TBL Clinic

ร้อยไหมยกคิ้ว นวัตกรรมยกตาเปิดข้างบนแบบธรรมชาติ ไม่ต้องผ่าตัด Endotine

ร้อยไหมยกคิ้ว

หัวข้อ

ตอนแรกคิดว่าต้องผ่าตัดเท่านั้นถึงจะยกคิ้วได้… คือคำพูดจากคนไข้คนหนึ่งที่เข้ามาปรึกษา เพราะคิ้วตกจนทำให้ตาดูเศร้า หน้าดูเหนื่อยอยู่ตลอด ทั้งที่จริง ๆ ไม่ได้รู้สึกอย่างนั้นเลย หลังจากประเมิน หมออธิบายว่าแท้จริงแล้วไม่จำเป็นต้องผ่าตัดใหญ่แบบ Endotine เสมอไปแค่ ร้อยไหมยกคิ้ว ก็สามารถยกแนวคิ้วและหางตาให้ดูเปิดขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติได้

เทคนิคนี้ใช้ไหมละลายชนิดพิเศษสอดใต้ผิวในตำแหน่งเฉพาะ เพื่อยกผิวและกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนไปพร้อมกัน ผลลัพธ์เห็นได้ทันทีหลังทำ และจะค่อย ๆ ชัดขึ้นในช่วง 2–4 สัปดาห์ เหมาะกับคนที่อยากให้ใบหน้าดูตื่น สดใสขึ้น โดยไม่ต้องพักฟื้นหรือเสี่ยงจากการศัลยกรรม เปิดตาให้ดูสดใสขึ้นโดยไม่ต้องผ่าตัด แค่ร้อยไหมอย่างถูกจุดโดยแพทย์เฉพาะทาง

ทำไมคิ้วตก หางตาตก ถึงทำให้หน้าดูแก่กว่าที่คิด

หลายคนอาจไม่รู้ว่า คิ้วตก หรือ หางตาตก มีผลต่อภาพรวมของใบหน้ามากกว่าที่คิด เพราะมันคือสัญญาณแรก ๆ ของการเปลี่ยนแปลงจากแรงโน้มถ่วงและการเสื่อมของคอลลาเจนในชั้นผิว เมื่ออายุมากขึ้น โครงสร้างผิวหนังบริเวณหน้าผากและรอบตาจะเริ่มบางลง กล้ามเนื้อ frontalis (กล้ามเนื้อยกคิ้ว) ทำงานหนักขึ้นเพื่อพยุงแนวคิ้วให้สูง ส่งผลให้เกิดรอยย่นและความล้าบริเวณหน้าผากโดยไม่รู้ตัว

เมื่อแนวคิ้วลดระดับลง หางตาที่เคยเชิดจะตกตามแรงโน้มถ่วง ทำให้ดวงตาดูเล็ก เหมือนคนเหนื่อยหรือเศร้าอยู่ตลอดเวลา ซึ่งในมุมของ aesthetic balance แล้ว นี่คือจุดที่ทำให้ใบหน้าดูแก่กว่าอายุจริง ทั้งที่ผิวยังดีอยู่ก็ได้ หมอจึงมักแนะนำให้ฟื้นฟูตั้งแต่เนิ่นๆ ด้วยวิธีที่ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน เช่น การร้อยไหมยกคิ้ว เพราะช่วยยกแนวผิวให้กลับมาตึงและเปิดดวงตาได้ โดยไม่ต้องพึ่งการผ่าตัดใหญ่

สาเหตุของคิ้วตกและหางตาตก

คิ้วตกและหางตาตกไม่ได้เกิดจากอายุอย่างเดียว แต่เป็นผลจากหลายปัจจัยที่ค่อยๆ เปลี่ยนโครงสร้างผิวและกล้ามเนื้อรอบดวงตาโดยที่เราไม่ทันสังเกต ซึ่งหมอมักอธิบายให้คนไข้เข้าใจว่ามันคือการเสื่อมในเชิงกายภาพและพฤติกรรมร่วมกัน โดยสามารถแยกเป็นสาเหตุหลัก ๆ ได้ดังนี้

  • อายุ (Aging Process) เมื่ออายุเกิน 25 ปีขึ้นไป ร่างกายเริ่มลดการผลิตคอลลาเจนและอีลาสติน ทำให้ชั้นผิวบางลง ความยืดหยุ่นลดลง แนวคิ้วจึงถูกแรงโน้มถ่วงดึงลงตามธรรมชาติ
  • แรงโน้มถ่วง (Gravity Effect) แรงดึงจากโลกทำให้ผิวและเนื้อเยื่อใต้ผิวเคลื่อนตัวลงช้า ๆ โดยเฉพาะบริเวณที่มีกล้ามเนื้อเคลื่อนไหวบ่อย เช่น รอบดวงตาและหน้าผาก
    พฤติกรรมซ้ำ ๆ (Facial Habit) การขมวดคิ้วบ่อย การเลิกคิ้วเพื่อเปิดตา หรือการเพ่งหน้าจอนาน ๆ ทำให้กล้ามเนื้อ frontalis ทำงานเกิน ส่งผลให้เกิดความล้าและแนวคิ้วตกในที่สุด
  • การนอน (Sleeping Position) นอนตะแคงหรือคว่ำหน้าบ่อย ๆ ทำให้แรงกดทับบนใบหน้าไม่สมดุล ผิวด้านนั้นจะเริ่มย้อยเร็วกว่าปกติ
  • ความเครียด (Stress Hormone) คอร์ติซอลที่หลั่งออกมาช่วงเครียดมีผลต่อการสลายคอลลาเจนและการไหลเวียนเลือด ส่งผลให้ผิวรอบตาหมองและสูญเสียความยืดหยุ่นเร็วกว่าปกติ

ร้อยไหมยกคิ้ว คืออะไร แตกต่างจากการร้อยไหมทั่วไปยังไง

ร้อยไหมยกคิ้ว คือเทคนิคการฟื้นฟูแนวคิ้วและหางตาให้ยกขึ้น โดยใช้ “ไหมละลาย” ชนิดพิเศษสอดเข้าไปใต้ชั้นผิวในระดับที่เรียกว่า subdermal layer ซึ่งเป็นตำแหน่งเดียวกับที่กล้ามเนื้อยึดเกาะกับชั้นผิวหนัง การสอดไหมในแนวเฉียงจะช่วยสร้างแรงยก (lifting vector) เพื่อยกแนวคิ้วและผิวส่วนบนขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ

จุดที่แตกต่างจากการร้อยไหมทั่วไปคือทิศทางและตำแหน่งการสอดไหม เพราะบริเวณรอบดวงตาและหน้าผากเป็นจุดที่ต้องการความละเอียดสูง การยกต้องไม่รั้งจนเกินไป เพื่อไม่ให้คิ้วดูแข็งหรือไม่สมมาตร นอกจากนี้ไหมละลายที่ใช้ยังถูกออกแบบให้มีเงี่ยง (barb) พิเศษ เพื่อยึดเกาะเนื้อเยื่อได้มั่นคงมากกว่าไหมยกทั่วใบหน้า หลังทำจะเห็นผลทันที คิ้วยกขึ้น ดวงตาดูเปิด และเมื่อไหมละลาย ผิวจะค่อย ๆ สร้างคอลลาเจนใหม่ ทำให้ผลลัพธ์อยู่ได้นานและดูเป็นธรรมชาติตลอดช่วงคงสภาพ

หลักการยกคิ้วด้วยไหมละลาย

หลักการของการร้อยไหมยกคิ้วคือการยกผิวและกระตุ้นคอลลาเจนในเวลาเดียวกัน โดยไหมละลายที่ใช้ เช่น PDO, PCL และ PPLA จะถูกสอดเข้าไปใต้ชั้นผิวในแนวเฉียงเพื่อสร้างแรงดึงในทิศทางตรงข้ามกับแรงโน้มถ่วง เส้นไหมแต่ละชนิดจะมีคุณสมบัติแตกต่างกัน เช่น PDO ละลายเร็ว เหมาะกับการยกทันที, PCL อยู่ได้นานกว่าเพราะกระตุ้นคอลลาเจนต่อเนื่อง และ PPLA ที่ถือเป็นรุ่นใหม่ ช่วยให้ผิวยืดหยุ่นและยกกระชับยาวนานกว่าชนิดอื่น

เมื่อไหมถูกสอดเข้าไป ร่างกายจะเกิดการสร้างคอลลาเจนรอบแนวเส้นไหม ทำให้ผิวแน่นขึ้นโดยธรรมชาติ แม้หลังไหมละลายแล้วโครงสร้างผิวใหม่ ที่สร้างขึ้นยังคงอยู่ จึงให้ผลลัพธ์การยกคิ้วที่ดูเป็นธรรมชาติ ไม่แข็งตึง และยังช่วยให้แนวหางตาดูเฉี่ยวขึ้น ใบหน้าโดยรวมจะดูกระชับ สดใส และอ่อนเยาว์ขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ

จุดต่างระหว่างร้อยไหมยกคิ้วกับร้อยไหมหน้า

หลายคนอาจคิดว่าการร้อยไหมยกคิ้วกับการร้อยไหมหน้าเหมือนกัน แต่จริง ๆ แล้ว “เทคนิคและตำแหน่งการสอดไหม” แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง เพราะแต่ละส่วนของใบหน้ามีโครงสร้างผิว กล้ามเนื้อ และชั้นเนื้อเยื่อไม่เหมือนกัน

การ ร้อยไหมยกคิ้ว จะเน้นทิศทางการยกเฉียงขึ้นจากหางตาไปยังขมับ (temporal vector) โดยสอดไหมในชั้น subcutaneous layer หรือใต้ผิวตื้นกว่าการร้อยไหมทั่วหน้า เพื่อให้แรงยกเกิดบริเวณรอบดวงตาและหน้าผากโดยเฉพาะ จุดประสงค์คือการเปิดหางตาและยกแนวคิ้วให้สูงขึ้นแบบพอดี โดยไม่ทำให้คิ้วแข็งหรือตึงเกินจริง

ส่วน ร้อยไหมหน้า จะเน้นยกผิวในแนวตั้งและแนวเฉียงจากขากรรไกรขึ้นสู่โหนกแก้ม โดยสอดไหมลึกกว่าชั้น SMAS เพื่อกระตุ้นการยกทั่วใบหน้า เหมาะกับเคสผิวหย่อนคล้อยมากหรือมีร่องแก้มชัด

ดังนั้น การร้อยไหมยกคิ้วจึงต้องใช้ความละเอียดสูงกว่า เพราะบริเวณนี้มีเส้นเลือดและเส้นประสาทสำคัญ ต้องทำโดยแพทย์ที่เข้าใจ anatomy อย่างลึกซึ้งเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ยกอย่างเป็นธรรมชาติและปลอดภัย

ร้อยไหมยกคิ้วแทนการผ่าตัด Endotine ได้ไหม

หลายคนที่อยากยกคิ้วหรือหางตาให้เฉี่ยวขึ้น มักลังเลระหว่าง การผ่าตัด Endotine กับ การร้อยไหมยกคิ้ว ซึ่งจริงๆ แล้วทั้งสองเทคนิคให้ผลลัพธ์ใกล้เคียงกัน แต่มีรายละเอียดและจุดแตกต่างที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจ

หัวข้อเปรียบเทียบ ร้อยไหมยกคิ้ว (Thread Lift) ผ่าตัด Endotine (Surgical Brow Lift)
หลักการทำงาน ใช้ไหมละลายชนิดมีเงี่ยง (PDO / PCL / PPLA) สอดใต้ผิวในแนวเฉียง เพื่อยกแนวคิ้วและหางตา พร้อมกระตุ้นคอลลาเจน ใช้แผ่นยึดพิเศษ (Endotine) ฝังใต้เยื่อหุ้มกล้ามเนื้อเพื่อตรึงแนวคิ้วให้ยกขึ้นในตำแหน่งใหม่
ความลึกของหัตถการ ทำในชั้นผิวระดับ subcutaneous layer (ตื้นกว่า) ทำในชั้นลึกระดับ periosteal layer (ชั้นเยื่อหุ้มกระดูก)
ระยะเวลาพักฟื้น บวมน้อย เข้าที่ใน 3–7 วัน ไม่ต้องพักฟื้นนาน ต้องพักฟื้นประมาณ 1–2 สัปดาห์ อาจมีรอยช้ำและบวมมากกว่า
ผลลัพธ์ ยกคิ้วได้อย่างเป็นธรรมชาติ เห็นผลทันทีหลังทำ ยกคิ้วได้มากกว่า เหมาะกับผู้ที่มีผิวหย่อนคล้อยมาก
ระยะเวลาคงอยู่ ประมาณ 1–2 ปี แล้วแต่ชนิดไหมและการดูแลผิว ผลลัพธ์อยู่ได้นาน 5–10 ปี ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและอายุ
ความเหมาะสมของเคส เหมาะกับคนที่เริ่มมีคิ้วตก หางตาตกเล็กน้อย หรือไม่ต้องการผ่าตัด เหมาะกับผู้ที่มีคิ้วตกชัดเจน ผิวหนังหย่อนคล้อยมาก และต้องการผลระยะยาว
ความเสี่ยงและภาวะแทรกซ้อน เสี่ยงน้อยกว่า ไม่ต้องวางยาสลบ แผลขนาดเล็ก เป็นการผ่าตัด มีความเสี่ยงจากยาชาและแผลผ่าตัดมากกว่า
ฟีลหลังทำ หน้าไม่แข็ง ดูละมุน ดวงตาเปิดขึ้นแบบธรรมชาติ โครงหน้าดูยกชัดเจนขึ้น แต่ต้องใช้เวลาปรับเข้ากับตำแหน่งใหม่

ร้อยไหมยกคิ้ว ต่างจาก Foxy Eyes ยังไง

หลายคนอาจสับสนว่า ร้อยไหมยกคิ้ว กับ ร้อยไหม Foxy Eyes คืออย่างเดียวกัน จริงๆ แล้วสองเทคนิคนี้คล้ายกันตรงที่ช่วยยกหางตาและแนวคิ้วให้ดูกระชับขึ้น แต่ต่างกันที่ จุดประสงค์และองศาการยก ซึ่งส่งผลต่อฟีลลิ่งของใบหน้าโดยตรง

ร้อยไหมยกคิ้ว จะเน้นยกในแนวธรรมชาติ ยกแนวคิ้วขึ้นในองศาที่พอดี เพื่อให้ดวงตาดูสดใสขึ้นและลดอาการตาเศร้า เหมาะกับคนที่อยากให้หน้าดูอ่อนวัยโดยไม่เปลี่ยนเอกลักษณ์เดิม เทคนิคนี้หมอมักสอดไหมในแนวเฉียงจากหางตาไปขมับ เพื่อเปิดแนวตาให้ดูยกขึ้นแบบพอดี

ส่วน Foxy Eyes Thread Lift จะเป็นการยกที่ “เฉียบและเฉี่ยวกว่า” ใช้มุมยกสูงขึ้นและลากแนวยาวกว่าการยกคิ้วปกติ เพื่อสร้างลุคตาเฉี่ยวคล้ายสายฝอ หรือสไตล์ Bella Hadid ซึ่งต้องอาศัยการวางไหมแม่นยำกว่ามาก เพราะหากแรงยกผิดตำแหน่ง อาจทำให้ใบหน้าดูแข็งหรือตาเบี้ยวได้

โดยสรุป หากอยากให้ดวงตาดูเปิดขึ้นแบบละมุน ร้อยไหมยกคิ้วคือคำตอบ แต่ถ้าอยากได้ลุคเฉี่ยวคมแบบสายฝอ Foxy Eyes จะเหมาะกว่า ทั้งสองเทคนิคทำได้โดยไม่ต้องผ่าตัดและฟื้นตัวไว แต่ต้องทำกับแพทย์ที่เข้าใจ anatomy และสัดส่วนใบหน้าเป็นอย่างดีเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่พอดีและปลอดภัย

Foxy Eyes คืออะไร ทำไมถึงได้รับความนิยม

Foxy Eyes คือเทรนด์ความงามที่ได้รับแรงบันดาลใจจากลุคดวงตาเฉี่ยวแบบสาวตะวันตกหรือที่หลายคนเรียกว่า สายฝอ จุดเด่นคือการยกหางตาขึ้นเล็กน้อยในองศาที่พอดี ทำให้ดวงตาดูเรียวยาว คม และมีเสน่ห์แบบ Bella Hadid Effect ซึ่งกลายเป็นเทรนด์ฮอตในวงการความงามทั่วโลกช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา

ทางเทคนิค หมอสามารถปรับลุค Foxy Eyes ได้หลายวิธี ทั้ง ร้อยไหม เพื่อยกหางตาขึ้น ฟิลเลอร์ เพื่อปรับรูปกระบอกตาให้เชิดขึ้น และ โบท็อกซ์ เพื่อคลายกล้ามเนื้อหางตาที่ตก การผสมผสานเทคนิคเหล่านี้ช่วยให้ผลลัพธ์อยู่ได้นานและดูกลมกลืนมากกว่าใช้วิธีเดียว

เทรนด์นี้ได้รับความนิยมเพราะให้ลุคที่ดูมั่นใจ คมเฉี่ยว แต่ยังคงความละมุนในแบบยุคใหม่ เหมาะกับคนที่อยากเปลี่ยนลุคให้ดูโฉบเฉี่ยวขึ้นโดยไม่ต้องผ่าตัด และสามารถปรับองศาให้เหมาะกับสัดส่วนใบหน้าแต่ละคนได้อย่างเป็นธรรมชาติ

บทความแนะนำ : Foxy Eyes คืออะไร? เทรนด์ดวงตาเฉี่ยวคมที่กำลังมาแรง

จุดต่างของร้อยไหมยกคิ้วกับ Foxy Eyes

แม้ ร้อยไหมยกคิ้ว และ ร้อยไหม Foxy Eyes จะใช้เทคนิคไหมละลายในการยกผิวเหมือนกัน แต่ผลลัพธ์และเป้าหมายของทั้งสองแบบต่างกันชัดเจน หมอมักอธิบายให้คนไข้เข้าใจว่า ร้อยไหมยกคิ้ว เน้นคืนความสดใส ส่วน “Foxy Eyes” เน้นลุคเฉี่ยวคมตามเทรนด์สายฝอ ตารางนี้ช่วยให้เห็นภาพต่างได้ชัดขึ้น

หัวข้อเปรียบเทียบ ร้อยไหมยกคิ้ว (Brow Thread Lift) ร้อยไหม Foxy Eyes
ทิศทางการยก ยกเฉียงจากหางตาไปขมับในองศาที่พอดี ยกเฉียงสูงขึ้นจากหางตาไปขมับมากกว่า เพื่อดึงแนวตาให้เฉี่ยวขึ้น
จุดประสงค์หลัก ฟื้นฟูแนวคิ้วที่ตก ให้ใบหน้าดูอ่อนเยาว์และสดใส สร้างลุคตาเฉี่ยว ยกหางตาให้เรียวยาวแบบสายฝอ
ผลลัพธ์ที่ได้ ดวงตาดูเปิดขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ เหมาะกับลุค Soft & Natural ให้ฟีลมั่นใจ เซ็กซี่ และโดดเด่นชัดในโครงหน้า
เหมาะกับโครงหน้า เหมาะกับคนที่คิ้วตกเล็กน้อย ตาเศร้า หรืออยากดูอ่อนวัย เหมาะกับคนที่มีตาเรียวอยู่แล้ว อยากเพิ่มความเฉี่ยวให้ชัดขึ้น
ความรู้สึกหลังทำ หน้าดูละมุน สดใสขึ้นโดยไม่เปลี่ยนเอกลักษณ์เดิม หน้าดูคมชัดขึ้นทันที มีออร่าลุคสายฝอแบบ Bella Hadid

ร้อยไหมยกคิ้ว เหมาะกับใคร ?

ร้อยไหมยกคิ้วเป็นหัตถการที่เหมาะกับคนที่ต้องการ ยกแนวคิ้วและหางตาให้ดูกระชับขึ้น โดยไม่ต้องผ่าตัดใหญ่ เหมาะทั้งผู้หญิงและผู้ชายที่เริ่มมีปัญหาคิ้วตกหรือหางตาตกจากอายุหรือพฤติกรรมการใช้กล้ามเนื้อใบหน้าซ้ำ ๆ หมอขอสรุปกลุ่มที่เหมาะกับการทำไว้ดังนี้

  • คนที่คิ้วตกหรือหางตาตกเล็กน้อยถึงปานกลาง ช่วยให้แนวคิ้วยกขึ้น ดวงตาดูเปิด สดใสขึ้นทันที
  • คนที่ไม่อยากผ่าตัดใหญ่หรือไม่มีเวลาพักฟื้นนาน เหมาะกับไลฟ์สไตล์ยุคนี้ ทำแล้วใช้ชีวิตต่อได้ทันที
  • คนที่ใบหน้าดูเศร้าหรือดูเหนื่อยตลอดเวลา การยกแนวคิ้วจะช่วยให้สีหน้าดูอ่อนโยนและสดชื่นขึ้น
  • คนที่เริ่มมีผิวหย่อนคล้อยรอบตาและหน้าผากตอนต้นวัย 30–40 ปี เป็นช่วงที่การสร้างคอลลาเจนเริ่มลดลง การร้อยไหมช่วยกระตุ้นให้ผิวแน่นขึ้น
  • คนที่อยากปรับโครงหน้าให้ละมุนขึ้นโดยไม่เปลี่ยนรูปหน้าเดิม เพราะเทคนิคนี้ยกในองศาที่เหมาะสม ทำให้ได้ลุคธรรมชาติและดูอ่อนเยาว์กว่าเดิม

ร้อยไหมยกคิ้ว เจ็บไหม ?

ร้อยไหมยกคิ้วเป็นหัตถการที่หลายคนกังวลเรื่องความเจ็บ แต่จริงๆ แล้วระดับความรู้สึกขณะทำถือว่าน้อยมาก เพราะหมอจะใช้ยาชาเฉพาะจุดก่อนเริ่มทุกเคส ทำให้ระหว่างทำรู้สึกเพียงแค่ตึงๆ หรือจิ๊ดเล็กน้อยเท่านั้น ตัวไหมที่ใช้มีขนาดเล็กและถูกออกแบบให้สอดผ่านผิวได้เรียบ ทำให้การบาดเจ็บของเนื้อเยื่อค่อนข้างต่ำ

หลังทำอาจมีอาการตึงบริเวณขมับเล็กน้อยในช่วง 1–3 วันแรก ซึ่งเป็นสัญญาณว่าไหมกำลังทำงานยกผิวขึ้นอย่างถูกทิศทาง หมอมักให้ประคบเย็นและหลีกเลี่ยงการขยับใบหน้ามากในช่วงแรก หลังจากนั้นผิวจะค่อยๆ เข้าที่ เห็นผลยกชัดขึ้นโดยไม่ต้องพักฟื้นนาน ถือว่าเป็นหนึ่งในเทคนิคยกคิ้วที่เจ็บน้อยและปลอดภัยที่สุดในตอนนี้

ผลลัพธ์หลังร้อยไหมยกคิ้ว เห็นความเปลี่ยนแปลงเมื่อไหร่

หลังร้อยไหมยกคิ้วจะเห็นผลการเปลี่ยนแปลงได้ทันทีในระดับหนึ่ง คิ้วและหางตาจะยกขึ้นเล็กน้อย ใบหน้าดูสดใสขึ้นเหมือนคนพักผ่อนเพียงพอ ซึ่งเป็นผลจากแรงดึงของไหมละลายที่ถูกวางในแนวเฉียงใต้ผิว จากนั้นในช่วง 2–4 สัปดาห์ จะเริ่มเห็นผลชัดขึ้น เพราะร่างกายจะสร้างคอลลาเจนรอบแนวไหม ทำให้ผิวแน่นและตึงขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ

ในระยะยาวประมาณ 3–6 เดือน ผิวจะอยู่ในช่วงที่คอลลาเจนเสริมเต็มที่ ทำให้แนวคิ้วยังยกสวยโดยไม่แข็ง และสามารถอยู่ได้นานราว 1–2 ปี ก่อนที่ไหมจะละลายหมด โดยผิวจะยังคงเฟิร์มจากคอลลาเจนใหม่ที่สร้างไว้ ถือเป็นเทคนิคที่ให้ผลลัพธ์ทั้งยกทันทีและฟื้นฟูผิวไปพร้อมกันอย่างสมดุล

วิธีการดูแลหลังร้อยไหมยกคิ้ว

หลังร้อยไหมยกคิ้ว หมอมักบอกคนไข้เสมอว่าช่วงดูแลหลังทำสำคัญไม่แพ้ตอนทำ เพราะพฤติกรรมใน 1–2 สัปดาห์แรกจะมีผลโดยตรงต่อการคงรูปของแนวคิ้วและความยาวของผลลัพธ์ โดยมีแนวทางดูแลง่ายๆ ดังนี้

สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยงในช่วงแรก (7–10 วัน)

  • อย่าจับหน้าบ่อยหรือคลึงบริเวณขมับ–หางตา เพราะไหมยังอยู่ในช่วงเซ็ตตัว อาจทำให้แนวไหมเคลื่อน
  • งดนอนตะแคงหรือคว่ำหน้า เพื่อป้องกันแรงกดทับบนแนวไหม ควรนอนหงายโดยใช้หมอนหนุนศีรษะสูงเล็กน้อย
  • งดออกกำลังกายหนักหรือกิจกรรมที่มีแรงกระแทก เพราะเหงื่อและการเกร็งกล้ามเนื้ออาจรบกวนกระบวนการยึดไหม
  • หลีกเลี่ยงการเข้าซาวน่า สตีม หรือโดนความร้อนจัด เพราะความร้อนเร่งการละลายของไหม ทำให้ผลอยู่สั้นลง

สิ่งที่ควรทำเพื่อให้ผลอยู่นานและผิวยกกระชับขึ้นต่อเนื่อง

  • นอนหงายให้ศีรษะสูง อย่างน้อยในช่วง 3–5 คืนแรก เพื่อลดอาการบวมและช่วยให้ไหมยึดตัวในทิศทางที่ถูกต้อง
  • ดื่มน้ำมากๆ เพื่อช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและทำให้ผิวฟื้นตัวเร็ว
  • รับประทานอาหารที่มีโปรตีนสูงและวิตามินซี เพื่อเสริมกระบวนการซ่อมแซมเซลล์ผิว
  • หลีกเลี่ยงการแต่งหน้าหรือใช้สกินแคร์แรง ๆ ใน 48 ชม. แรก เพื่อป้องกันการอักเสบของรูขุมขน

สรุป ร้อยไหมยกคิ้ว ทางเลือกคืนความอ่อนเยาว์แบบไม่ต้องศัลยกรรม

ร้อยไหมยกคิ้วถือเป็นเทคนิคที่ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ที่อยากยกหางตาให้ดูสดใสขึ้นโดยไม่ต้องศัลยกรรมใหญ่ หมอชอบบอกคนไข้ว่านี่คือการคืนเฟรมตาให้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง เพราะเพียงแค่ยกแนวคิ้วขึ้นเล็กน้อย ใบหน้าทั้งหมดจะดูอ่อนเยาว์และมั่นใจขึ้นทันที ผลลัพธ์เห็นได้ตั้งแต่หลังทำ โดยไม่ต้องพักฟื้น และยังช่วยกระตุ้นคอลลาเจนให้ผิวแน่นขึ้นต่อเนื่อง

เทคนิคนี้เหมาะกับคนที่อยากให้หน้าดูสบาย สดใส ไม่แข็งตึงหรือเปลี่ยนโครงหน้าเดิม เพราะการยกไหมจะถูกวางในองศาที่พอดี เพื่อคงความเป็นธรรมชาติของการแสดงออก หมอเน้นเสมอว่าความสวยที่ดีคือความสวยที่ยังดูเหมือนตัวเอง

หากคุณเริ่มรู้สึกว่าคิ้วตก ตาเศร้า หรือหน้าดูเหนื่อยกว่าที่ควร ลองปรึกษาการร้อยไหมยกคิ้วดูได้ เพราะบางครั้งการยกเพียงเล็กน้อย ก็เปลี่ยนบุคลิกให้ดูสดใสขึ้นได้มากกว่าที่คิด และที่สำคัญคือ ปลอดภัย เห็นผลจริง จากเทคนิคแพทย์เฉพาะทาง

ทุกเคสการร้อยไหมยกคิ้ว หมอจะประเมินองศาใบหน้าและการตกของคิ้วแบบเฉพาะบุคคล เพื่อให้การยกดูพอดี สดใส และยังคงความเป็นตัวเองมากที่สุด
ถ้าคุณอยากรู้ว่าคิ้วของคุณเหมาะกับการยกแบบไหน ยกมากน้อยแค่ไหนถึงดูดี ลองเข้ามาคุยกับหมอก่อนได้
ปรึกษาได้ที่ Line Official หรือ Inbox Facebook ของ TBL Clinic เพื่อวางแผนการยกคิ้วที่ปลอดภัย เห็นผลจริง และดูดีในแบบของคุณ

FAQ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ ร้อยไหมยกคิ้ว

  1. ร้อยไหมยกคิ้วอยู่ได้นานแค่ไหน
    ประมาณ 12–18 เดือน ขึ้นกับชนิดไหมและการดูแล
  2. ร้อยไหมยกคิ้วเจ็บไหม
    ใช้ยาชาเฉพาะจุด เจ็บเพียงเล็กน้อยระดับ 2/10
  3. ร้อยไหมยกคิ้วอันตรายไหม
    ปลอดภัยหากทำโดยแพทย์เฉพาะทางและใช้ไหมมี อย.
  4. ร้อยไหมยกคิ้วช่วยยกหางตาได้ไหม
    ได้ เหมาะกับคนที่หางตาตกหรือตาดูง่วง
  5. ร้อยไหมยกคิ้วหรือ Endotine ดีกว่ากัน
    ถ้าต้องการถาวรให้เลือก Endotine แต่ถ้าอยากดูธรรมชาติไม่ผ่าตัด ร้อยไหมตอบโจทย์กว่า