ์ยกกระชับดูเป็นธรรมชาติและคงอยู่ได้นานกว่าการใช้ไหมมากเกินจำเป็น

ร้อยไหมเหนียง

อยากให้กรอบหน้าชัด เหนียงหายแบบไม่ต้องผ่าตัด? มาปรึกษาหมอฟรีที่ TBL Clinic ได้เลยครับ หมอจะช่วยประเมินจำนวนไหมและออกแบบแนวยกเฉพาะบุคคลให้พอดีกับใบหน้าคุณ ยกผิวให้ตึงแบบธรรมชาติ เห็นผลตั้งแต่ครั้งแรกที่ทำ 

จองคิวหรือสอบถามเพิ่มเติมได้ทาง Line Official หรือ Inbox Facebook ของ TBL Clinic

รีวิวผลลัพธ์ร้อยไหมเหนียงจริงจากเคสที่ TBL Clinic

ร้อยไหมเหนียง

สรุป ร้อยไหมเหนียงคือทางเลือกฟื้นกรอบหน้าชัด ยกผิวโดยไม่ต้องผ่าตัด

ร้อยไหมเหนียง ไม่ได้เป็นเพียงเทคนิคยกผิวให้ตึง แต่คือการรีเซ็ตความมั่นใจ ให้กลับมาอีกครั้ง เหมาะกับคนที่รู้สึกว่ากรอบหน้าเริ่มหาย เหนียงเริ่มย้อย หรืออยากยกผิวโดยไม่ต้องผ่าตัด ไหมละลายชนิด PCL (MINT Lift) จะช่วยพยุงผิวใต้คางให้ยกขึ้นทันที พร้อมกระตุ้นคอลลาเจนใหม่ ทำให้ผิวแน่นขึ้นเรื่อยๆ ในระยะยาว

หมอมักแนะนำวิธีนี้สำหรับคนที่อยากเห็นผลไว ปลอดภัย และไม่ต้องพักฟื้น เพราะสามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติหลังทำ ผลลัพธ์จะค่อยๆ ชัดขึ้นใน 2–4 สัปดาห์ เห็นกรอบหน้าชัดขึ้นและคางเรียวได้รูปอย่างเป็นธรรมชาติ

การร้อยไหมเหนียงจึงไม่ใช่แค่เรื่องความสวย แต่คือการคืนความมั่นใจให้ภาพลักษณ์โดยรวม หากอยากให้หมอช่วยประเมินแนวไหมและออกแบบการยกผิวเฉพาะคุณ จองปรึกษาฟรีได้ที่ Line Official หรือ Inbox Facebook เพื่อให้การยกเหนียงครั้งนี้เห็นผลจริงและสวยอย่างปลอดภัย

FAQ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ ร้อยไหมเหนียง

  1. ร้อยไหมเหนียงเจ็บไหม
    ไม่เจ็บมากครับ เพราะจะฉีดยาชาเฉพาะจุดก่อนทำ ระหว่างทำจะรู้สึกเพียงตึง ๆ เล็กน้อยเท่านั้น
  2. ร้อยไหมเหนียงอยู่ได้นานแค่ไหน
    อยู่ได้นานประมาณ 12–18 เดือน ขึ้นอยู่กับชนิดไหมและการดูแลผิวหลังทำ
  3. ใช้กี่เส้นถึงจะเห็นผล
    โดยทั่วไปใช้ประมาณ 4–10 เส้นต่อข้าง ขึ้นอยู่กับขนาดของเหนียงและระดับความหย่อนของผิว
  4. หลังร้อยไหมเหนียงต้องพักฟื้นไหม
    ไม่ต้องพักฟื้นครับ สามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ แต่ควรหลีกเลี่ยงการนวดหน้า อ้าปากกว้าง หรือเคี้ยวของแข็งในช่วง 3 วันแรก
  5. ร้อยไหมเหนียงกับดูดไขมันต่างกันอย่างไร
    ร้อยไหมเน้น “ยกและกระชับผิวหย่อน” ส่วนดูดไขมันเน้น “ลดไขมันใต้คาง” มักใช้ร่วมกันได้ในบางเคสเพื่อผลที่ชัดเจนขึ้น