TBL Clinic

Morpheus8 เคลียร์รอยยับ ละลายความหย่อนคล้อย ตัวช่วยยกกระชับแบบตรงจุด

Morpheus8

ไม่ว่าใครก็เคยส่องกระจกแล้วเห็น รอยยับเล็ก ๆ หรือความหย่อนคล้อยที่เริ่มชัดขึ้นแบบไม่ทันตั้งตัว โดยเฉพาะช่วงแก้ม กรอบหน้า หรือใต้ตา ซึ่งเป็นจุดที่อ่อนแรงก่อนเสมอ การดูแลผิวด้วยวิธีทั่วไปอาจช่วยได้เพียงบางระดับ แต่ถ้าอยากให้ผิวกลับมาตึง แน่น และดูมีพลังมากขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ เทคโนโลยีที่ลงลึกจริงคือสิ่งที่ตอบโจทย์กว่า และหนึ่งในเครื่องที่ได้รับความนิยมที่สุดตอนนี้ก็คือ Morpheus8

Morpheus8 ไม่ได้เป็นแค่การยกกระชับ แต่เป็นเทคโนโลยี RF Microneedling ที่เข้าทำงานจริงในหลายชั้นผิว ตั้งแต่ชั้นบนจนถึงชั้นไขมันลึก ช่วยเคลียร์รอยยับ ละลายความหย่อนคล้อย และทำให้ผิวแน่นขึ้นได้แบบที่แต่งหน้าแล้วรู้สึกว่าผิวมีแรงขึ้นทันที หลายคนจึงเรียกมันว่า ตัวช่วยยกกระชับแบบตรงจุด ที่เห็นผลได้ทั้งความเรียบเนียนและความเฟิร์มในครั้งเดียว บทความนี้ผมจะเล่าให้ฟังแบบเข้าใจง่ายว่ามอเฟียส ทำงานอย่างไร ดีสำหรับเคสแบบไหน และอะไรทำให้ผลลัพธ์ดูธรรมชาติและอยู่ได้นานขึ้น เพื่อช่วยให้คุณเลือกการยกกระชับที่เหมาะกับผิวตัวเองมากที่สุดครับ

Morpheus8 คือเทคโนโลยีอะไร ทำไมถึงเคลียร์รอยยับได้จริง

Morpheus8 คือเทคโนโลยียกกระชับที่ใช้พลังงานคลื่นวิทยุ (RF) ร่วมกับเข็มขนาดเล็กแบบ Microneedling เพื่อส่งพลังงานลงสู่ชั้นผิวได้ลึกกว่าเครื่องยกกระชับทั่วไป ทำให้ผิวเกิดการหดตัวและกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่อย่างสม่ำเสมอ ผลที่ได้คือผิวแน่นขึ้น รอยยับดูตื้นขึ้น และความหย่อนคล้อยลดลงแบบที่หลายคนรู้สึกได้จริงหลังทำ

จุดเด่นคือการส่งพลังงานลงได้หลายระดับ ทั้งชั้นผิวบน ชั้นไขมัน และโซนที่ทำให้แก้มตกหรือกรอบหน้าเบลอ ผลลัพธ์เลยดูเป็นธรรมชาติ ไม่แข็ง ไม่ปลอม และให้ผิวเนียนขึ้นด้วย เหมาะกับคนที่อยากรีเฟรชผิวแบบทันสมัย ไม่ต้องพักงาน และอยากเห็นผลชัดทั้งความเฟิร์มและความเรียบในขั้นตอนเดียว กระบวนการทำงานแบบนี้คือสิ่งที่ทำให้มอเฟียส ถูกค้นหาเยอะมาก เช่น morpheus8 คืออะไร morpheus8 ดีไหม และ morpheus 8 ผลลัพธ์ เพราะมันตอบโจทย์ปัญหาผิวที่ทั้งหย่อนและมี texture ได้ในเครื่องเดียวแบบค่อนข้างชัดเจนครับ

หลักการทำงานของ Morpheus 8 

หลักการทำงานของ Morpheus8 จะเน้นการใช้เข็มขนาดเล็กส่งพลังงานคลื่นวิทยุลงไปในหลายระดับของผิว เพื่อทำให้เส้นใยคอลลาเจนหดตัวและเริ่มสร้างใหม่ตามธรรมชาติ ผลที่ได้คือผิวที่แน่นขึ้น รอยยับตื้นลง และความหย่อนคล้อยบริเวณแก้มกับกรอบหน้าดูดีขึ้นแบบค่อยเป็นค่อยไป จุดเด่นคือการควบคุมความลึกของเข็มให้เหมาะกับแต่ละตำแหน่ง จึงช่วยเก็บผิวได้แม่นกว่าเครื่องยกกระชับทั่วไป

ความรู้สึกระหว่างทำจะเป็นความอุ่นลึก ไม่ได้รุนแรงจนเกินไป และส่วนใหญ่ทนได้สบาย โดยเฉพาะในกลุ่มวัย 25+ ที่เริ่มมีร่องรอยบาง ๆ หรือคนที่ต้องการผิวเนียนขึ้นแบบรวดเร็ว มอเฟียสจึงเป็นเทคโนโลยีที่ตอบโจทย์ยุคนี้ ทั้งเรื่องผิวเฟิร์ม ผิวใส และความเรียบเนียนที่แต่งหน้าแล้วเห็นความต่างได้ทันทีครับ

Morpheus8

Morpheus8 มีกี่หัว ? 

Morpheus8 ถูกออกแบบให้มีหัวทิปหลายขนาดเพื่อให้รักษาได้ตรงกับระดับปัญหา พื้นที่ และความลึกของผิวที่ต้องการแก้ไขจริง ๆ ซึ่งความลึกสามารถปรับได้ตั้งแต่ 0.5 มม., 2 มม., 3 มม., 4 มม. สำหรับบริเวณใบหน้า และลึกได้ถึง 7 มม. สำหรับลำตัว ทำให้จัดการได้ตั้งแต่รอยยับเล็ก ๆ ไปจนถึงความหย่อนคล้อยระดับมากขึ้น

หัวทิปแต่ละแบบจะต่างกันตามจำนวนเข็ม เช่น

  • หัวทิป 12 เข็ม
    ใช้ในโซนเล็กหรือมุมที่เข้าถึงยาก เช่น รอบตา ใต้ตา หรือขมับ ช่วยเก็บรายละเอียดแบบเนียน ๆ
  • หัวทิป 24 เข็ม
    เหมาะสำหรับงานทั่วหน้าและลำคอ ช่วยยกผิวให้แน่นขึ้นและปรับ texture ไปพร้อมกัน
  • หัวทิป 40 เข็ม
    ใช้กับร่างกาย เช่น ต้นแขน ต้นขา หน้าท้อง หรือสะโพก เพราะต้องใช้พลังงานและพื้นที่ที่กว้างกว่า

หัวทิปเป็นแบบ ใช้ครั้งเดียวและทิ้ง ซองซีลผ่านการฆ่าเชื้อ ทำให้เรื่องความสะอาดและความปลอดภัยชัดเจน ไม่ต้องกังวลเรื่องการใช้ซ้ำครับ

Morpheus8 ช่วยเรื่องอะไรบ้าง ?

Morpheus8 เป็นเทคโนโลยีที่ช่วยฟื้นฟูโครงสร้างผิวจากด้านใน ทำงานได้ทั้งใบหน้าและลำตัว จึงเหมาะกับคนที่มีหลายปัญหารวมกัน ไม่ว่าจะเป็นผิวหย่อน ผิวไม่เรียบ หรือรอยแตกลายต่าง ๆ พลังงาน RF ที่ส่งผ่านเข็มลงลึก ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและทำให้ผิวเกิดการซ่อมแซมแบบธรรมชาติ ผลลัพธ์จะค่อย ๆ ชัดขึ้นเรื่อย ๆ จนรู้สึกว่าผิวมี “แรง” กลับมาอีกครั้ง

ประโยชน์ของ Morpheus 8 ที่ช่วยได้จริง

  • ช่วยยกกระชับผิวหน้าให้ดูแน่นขึ้น ลดความหย่อนคล้อยในจุดที่ตกง่าย
  • กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสติน ทำให้ผิวแข็งแรงและเรียบเนียนขึ้น
  • ลดรอยแตกลายที่เกิดจากการขยายหรือหดตัวของผิว เช่น ช่วงสะโพก ต้นขา
  • ช่วยแก้ผิวเปลือกส้มและผิวขรุขระ ให้พื้นผิวเรียบขึ้น
  • ปรับสภาพผิวหลังดูดไขมันในเคสที่เป็นก้อนแข็งหรือเป็นไตใต้ผิว
  • ลดความหย่อนคล้อยบริเวณลำตัว เช่น หน้าท้อง ต้นแขน ต้นขา
  • กระชับรูขุมขนที่กว้าง ทำให้ผิวละเอียดขึ้น
  • เก็บเหนียงและช่วยสลายไขมันใต้คางให้กรอบหน้าคมขึ้น
  • ลดรอยสิว จุดด่างดำ และช่วยให้หลุมสิวตื้นขึ้นจากกระบวนการซ่อมแซมผิว

Morpheus8 ทำตำแหน่งไหนได้บ้าง ?

มอเฟียส8 เป็นเทคโนโลยีที่ปรับระดับความลึกของเข็มและพลังงานได้หลากหลาย ทำให้ใช้ได้ทั้งบนใบหน้าและลำตัวแบบครอบคลุมหลายโซน จุดเด่นคือการแก้ปัญหาแบบตรงตำแหน่ง เพราะพลังงานลงไปในระดับชั้นผิวที่เป็นต้นเหตุจริง ไม่ว่าจะเป็นรอยยับ ผิวไม่เรียบ หรือความหย่อนคล้อยที่เริ่มชัดขึ้นตามวัย หลายคนจึงรู้สึกว่าผิวแน่นขึ้นและดูสดขึ้นหลังทำไม่นาน

เพื่อให้เห็นภาพชัดเจน ผมสรุปตำแหน่งที่สามารถทำได้แบบเข้าใจง่ายดังนี้

ตำแหน่งบนใบหน้า

  • ใต้ตาและรอบดวงตา ช่วยเก็บรอยยับบาง ๆ และผิวที่เริ่มหย่อน
  • แก้มและแนวกรอบหน้า ช่วยให้หน้าเข้ารูปขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ
  • ร่องแก้ม ร่องมุมปาก ช่วยให้ริ้วรอยดูตื้นขึ้น
  • หน้าผากและหว่างคิ้ว ช่วยให้ผิวเรียบเนียนขึ้น
  • บริเวณเหี่ยวย่นเล็ก ๆ ที่แต่งหน้าแล้วเห็นชัด เช่น ข้างแก้ม

ตำแหน่งบริเวณลำตัว

  • คอและเหนียงใต้คาง ช่วยให้ลำคอเนียนขึ้น และกรอบหน้าคมขึ้น
  • หน้าท้องหลังคลอดหรือลดน้ำหนัก ช่วยให้ผิวเรียบขึ้น
  • ต้นแขน ต้นขา และสะโพก ช่วยลดความย้วยและผิวเปลือกส้ม
  • บริเวณรอยแตกลาย เช่น บริเวณสะโพก หน้าท้อง ต้นขา
  • ผิวที่เป็นไตหลังดูดไขมัน ช่วยให้ผิวเรียบขึ้น

เปรียบเทียบ Morpheus8 กับเครื่องยกกระชับอื่น ๆ

การยกกระชับในปัจจุบันมีให้เลือกหลายแบบ แต่ละเครื่องจะทำงานในตำแหน่งผิวที่ต่างกัน ทำให้ผลลัพธ์และความเหมาะสมของแต่ละคนไม่เหมือนกัน Morpheus8 ถือเป็นตัวที่ทำงานได้ลึกหลายชั้น ส่วนเครื่องอื่นอย่าง Ulthera SPT, Hifu Ultraformer III, Hifu Ultraformer MPT และ Thermage ก็มีจุดเด่นเฉพาะของตัวเอง เดี๋ยวผมสรุปให้เข้าใจแบบง่าย ๆ ในหัวข้อต่อไปครับ

Ulthera SPT

Ulthera SPT เป็นเทคโนโลยียกกระชับที่ใช้คลื่นอัลตราซาวด์แบบโฟกัส ส่งพลังงานลงสู่ชั้นผิวลึกที่มีบทบาทเรื่องการพยุงผิว ทำให้ผิวที่หย่อนดูตึงขึ้นแบบเป็นธรรมชาติ จุดเด่นคือมีหน้าจอช่วยให้มองเห็นชั้นผิวระหว่างทำ ทำให้ลงพลังงานได้แม่นกว่าเครื่องรุ่นทั่วไป จึงเหมาะกับคนที่ต้องการยกผิวแบบเนียน ๆ โดยเฉพาะช่วงกรอบหน้าและแก้มที่เริ่มตก ผลลัพธ์จะค่อย ๆ ชัดขึ้นในช่วง 1–3 เดือน และอยู่ได้นานพอสมควร เหมาะกับคนที่อยากให้ผิวเฟิร์มขึ้นแบบไม่ต้องพักงาน และยังสามารถทำร่วมกับ Morpheus8 ในเคสที่ต้องการเก็บทั้งชั้นลึกและชั้นผิวด้านบนครับ

Hifu Ultraformer III

Hifu Ultraformer III เป็นรุ่นที่ได้รับความนิยมมาก เพราะให้พลังงานอัลตราซาวด์ที่เสถียร ส่งลงชั้นผิวลึกเพื่อช่วยให้ผิวตึงขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ ตัวเครื่องออกแบบมาให้ยิงได้ละเอียดและนุ่มนวลกว่าเครื่อง HIFU รุ่นเก่า ทำให้หลายคนรู้สึกเจ็บน้อยลงและทำได้สบายขึ้น เหมาะกับคนที่มีแก้มตกเล็กน้อย กรอบหน้าเริ่มเบลอ หรืออยากให้ใบหน้าเรียวขึ้นแบบไม่ต้องพักงาน ผลลัพธ์จะค่อย ๆ ดีขึ้นในช่วง 4–8 สัปดาห์ ทำปีละ 1–2 ครั้งก็ช่วยให้ผิวคงความกระชับได้ต่อเนื่อง และยังสามารถใช้ร่วมกับการทำ Morpheus8 เพื่อเก็บผิวด้านบนให้เรียบเนียนมากขึ้นในเคสที่ต้องการผลแบบครบหลายมิติครับ

Hifu Ultraformer MPT

Hifu Ultraformer MPT เป็นเวอร์ชันที่พัฒนาจาก Ultraformer III โดยเพิ่มความละเอียดของพลังงานให้กระจายตัวดีขึ้น ทำให้การยกกระชับดูเป็นธรรมชาติมากกว่าเดิม จุดเด่นคือมีโหมดที่ยิงได้เร็วขึ้นและให้ความรู้สึกนุ่มขึ้น เหมาะกับคนที่อยากให้หน้าได้ทรงสวยขึ้นแบบเบา ๆ ไม่ต้องพักฟื้น และชอบลุคที่หน้าเรียบเนียนขึ้นโดยไม่ดูแข็ง โซนที่เห็นผลดีคือแก้มที่เริ่มคล้อย กรอบหน้าที่ไม่คมเหมือนเดิม หรือคนที่อยากให้รูปหน้าชัดขึ้นก่อนถ่ายงานหรือออกงานสำคัญ ผลลัพธ์จะค่อย ๆ ดีขึ้นภายในหลายสัปดาห์ และสามารถทำร่วมกับ Morpheus8 ได้ในเคสที่ต้องการเก็บ texture ผิวให้เนียนขึ้นควบคู่กันครับ

Thermage

Thermage เป็นเครื่องยกกระชับที่ใช้พลังงานคลื่นวิทยุแบบลงลึกเพื่อให้ผิวแน่นขึ้น เหมาะกับคนที่มีความหย่อนระดับปานกลาง โดยเฉพาะบริเวณแก้มล่าง คาง และช่วงกรอบหน้า จุดเด่นคือใช้หัวทิปขนาดใหญ่ ทำให้สามารถเก็บพื้นที่กว้างได้ในเวลาไม่นาน และให้ผลลัพธ์แบบค่อยเป็นค่อยไปจนผิวดูเฟิร์มขึ้นเรื่อย ๆ หลายคนชอบ Thermage เพราะให้ผิวที่แน่นขึ้นแบบเป็นธรรมชาติและอยู่ได้นานพอสมควร โดยเฉพาะเคสที่เริ่มมีปัญหาผิวบางหรือเนื้อแก้มย้วยลงมาชัด ผลดีในคนที่อยากให้ผิวฟื้นแรงและมีความตึงที่จับได้มากขึ้น และสามารถใช้ร่วมกับ Morpheus8 เพื่อเก็บผิวด้านบนให้ละเอียดขึ้นในเคสที่ต้องการผลแบบครบทั้งชั้นลึกและชั้นผิวครับ

มอเฟียส8 เหมาะกับใคร?

Morpheus8 เหมาะสำหรับคนที่ต้องการยกกระชับผิวแบบเป็นธรรมชาติ โดยใช้พลังงานลงลึกเพื่อกระตุ้นการฟื้นตัวของโครงสร้างผิวจากด้านใน เหมาะอย่างยิ่งสำหรับคนที่เริ่มมีสัญญาณผิวอ่อนแรง เช่น รอยยับ ร่องแก้มตื้น ๆ หรือแก้มที่เริ่มคล้อย แต่ยังไม่อยากทำหัตถการที่ต้องพักงานนาน จุดสำคัญคือสามารถเก็บได้ทั้งโซนเล็กและโซนกว้าง ทำให้ตอบโจทย์คนที่มีหลายปัญหาพร้อมกัน

กลุ่มที่เหมาะกับการทำ Morpheus8

  • คนที่มีแก้มตก กรอบหน้าไม่คม และอยากให้ใบหน้าได้ทรงสวยขึ้น
  • คนที่มีผิวไม่เรียบ รูขุมขนกว้าง หรือ texture ผิวค่อนข้างชัด
  • คนที่มีหลุมสิวหรือรอยสิวเรื้อรัง ต้องการให้ผิวเรียบขึ้น
  • คนที่มีผิวหย่อนบางส่วน เช่น ใต้ตา มุมปาก หรือเหนียงเล็ก ๆ
  • คนที่มีรอยแตกลายหรือผิวเปลือกส้มในลำตัว เช่น หน้าท้อง ต้นขา
  • คนที่เคยลดน้ำหนักมากจนผิวบางจุดย้วยลงและอยากให้กลับมาตึงขึ้น
  • คนที่ต้องการผลแบบเป็นธรรมชาติ ไม่ดราม่า และไม่ดูแข็ง

มอเฟียส8 ไม่เหมาะกับใครบ้าง?

Morpheus 8 แม้จะเป็นเทคโนโลยีที่ช่วยยกกระชับและฟื้นฟูผิวได้หลายปัญหา แต่ก็มีบางกลุ่มที่อาจยังไม่เหมาะกับการทำเครื่องนี้ เพราะพลังงาน RF ร่วมกับเข็มต้องลงไปทำงานในชั้นผิวจริง ๆ เพื่อกระตุ้นการซ่อมแซมผิวตามธรรมชาติ ผมเลยอยากอธิบายให้เข้าใจแบบง่าย ๆ ว่ากลุ่มไหนควรหลีกเลี่ยงหรือรอประเมินก่อน เพื่อให้การรักษาปลอดภัยและได้ผลดีที่สุด

กลุ่มที่อาจไม่เหมาะกับ Morpheus 8

  • ผู้ที่มีแผลอักเสบหรือผื่น active อยู่บนใบหน้า เช่น สิวอักเสบเยอะ หรือผิวติดเชื้อง่าย
  • ผู้ที่เพิ่งทำเลเซอร์ผิวแรง ๆ หรือเพิ่งผลัดผิวจนผิวบางและยังไม่แข็งแรง
  • ผู้ที่มีประวัติเป็นคีลอยด์ง่าย ควรประเมินเป็นรายบุคคลก่อน
  • ผู้ที่กำลังตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร ควรงดเพื่อความปลอดภัย
  • ผู้ที่ทานยากลุ่มบางชนิดที่มีผลต่อการสมานแผล ควรแจ้งแพทย์ก่อนทุกครั้ง
  • ผู้ที่มีอุปกรณ์โลหะฝังในบริเวณที่ต้องการทำ อาจต้องงดการทำบางพื้นที่
  • ผู้ที่มีผิวไวต่อความร้อนหรือมีโรคผิวหนังเฉพาะทางบางชนิด

การประเมินก่อนทำจึงสำคัญมาก เพราะช่วยให้เลือกเทคโนโลยีที่เหมาะกับผิวจริง ๆ และทำให้ผลลัพธ์ทั้งปลอดภัยและเห็นผลตามต้องการครับ

ข้อดี และข้อจำกัดในการทำ Morpheus8

Morpheus8 เป็นเทคโนโลยีที่เหมาะกับคนที่อยากให้ผิวแน่นขึ้นแบบธรรมชาติ เพราะช่วยฟื้นฟูผิวจากชั้นลึกและเก็บรายละเอียดผิวด้านบนไปพร้อมกัน แต่เหมือนหัตถการทุกประเภท มันมีทั้งข้อดีและข้อจำกัดที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจทำ ผมเลยสรุปให้เข้าใจง่ายทั้งสองมุม เพื่อให้วางแผนได้เหมาะกับสภาพผิวของแต่ละคนจริง ๆ

ข้อดีของการทำ Morpheus8

  • ช่วยยกผิวให้แน่นขึ้น ลดความหย่อนคล้อยที่แก้มและกรอบหน้า
  • เก็บรูขุมขนและ texture ผิว ทำให้ผิวดูละเอียดขึ้น
  • เห็นผลทั้งด้านความเฟิร์มและความเนียนในเครื่องเดียว
  • กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ทำให้ผิวแข็งแรงในระยะยาว
  • ใช้ได้ทั้งใบหน้าและลำตัว รวมถึงโซนเล็ก เช่น ใต้ตา
  • พักฟื้นไม่นาน ผิวชมพู 1–3 วัน แล้วทำงานได้ตามปกติ
  • เหมาะกับคนที่ต้องการผลเป็นธรรมชาติ ไม่อยากให้หน้าดูแข็ง

ข้อจำกัดของการทำ Morpheus 8

  • มีความรู้สึกเจ็บระหว่างทำ แม้จะทายาชาก่อนแล้ว
  • ผิวอาจแดง บวมเล็กน้อย หรือมีรอยจุดเข็ม 1–3 วัน
  • เคสผิวหย่อนมากอาจต้องทำหลายครั้งเพื่อให้ผลชัด
  • ไม่เหมาะกับคนที่มีผิวอักเสบ สิว active หรือผิวอ่อนแอมาก
  • ต้องดูแลหลังทำ เช่น หลีกเลี่ยงแดดและเครื่องสำอางช่วงแรก
  • ราคาค่อนข้างสูงกว่าบางเทคโนโลยี แต่ให้ผลในหลายปัญหาพร้อมกัน

Morpheus8 ผลลัพธ์อยู่ได้นานไหม ?

ผลลัพธ์ของ มอเฟียส8 อยู่ได้นานประมาณ 9–12 เดือน ซึ่งถือว่าอยู่ในช่วงที่คงตัวได้นานกว่าการยกกระชับหลายชนิด เพราะพลังงาน RF ที่ส่งผ่านเข็มจะกระตุ้นให้ผิวสร้างคอลลาเจนใหม่อย่างต่อเนื่อง ผลที่ได้จึงค่อย ๆ ดีขึ้นเรื่อย ๆ ไม่ได้หายไปเร็วเหมือนทรีตเมนต์ผิวชั้นบนทั่วไป หลังทำช่วง 1–2 สัปดาห์แรก ผิวจะเริ่มแน่นและเนียนขึ้น แล้วจะชัดที่สุดในช่วง 4–6 สัปดาห์ จากนั้นผลลัพธ์จะคงอยู่ยาวตามการสร้างเส้นใยของผิว ตัวปัจจัยที่ทำให้ผลอยู่ได้นานหรือสั้นขึ้นคืออายุ การโดนแดด และพฤติกรรมการใช้ชีวิต เช่น การนอนพักผ่อนและการดูแลผิวประจำวันครับ

มอเฟียส8 ทำกี่ครั้งถึงเห็นผล ?

ผลลัพธ์ของ Morpheus8 จะเริ่มเห็นตั้งแต่ครั้งแรกที่ทำ เพราะผิวมีการหดตัวของคอลลาเจนทันทีหลังได้รับพลังงาน แต่จะชัดเจนที่สุดในช่วง 7–14 วัน และค่อย ๆ ดีขึ้นต่อเนื่องอีกหลายสัปดาห์ สำหรับการทำเป็นคอร์ส ส่วนใหญ่แนะนำประมาณ 2–3 ครั้ง ห่างกันครั้งละ 4–6 สัปดาห์ เพื่อให้ผิวสร้างคอลลาเจนใหม่ได้เต็มที่และได้ผลที่คงทนมากขึ้น

ในเคสที่ผิวมีหลายปัญหามารวมกัน เช่น รูขุมขนกว้างร่วมกับผิวหย่อน หรือมีหลุมสิวที่ลึก อาจต้องวางแผนจำนวนครั้งให้เหมาะกับสภาพผิวของแต่ละคน ผลลัพธ์จะออกมาเป็นธรรมชาติ ผิวแน่นขึ้นแบบค่อยเป็นค่อยไป และช่วยให้พื้นผิวโดยรวมดูละเอียดขึ้นอย่างชัดเจนครับ

ทำ Morpheus8 เจ็บไหม ?

ความรู้สึกระหว่างทำ Morpheus 8 จะขึ้นอยู่กับความลึกของเข็มและระดับพลังงานที่ใช้ในแต่ละตำแหน่ง แต่โดยทั่วไปคนไข้ส่วนใหญ่บอกว่า “เจ็บพอทน” และไม่รุนแรงอย่างที่คิด เพราะมีการทายาชาก่อนทำ ทำให้ความรู้สึกจะเป็นลักษณะอุ่นลึกและจี๊ดเบา ๆ ตามจังหวะของเข็มมากกว่า

บางบริเวณเช่น ใต้ตา หรือข้างแก้ม อาจรู้สึกมากกว่าส่วนอื่นเล็กน้อย แต่ยังอยู่ในระดับที่ทำได้สบาย หลังทำอาจมีผิวชมพูหรือรู้สึกตึงเล็ก ๆ 1–2 วันแล้วค่อย ๆ ดีขึ้น ปัจจุบันหลายคลินิกใช้เทคนิคลดการระคายเคืองและปรับค่าพลังงานให้เหมาะกับแต่ละคน จึงช่วยให้ทำได้สบายและปลอดภัยมากขึ้นครับ

ทำ Morpheus8 อันตรายไหม ?

มอเฟียส8 ถือเป็นหัตถการที่มีความปลอดภัยสูงเมื่อทำโดยแพทย์ที่ประเมินผิวอย่างเหมาะสมและตั้งค่าพลังงานตามสภาพผิวจริง เพราะตัวเครื่องใช้พลังงาน RF ร่วมกับเข็มที่ควบคุมความลึกได้ค่อนข้างแม่นยำ ทำให้ทำงานเฉพาะในชั้นผิวที่ต้องการ โดยไม่ไปรบกวนเนื้อเยื่อรอบข้างมากเกินไป

ผลข้างเคียงที่พบได้บ่อยจะเป็นผิวชมพู ตึงเล็กน้อย หรือมีจุดเข็มจาง ๆ ประมาณ 1–3 วัน ซึ่งหายเองได้ตามกระบวนการซ่อมแซมของผิว แต่ถ้ามีผิวอักเสบ สิว active หรือผิวบางมาก ควรเลื่อนการทำออกไปก่อนเพื่อป้องกันการระคายเคืองเพิ่มเติม สิ่งสำคัญคือการเลือกคลินิกที่ใช้หัวทิปแบบใช้ครั้งเดียวและผ่านการฆ่าเชื้อ พร้อมดูแลหลังทำอย่างเหมาะสม ก็จะช่วยให้ทำได้อย่างปลอดภัยและเห็นผลลัพธ์ตามที่ต้องการครับ

ขั้นตอนการทำ Morpheus 8

ขั้นตอนการทำ Morpheus 8 จะถูกออกแบบให้เหมาะกับสภาพผิวของแต่ละคน เพื่อให้พลังงานลงไปในระดับที่ต้องการจริง ๆ และช่วยให้ผิวฟื้นตัวแบบเป็นธรรมชาติที่สุด กระบวนการทั้งหมดจะเน้นความละเอียดและความปลอดภัย โดยมีการควบคุมความลึกของเข็มและระดับพลังงานเป็นรายตำแหน่ง จึงช่วยให้เห็นผลทั้งความเฟิร์มและผิวเนียนขึ้นอย่างชัดเจน

ขั้นตอนการทำ มอเฟียส8

  • ประเมินผิวก่อนทำ ตรวจปัญหาหลัก เช่น ความหย่อน รูขุมขน หรือหลุมสิว เพื่อวางระดับความลึกของเข็ม
  • ทำความสะอาดผิวและทายาชา ทิ้งไว้ประมาณ 30–45 นาที เพื่อลดความรู้สึกเจ็บระหว่างทำ
  • เริ่มยิงพลังงานตามตำแหน่งที่ประเมิน แพทย์จะปรับความลึกของเข็มแต่ละโซน เช่น ใต้ตาจะตื้นกว่า กรอบหน้าจะลึกกว่า
  • ประคบเย็นหลังทำ ช่วยลดความร้อนและทำให้ผิวสบายขึ้น
  • ให้คำแนะนำในการดูแลผิว เช่น หลีกเลี่ยงแดด 48 ชั่วโมง งดแต่งหน้า 24 ชั่วโมง และใช้ครีมบำรุงที่อ่อนโยน

กระบวนการทั้งหมดใช้เวลาประมาณ 45–90 นาที ขึ้นกับพื้นที่ที่ต้องการทำ ทำเสร็จแล้วสามารถกลับไปทำงานหรือใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติครับ

การดูแลตนเองหลังทำ Morpheus 8

การดูแลหลังทำ Morpheus8 สำคัญมากพอ ๆ กับขั้นตอนการทำ เพราะพลังงานที่ลงลึกจะกระตุ้นให้ผิวเริ่มซ่อมแซมตัวเองทันทีหลังทำ การใส่ใจช่วงนี้จะช่วยให้ผิวฟื้นตัวเร็วขึ้น ลดการระคายเคือง และทำให้ผลลัพธ์ออกมาสวยและเป็นธรรมชาติ โดยรวมแล้วผิวจะมีอาการชมพู ตึง หรือรู้สึกอุ่น ๆ อยู่ 1–3 วัน ถือว่าเป็นช่วงเวลาที่ผิวกำลังตอบสนองต่อการรักษาได้ดี

การดูแลหลังทำ มอเฟียส8

  • ประคบเย็นเบา ๆ ใน 24 ชั่วโมงแรก ช่วยลดความอุ่นและบรรเทาอาการแดงหรือบวมเล็กน้อย
  • งดออกแดดจัด 48 ชั่วโมง เพราะผิวในช่วงนี้ไวต่อความร้อน ควรหลบแดดและทาครีมกันแดดอ่อนโยน
  • งดแต่งหน้า 24 ชั่วโมงแรก เพื่อให้รูเข็มจางลงและลดความเสี่ยงในการเกิดการอุดตัน
  • หลีกเลี่ยงสครับ ผลัดเซลล์ผิว หรือเลเซอร์ที่แรง ควรรออย่างน้อย 5–7 วันจนผิวแข็งแรงก่อน
  • ใช้สกินแคร์เนื้อบางและอ่อนโยน เน้นให้ความชุ่มชื้น ลดการระคายเคือง เช่น สารสกัดใบบัวบก เซราไมด์
  • งดซาวน่า ออกกำลังกายหนัก หรือกิจกรรมที่ทำให้หน้าแดงจัด ควรเว้นอย่างน้อย 48 ชั่วโมงเพื่อลดโอกาสการอักเสบ
  • ดื่มน้ำให้เพียงพอ ช่วยให้ผิวฟื้นตัวไวและสร้างคอลลาเจนได้ดีขึ้น

ผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นได้หลังทำ Morpheus 8

ผลข้างเคียงหลังทำ มอเฟียส8 มักเป็นอาการที่เกิดขึ้นชั่วคราวและหายได้เองในไม่กี่วัน เนื่องจากพลังงาน RF และเข็มที่ลงในหลายระดับชั้นผิวจะกระตุ้นการซ่อมแซมตามธรรมชาติของร่างกาย ทำให้ผิวตอบสนองชัดช่วงแรก ๆ ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องปกติของกระบวนการฟื้นฟูผิว แต่เพื่อให้คุณสบายใจ ผมสรุปอาการที่อาจเจอได้แบบเข้าใจง่ายดังนี้

ผลข้างเคียงที่พบได้หลังทำ Morpheus 8

  • ผิวชมพูหรือแดงเล็กน้อย พบได้ในช่วง 1–3 วันแรก เป็นสัญญาณว่าผิวกำลังฟื้นตัว
  • บวมเล็ก ๆ หรือรู้สึกตึงหน้า เกิดจากการอุ่นลึกของพลังงาน มักดีขึ้นภายใน 48 ชั่วโมง
  • รอยจุดเข็มจาง ๆ พบในบางคน โดยเฉพาะผิวบาง จะหายเองภายในไม่กี่วัน
  • ผิวแห้งหรือคันอ่อน ๆ เกิดจากการที่ผิวเริ่มผลัดเซลล์ ควรใช้ครีมบำรุงเนื้ออ่อนโยน
  • รอยช้ำเล็กน้อย พบได้น้อยและมักหายเองภายใน 3–7 วัน
  • ผิวเป็นผดขนาดเล็กบางบริเวณ เกิดได้จากการระคายเคืองชั่วคราว ควรหลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์ที่แรงเกินไป

Morpheus8 ราคาเท่าไหร่ ?

ราคา Morpheus 8 จะขึ้นอยู่กับบริเวณที่ทำและจำนวนพื้นที่ที่ต้องการเก็บผิว โดยราคาปกติของโปรแกรมใบหน้าอยู่ที่ 30,900 บาท ถ้าทำใบหน้ารวมลำคอจะอยู่ที่ 35,900 บาท ส่วนงานลำตัว เช่น หน้าท้องหรือต้นขา ราคาอยู่ที่ 59,000 บาท และแบบรวมหลายตำแหน่ง เช่น ใบหน้า เหนียง และคอ จะอยู่ที่ 89,000 บาท หลายเคสที่อยากวางแผนงบประมาณ ผมแนะนำให้ดูรูปโปรฯ ประกอบ เพราะบางช่วงจะมีราคาพิเศษที่ประหยัดขึ้นมาก เหมาะสำหรับคนที่ต้องการทำครบหลายโซนในครั้งเดียวครับ

Morpheus8

ถ้าคุณเริ่มรู้สึกว่าผิวไม่แน่นเหมือนเดิม หรืออยากยกกระชับให้หน้าดูเฟิร์มขึ้นแบบไม่ต้องพักฟื้น Morpheus8 อาจเป็นคำตอบที่ใช่สำหรับคุณครับ สามารถทักมาปรึกษาฟรีที่ Line Official หรือ Inbox Facebook ของ TBL Clinic ได้เลย ผมช่วยประเมินรูปหน้า–สภาพผิวให้แบบละเอียด และวางแผนจำนวนครั้งที่เหมาะที่สุดสำหรับเป้าหมายของคุณ

การดูแลผิวให้กลับมาตึง กระชับ และดูเด็กขึ้น ไม่ต้องซับซ้อนเลยครับ แค่เริ่มปรึกษา เราจะวางแผนให้คุณดูดีขึ้นในแบบที่เป็นตัวคุณที่สุด

รีวิว Morpheus 8 จากผู้ใช้จริงที่ TBL Clinic

Morpheus8

บทความแนะนำ : รีวิว Morpheus8 เคสคุณครูบี เปลี่ยนหน้าห้อย เป็นหน้ายกใน 21 วัน

สรุป ผิวที่เรียบ เนียน และแน่นขึ้น คือซิกเนเจอร์ของ Morpheus 8 อย่างแท้จริง

Morpheus8 เป็นเทคโนโลยีที่ทำให้ผิวดูแข็งแรงขึ้นจากโครงสร้างลึกจริง ๆ ซึ่งเป็นเหตุผลว่าทำไมหลายคนรู้สึกได้ถึงผิวที่แน่นขึ้น เรียบขึ้น และเนียนขึ้นหลังทำไม่นาน จุดเด่นของเครื่องนี้คือการส่งพลังงานลงไปหลายระดับชั้นผิว ช่วยให้คอลลาเจนถูกกระตุ้นอย่างสม่ำเสมอ ทั้งในส่วนที่เป็นรอยยับ รอยหลุม หรือบริเวณที่เริ่มหย่อนคล้อยตามวัย ผิวจึงฟื้นแรงขึ้นแบบเป็นธรรมชาติ ไม่แข็ง ไม่ตึงจนเกินไป

อีกอย่างที่หลายคนชอบคือความเปลี่ยนแปลงที่ค่อย ๆ ชัดขึ้นเรื่อย ๆ ในช่วง 4–6 สัปดาห์ ทั้งในเรื่องรูขุมขนที่ดูเล็กลง ความเรียบของผิวที่ดีขึ้น และความเฟิร์มที่จับได้จริงมอเฟียส จึงถูกมองว่าเป็นเครื่องที่ช่วยรีเฟรชผิวแบบครบหลายมิติ โดยเฉพาะคนที่ต้องการให้ผิวดูสุขภาพดีขึ้นจากด้านใน พร้อมผลลัพธ์ที่อยู่ได้นานและกลืนกับรูปหน้าตามธรรมชาติครับ

ทำไมต้องเลือก TBL Clinic?

การเลือกทำ Morpheus 8 ให้ได้ผลลัพธ์ที่ดี ไม่ได้ขึ้นอยู่กับตัวเครื่องเพียงอย่างเดียว แต่เกี่ยวกับการประเมินผิว เทคนิคลงพลังงาน และความใส่ใจในรายละเอียดของคลินิกด้วย ซึ่ง TBL Clinic เป็นหนึ่งในคลินิกที่ออกแบบการรักษาแบบเฉพาะบุคคล และอยู่ใกล้ BTS พระโขนง เดินทางสะดวกมาก เหมาะสำหรับคนทำงานและวัยที่ต้องการมาดูแลผิวแบบรวดเร็ว แต่ต้องการผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติ

เหตุผลที่หลายคนเลือกทำ Morpheus 8 ที่ TBL Clinic

  • การประเมินผิวแบบละเอียดก่อนทำทุกเคส เพื่อกำหนดระดับความลึกและพลังงานให้เหมาะกับปัญหาจริงของแต่ละคน
  • ใช้หัวทิปใหม่ทุกเคส เน้นความสะอาดและความปลอดภัยตามมาตรฐานสากล
  • เทคนิคการลงพลังงานที่นุ่มและแม่นยำ ลดโอกาสระคายเคือง พร้อมช่วยให้ผลลัพธ์ออกมาดูสวยเป็นธรรมชาติ
  • เคสผิวหย่อนหรือหลุมสิวมาก มีการปรับแผนร่วมเทคโนโลยีอื่นได้ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่คุ้มค่าที่สุด
  • เดินทางง่ายมาก ใกล้ BTS พระโขนง เหมาะสำหรับคนที่ต้องการความรวดเร็ว ไม่ต้องเสียเวลาเดินทาง
  • การดูแลหลังทำละเอียดจริง มีคำแนะนำที่ชัดเจนและติดตามผลเพื่อให้ผิวฟื้นตัวดีที่สุด

FAQ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Morpheus8

  1. Morpheus 8 คืออะไร
    Morpheus8 คือเทคโนโลยี RF Microneedling ที่ใช้เข็มขนาดเล็กส่งพลังงานคลื่นวิทยุลงลึกถึงชั้นผิวและชั้นไขมัน ช่วยกระตุ้นคอลลาเจน ลดความหย่อนคล้อย และทำให้ผิวเรียบเนียนขึ้น เหมาะสำหรับผู้ที่มีแก้มตก รูขุมขนกว้าง หรือผิวไม่กระชับ
  2. Morpheus 8 เจ็บไหม
    เจ็บได้เล็กน้อย แต่ทนได้ เพราะมีการทายาชาก่อนทำ ความรู้สึกจะเป็นความร้อนลึกผสมความจี๊ดตามจังหวะเข็ม ความเจ็บขึ้นกับระดับความลึกที่ใช้ในแต่ละตำแหน่งของหน้า
  3. Morpheus 8 เห็นผลเมื่อไหร่
    เริ่มเห็นผลภายใน 7–14 วัน จากการหดตัวของคอลลาเจน และเห็นผลชัดขึ้นใน 4–6 สัปดาห์ เพราะผิวสร้างคอลลาเจนใหม่เต็มกระบวนการ ผลลัพธ์อยู่ได้นานหลายเดือน
  4. Morpheus 8 ช่วยอะไรได้บ้าง
    มอเฟียส8 ช่วยยกกระชับผิวที่เริ่มหย่อนคล้อยให้กลับมาตึงขึ้น ทำให้กรอบหน้าคมชัดขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ พร้อมลดเหนียงและแก้มที่ตกโดยไม่ต้องผ่าตัด นอกจากนี้ยังช่วยแก้ปัญหารูขุมขนกว้าง ผิวไม่เรียบ และรอยสิวเก่าได้ดีมาก เพราะพลังงาน RF จะลงไปกระตุ้นคอลลาเจนให้ผิวแน่นขึ้นจากด้านใน ผิวจึงดูเรียบกว่า เด้งกว่า และสดใสขึ้น เหมาะกับทั้งคนที่มีร่องแก้มชัด หลุมสิวตื้น ๆ หรือพื้นผิวที่ดูหยาบ เมื่อทำอย่างต่อเนื่องผิวจะฟื้นตัวดีขึ้นเรื่อย ๆ ใน 3–6 เดือน ช่วยให้หน้าโดยรวมดูอิ่มฟู แข็งแรง และดูเด็กขึ้นแบบไม่ต้องพักฟื้นนานครับ
  5. Morpheus 8 ต้องทำกี่ครั้ง
    ส่วนใหญ่ 2–3 ครั้ง ห่างกันครั้งละ 4–6 สัปดาห์ เพื่อให้คอลลาเจนถูกกระตุ้นต่อเนื่อง ผลลัพธ์จะอยู่ได้นานกว่า และผิวดูแน่นขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ
  6. Morpheus 8 อยู่ได้นานแค่ไหน
    ผลลัพธ์ของมอเฟียส8 อยู่ได้ประมาณ 9–12 เดือน ขึ้นกับอายุ โครงสร้างผิว และพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน เช่น การนอน การโดนแดด หรือการดูแลผิวหลังทำ
  7. หลังทำ Morpheus 8 แต่งหน้าได้เมื่อไหร่
    แต่งหน้าได้ใน 24–48 ชั่วโมง เมื่อผิวไม่แดง ไม่ระคายเคือง และรูเข็มเริ่มปิดแล้ว เพื่อป้องกันการอุดตันหรือการติดเชื้อ